nakliyat evden eve

งาน10ปีพัฒนาวิชชาสมัชชาสุขภาพอีสานคึกคัก ชี้ขยายผลเข้มข้นทุกระดับสู่ปฏิรูประเทศไทย

Printer-friendly version

    สช.สนับสนุนกรรมการพหุภาคีภาคอีสาน เปิดงาน 10ปีพัฒนาวิชชาสมัชชาสุขภาพ “อีสานอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน” ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรดาแกนนำรุ่นแรกพร้อมเครือข่ายกว่า 200 คนร่วมงานคึกคักวันแรก เปิดเวทีเสวนาเผยผลสำเร็จกระบวนการต่อสู้สมัชชาสุขภาพ ชี้ช่องขยายผลให้เข้มข้นทุกระดับร่วมปฏิรูปประเทศไทย

 

    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 ก.ย.2553 ที่ศาลาพระราชทานปริญญาบัตรเดิม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีพิธีเปิดงาน 10 ปี พัฒนาวิชชาสมัชชาสุขภาพ “อีสานอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน” ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)ให้การสนับสนุน โดย ศ.นพ.สุทธิพันธุ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน พร้อมแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ศ.นพ.ศาสตรี เสาวคนธ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนงานผักปลอดภัย สสส. ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก ประธานคณะทำงานภาคอีสาน และ นพ.ศราวุธ นายก อบจ.หนองบัวลำภู รวมทั้งแกนนำและกลุ่มเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจำนวนมากเข้าร่วมงานกว่า 200 คน เช่น อาจารย์กาญจนา ทองทั่ว ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น มูลนิธิประชาสังคม จังหวัดอุบลราชธานี คุณชาติพิพัฒน์ จากจังหวัดสุรินทร์ และจ่าวีระพล จากจังหวัดเลย ที่มาพร้อมกับทีมสำนักข่าวเยาวชนจ.เลย ที่มาปฏิบัติการรายงานข่าวตลอดงานครั้งนี้

    สำหรับบริเวณวางมีการจัดนิทรรศการของกลุ่มเครือข่ายสมัชชาสุขภาพของภาคอีสาน เช่น สุรินทร์ อำนาจเจริญ เป็นต้น และมีการนำผักปลอดภัยมาจำหน่ายพร้อมสินค้าพื้นบ้าน สร้างสีสันภายในงานเป็นอย่างมาก

 

    ต่อมา เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุม 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในงาน 10ปี พัฒนาวิชชาสมัชชาสุขภาพ “อีสานอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน” ได้มีการแสดงปาฐกถา โดย พ่อผาย สร้อยสระกลาง ปราชญ์ชาวบ้านอีสาน ในหัวข้อ “อีสานอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน” โดยให้ศึกษาของเก่าๆที่ดี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และยึดหลักตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ซึ่งภาคประชาชนต้องพัฒนาร่วมกับภาครัฐเป็นสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมแนะนำให้ทุกคนทำงานเดินสายกลาง

    จากนั้น เป็นการอภิปรายหมู่ เรื่อง “ศิลปะและเทคนิคการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ” ผู้ร่วมอภิปราย ได้แก่ นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ผศ.ดร.วิรัต ปานศิลา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ผศ.ทศพล สมพงษ์ ผอ.ฝ่ายสำนักพัฒนาการเมืองและมีส่วนร่วม สถาบันพระปกเกล้า และอาจารย์กาญจนา ทองทั่ว ซึ่งต่างเป็นแกนนำขับเคลื่อนสมัชาสุขภาพระดับจังหวัดในอดีตที่ผ่านมา ดำเนินการอภิปราย โดย นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์อีสานบิซวีค

 

    นายตวง กล่าวในฐานะปัจจุบันทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติแต่ในอดีตก็ร่วมขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพมาด้วยว่า ประชาชนตั้งแต่ระดับตำบลสามารถผลักดันนโยบายสาธารณะของตัวเองได้ทั้งหมด และมีการนำไปปฏิบัติเป็นขั้นตอน เช่น การแก้ปัญหาเรื่องขยะ เริ่มจากโรงเรียนสอนเด็กเยาวชน ตามมาด้วย อบต.เข้ามาดำเนินการ จากนั้นเราก็ไปหาหลวงพ่อที่เป็นที่นับถือชุมชน เปิดรับบริจาคขยะที่มีการแยกคัดขยะและรับซื้อพร้อมทั้งจัดหาที่ดินกลบฝัง โดยมีกองทุนบริหารจัดการ พอทำวิธีนี้เห็นผลว่าไม่มีขยะตกเหลือในพื้นที่ เพราะชาวบ้านช่วยกันเก็บไปหมดและแยกคัดขยะเพื่อนำไปบริจาค ตรงนี้เป็นการขับเคลื่อนที่ใช้เวลาพอสมควร จากเริ่มต้นจนชวนคนอื่นๆเข้ามาร่วมขบวนการได้ แต่พอไปได้แล้วใครไม่มาร่วมด้วยก็จะกลายเป็นตกขบวนไปเลย ซึ่งขบวนการนโยบายสาธารณะในท้องถิ่นทำคนเดียวไม่ได้ต้องมีหลายคนหลายส่วนเข้ามาช่วยกันสานพลังร่วมกัน โดยแกนหลักนั้นมีความสำคัญอยู่ที่เรื่อง “ใจ” ถ้ามีใจทุกอย่างก็เดินไปด้วยดี จะเป็นความสำเร็จ

    ส่วนกระบวนการสมัชชาสุขภาพจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้อย่างไร นายตวง กล่าวว่า ประเทศสลับซับซ้อน ตอนที่เสนอร่างปฏิรูปประเทศ จะเอากรุงเทพฯเป็นต้นแบบไม่ได้ เพราะแต่ละภาคไม่เหมือนกัน ต้องปฏิรูปบนความแตกต่างหลากหลายกัน และเชื่อมั่นว่ากระบวนการสมัชชาสุขภาพที่มาจากคนข้างล่างน่าจะมีส่วนร่วมผลักดันปฏิรูปประเทศได้

    ผศ.ทศพล กล่าวถึงประสบการณ์ในขบวนการสมัชชาสุขภาพที่จังหวัดสกลนครว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อน สมัยนั้นเป็นจังหวัดแรกๆที่เริ่มทำสมัชชาสุขภาพทำนโยบายสาธารณะ โดยที่ชาวบ้านยังไม่เข้าใจความหมายเลย ต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเข้าใจ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผลักดันสามารถเชื่อมภาคประชาชนและภาควิชาการได้ แต่ภาครัฐมีความลำบาก ตอนหลังจึงเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาฟังประชาชนพูด และเสนอเรื่องนโยบายจนผู้ว่าฯเห็นด้วยและสั่งให้หน่วยงานต่างๆให้การสนับสนุน ต่อมาก็ดึงหลายภาคส่วนทำแผนจนสามารถบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัดได้ ซึ่งขบวนการสมัชชาสุขภาพเป็นขบวนการที่ยกระดับมากกว่าเวทีทั่วไป มีการศึกษาวิชาการมารองรับตลอดจนมีข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เวทีมาบ่นมาด่าว่าแล้วก็แยกย้ายกันไปไม่เกิดอะไรขึ้น

    “กระบวนการสมัชชาเป็นกระบวนการการเมืองภาคพลเมือง เพื่อเป็นส่วนร่วมตัดสินใจในนโยบายสาธารณะตั้งแต่ระดับชาติจนถึงท้องถิ่น ถ้าประชาชนเคลื่อนไหวมาตลอดนั้นการเมืองภาคพลเมืองจะต้องเข้มแข็ง แต่ถ้าประชาชนไม่เข้ามามีส่วนร่วมความเข้มแข็งจะไม่เกิดขึ้น”ผศ.ทศพล กล่าว

 

    สมัชชาสุขภาพจะไปสู่การปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ผศ.ทศพล กล่าวว่า อีกสิบปีต่อไปจะเป็นยุคสะสมความเข้มแข็งของประชาชน อีกสิบปีจึงจะเป็นยุคที่ประชาชนเปี่ยมพลัง แต่ตอนนี้ยังอ่อนแอแต่สมัชชาสุขภาพก็เป็นกระบวนการที่เข้ามาช่วยได้ ถ้าพิจารณาจะเห็นว่าปัญหาที่ต้องมีการปฏิรูปประเทศมาจาก 4 ประการ ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ ความเสมอภาค การเคารพสิทธิ

    ด้าน อาจารย์กาญจนา กล่าวถึงการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานีในยุคแรกเมื่อสิบปีก่อนก็ขับเคลื่อนลำบากยากประสบความสำเร็จ การเชื่อมภาคการเมืองเข้ามาทำได้ยาก เพราะไม่ต้องการให้ชาวบ้านรู้เท่าทัน ยกตัวอย่างกรณีศึกษา ช่วงที่ พ.ร.บ.สุขภาพถูกประกาศใช้ มีชาวบ้านมาร้องเรียนเอกชนรับสัมปทานทำถนนริมฝั่งแม่น้ำมูล ทำให้น้ำท่วมขัง ซึ่งชาวบ้านศึกษา พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ และใช้สิทธิ์ร้องเรียนมาที่ สช.และเกิดการใช้สมัชชาสุขภาพเพื่อแก้ปัญหา แต่ฝ่ายการเมืองไม่ยอมมาร่วม และพยายามบล็อกไม่ให้เกิดเวที จึงต้องใช้ฝ่ายวิชาการเข้ามาศึกษา โดยไม่ใช่วิธีปะทะ จึงทำการศึกษาว่าทำอย่างไรจะใช้ประวัติศาสตร์ชุมชน 200 ปีเข้ามายืนยันว่าอยู่มานานแล้วและได้รับผลกระทบจากโครงการตัดถนน จนสุดท้ายทางกรมสรรพสามิตและพอช.ให้งบในเรื่องที่อยู่มาให้ ตรงนี้ขบวนการสมัชชาสุขภาพเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่ให้ความไว้วางใจกับชาวบ้านได้

    “สิบปีที่ผ่านมาขบวนการสมัชชาสุขภาพทำให้เกิดคุณค่าและความสุขมีพลัง ทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม และเป็นขบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หาทางออกร่วมกัน จะเห็นพลังการเปลี่ยนแปลง” อาจารย์กาญจนา กล่าว

    ส่วนความสำเร็จของสมัชชาสุขภาพในระดับชาติ เธอกล่าวว่า ในมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี52 เรื่องการลดอุบัติเหตุบนถนน มีการขับเคลื่อนไปแล้ว โดยกระทรวงคมนาคมได้ประกาศให้ปีนี้เป็นปีปลอดภัยบนท้องถนน โดยยกเอามติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติดังกล่าวมารองรับ และถ้าหากพวกเราเครือข่ายสมัชชาสุขภาพมาร่วมกันช่วยขับเคลื่อนจะมีพลังมากขนาดไหน

    ผศ.ดร.วิรัต กล่าวถึงการเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดมหาสารคาม ว่า มาสอนที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อมาสอนที่นี่ก็ลงพื้นที่ชุมชน เพราะอยากให้สุขภาพของชาวบ้านอยู่ดีมีสุข และมาพบกระบวนการสมัชชาสุขภาพที่ใช้หลักการ “สร้างนำซ่อม” และยังเป็นกระบวนการที่ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม จากนั้นก็เข้าร่วมและหาวิธีเสริมเพื่อให้ชุมชนเรียนรู้กระบวนการสมัชชาสุขภาพ แต่ก็เห็นว่าจำเป็นจะต้องมีการติดตามข้อเสนอหรือมติที่ได้จากสมัชชาสุขภาพเพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

    สมัชชาสุขภาพจะไปสู่การปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ผศ.ดร.วิรัต กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพเป็นแนวทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลเครือข่ายสร้างแกนนำอีกหลายๆกลุ่มที่ยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้องให้คนรับรู้มากขึ้น และจะนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปประเทศไทยได้

   

Best view on IE8+, Firefox 3.6+, Safari 4+, and Google Chrome
Evden Eve NakliyatEvden Eve Nakliyat