อีก 7 วัน ... ปิดรับความเห็นต่อร่างมติสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 13 ของทั้งสองระเบียบวาระ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2563
อีก 7 วัน ... ปิดรับความเห็นต่อร่างมติสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 13 ของทั้งสองระเบียบวาระ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2563

ดัน ‘แบนแร่ใยหิน’ สู่วาระชาติ - ชู สธ. เป็นต้นแบบ

โดย กลุ่มงานสื่อสารสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) 02-832-9147 | 6 ตุลาคม 2563

94 วิว

   คมส. เห็นชอบผลักดัน ‘การแบนแร่ใยหิน’ เป็นวาระแห่งชาติ ให้ สธ.นำร่องหน่วยงานรัฐเป็นต้นแบบ ‘ยกเลิกการใช้แร่ใยหิน’ และให้ประกาศ ‘โรคที่เกิดจากเหตุแร่ใยหิน’ เป็นกลุ่มโรคสำคัญ พร้อมเคาะแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจากมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี 2564 - 2565 เน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สร้างพื้นที่กลางเชื่อมโยงข้อมูลและความร่วมมือ หวังสร้างสังคมสุขภาวะที่ยั่งยืน
 
   นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คมส.) ครั้งที่ 2/2563 เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
 
   นายสาธิต กล่าวว่า การขับเคลื่อนและติดตามมติสมัชชาสุขภาพฯ ให้เป็นรูปธรรมต้องดำเนินการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามและทบทวนมติเดิมที่เกิดขึ้นว่าควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเดินหน้าต่ออย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ที่ประชุมครั้งนี้มีการติดตามความก้าวหน้าหลายมติ อาทิ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตกรรม การใช้ยาอย่างสมเหตุผล การยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ฯลฯ “ผมเชื่อว่า การที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ อย่างน้อยที่สุด เราได้เห็นพลังระดับล่างขึ้นข้างบน ผมว่ามีประโยชน์อย่างมากและมีคุณค่าสูงสุด ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจในระดับนโยบาย ซึ่งผู้มีอำนาจสั่งการต้องพิจารณาทุกผลกระทบ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หัวใจสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน”
 
   นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ประธานอนุกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสาธารณสุข ชี้เป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อนมติในกลุ่มการแพทย์และสาธารณสุข เช่น มติสานพลังปราบยุงลาย ที่ต้องใช้กลไกและเครื่องมือในระดับพื้นที่เป็นฐานปฏิบัติการสำคัญ รวมถึงการสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีการจัดทำข้อกำหนดหรือเทศบัญญัติ หรือมติการจัดการเชิงระบบสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผลโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง ที่แม้ในระดับนโยบายมีการดำเนินการกันมามาก แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่หน่วยงานทั้งหลายจะร่วมกันทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านการใช้ยาและสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้เมื่อเจ็บป่วย
 
   ด้าน นางทิพยรัตน์ นพลดารมย์ ประธานอนุกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสังคมและสุขภาวะ กล่าวถึงความก้าวหน้าในมติ “ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน” ว่า ที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีข้อเสนอร่วมสำคัญต่อแนวทางการขับเคลื่อนในปี 2564 – 2565 นั่นคือ ให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นหน่วยงานรัฐต้นแบบในการประกาศไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินในระบบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประกาศให้โรคที่เกิดจากเหตุแร่ใยหิน เป็นกลุ่มโรคสำคัญ ภายใต้ พ.ร.บ.โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 โดยเร็ว และเราก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีองค์กรหน่วยงานอื่นๆ รวมไปทั้งภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกันยกเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากแร่ใยหินได้ในที่สุด นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้มีมาตรการอื่น ๆ เช่น การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกัน “สิ่งสำคัญต้องเร่งผลักดันรณรงค์ให้ความรู้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความตระหนักแก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ”