BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

บทเรียนสมัชชาสุขภาพขอนแก่น สู่นโยบายสาธารณะเพื่อคนไร้บ้าน

จุดเริ่ม…จากปัญหาสู่นโยบายสาธารณะ
หากกล่าวถึง “คนไร้บ้าน” เราจะนึกถึง คนจรจัด หลับนอนบนท้องถนนหรือพื้นที่สาธารณะ เก็บขยะ เก็บของเก่าขาย เป็นขอทาน เนื้อตัวมอมแมม เป็นคนที่มีปัญหาบ้านแตก ติดเหล้า ติดยาเสพติด เป็นคนอันตราย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มักจะพบเห็นในเมืองใหญ่ๆ การกลายเป็นคนไร้บ้านในด้านหนึ่งอาจะเกิดจากปัจจัยส่วนบุคคล และในอีกด้านหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างและความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกิดจากการมุ่งเน้นพัฒนาความเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มคนไร้บ้านนี้อาจจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนานี้

ในขณะเดียวกันอาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาในแนวนี้ จังหวัดขอนแก่นถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ทั้งในแง่ขนาดพื้นที่ที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ในแง่ของจำนวนประชากรที่มี 1,801,753 คน รวมทั้งการเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษา เทคโนโลยี การคมนาคม และเศรษฐกิจ และมีแผนที่จะพัฒนาเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการลงทุนและการบริการของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การเป็นเมืองลักษณะเช่นนี้จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะพบคนไร้บ้าน

ซึ่งในการสำรวจคนไร้บ้านในเขตเทศบาลนครขอนแก่นในปี 2557 พบคนไร้บ้านถึง 136 คน ซึ่งหากเปรียบเทียบในกลุ่มจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 (ร้อยแก่นสารสินธุ์) คนไร้บ้านในเขตเทศบาลนครขอนแก่น คิดเป็นร้อยละ 57 ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับหนึ่ง จากคนไร้บ้านรวมทั้งสิ้น 236 คน จากการสำรวจดังกล่าว พบว่า คนไร้บ้านส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ตามที่สาธารณะ ที่เสี่ยงต่อการละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ร้อยละ 41.2 ไม่มีบัตรประชาชนซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิหรือการบริการขั้นพื้นฐานจากรัฐได้ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ คนพิการ และการเข้าถึงระบบสุขภาพในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ยังพบว่า คนไร้บ้านร้อยละ 14.7 มีความเจ็บป่วยและพิการ และร้อยละ 2.2 มีอาการผิดปกติทางจิต/วิกลจริต ในด้านการมีงานทำ พบว่า ร้อยละ 19.1ว่างงาน ร้อยละ 32.4 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน และในปี 2559 ได้มีการสำรวจอีกครั้ง พบว่า มีคนไร้บ้านจำนวน 119 คน ร้อยละ 60 มีรายได้หลักจากการรับจ้าง และร้อยละ 9.8 มีรายได้จากการหาของเก่า นวด รวมถึงการขายบริการด้วย ในด้านสุขภาพ พบคนไร้บ้านร้อยละ 37 มีโรคประจำตัว

และจากการศึกษาเชิงคุณภาพในปี 2560 พบว่า คนไร้บ้านเจ็บป่วยเป็นโรค ลมชัก หอบหืด ภูมิแพ้ ติดเชื้อ HIV บางรายมีอาการทางจิต และเมื่อสอบถามถึงวิธีการดูแลตนเอง พบว่า โดยส่วนใหญ่จะดูแลรักษาตนเอง โดยการนอนพัก หรือการซื้อยาตามร้านขายยา หรือไม่ก็ใช้วิธีการดื่มสุรา เพื่อบรรเทาอาการปวดหรือเจ็บป่วย

ผลจากการสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงปัญหาคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้าน ทั้งในด้านการดำรงชีวิต ด้านสิทธิและการเข้าถึงสิทธิ ปัญหาสุขภาพ และถึงแม้ว่าจำนวนคนไร้บ้านที่สำรวจได้จะมีจำนวนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรจังหวัดขอนแก่น และการมองว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก และเป็นกลุ่มคนที่ไม่ควรได้รับการช่วยเหลือ เพราะเป็นกลุ่มคนที่สร้างปัญหา เป็นกลุ่มที่เป็นภัยต่อสังคม แต่การกลายเป็นคนไร้บ้านเช่นนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและซับซ้อนของปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาความยากจน การย้ายถิ่นของแรงงานต่างด้าว การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สิ่งเหล่านี้เอื้อให้เกิดการกลายเป็นคนไร้บ้านได้ นอกจากนี้ในแง่ของปัญหาสุขภาพ โรคประจำตัวทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ ที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อคนไร้บ้านโดยตรง แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของสถานบริการสุขภาพที่สูงขึ้น (เมื่อมีอาการหนัก/เกิดภาวะดื้อยา) หรืออาจจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อจากการแพร่เชื้อได้ จากที่กล่าวข้างต้น สรุปได้ว่าสถานการณ์ปัญหาคนไร้บ้านมีหลายเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหา รวมถึงทัศนคติที่มีต่อคนไร้บ้าน ถูกมองเป็นภาพลบและเหมารวม และในขณะเดียวกันคนไร้บ้านก็มีส่วนเกี่ยวพันกับปัญหาสุขภาวะอื่นๆ ถือได้ว่าปัญหาคนไร้บ้านมีความสลับซับซ้อน ต้องอาศัยหลายภาคส่วนร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหานี้

ประเด็นคนไร้บ้านได้เข้าสู่มติสมัชชาสุขภาพจังหวัดขอนแก่น ในช่วง ปี 2558 เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดขอนแก่นได้ชักชวนกลุ่มองค์กร เครือข่าย ต่างๆ เข้าร่วมรับฟังสถานการณ์และทิศทางในการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นจากผู้เชี่ยวชาญ และเปิดโอกาสให้กลุ่ม เครือข่ายต่างๆ นำเสนอประเด็นที่จะนำมาขับเคลื่อนในสมัชชาสุขภาพขอนแก่น ในการประชุมนี้มีกลุ่มเครือข่าย ได้นำเสนอสถานการณ์ปัญหา 5 เรื่อง ได้แก่ สถานการณ์คนไร้บ้านและผู้ป่วยข้างถนนในเขตเทศบาลนครขอนแก่นโดยเครือข่ายคนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น  สถานการณ์ปัญหามะเร็งท่อน้ำดี ในจังหวัดขอนแก่น โดยมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี ร่วมกับ โครงการ CASCAP คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานการณ์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนา โดยเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำพองร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน  สถานการณ์สุขภาวะของคนพิการ โดยสภาคนพิการทุกประเภทจังหวัดขอนแก่น และสถานการณ์ระบบเกษตรพันธะสัญญา โดยเครือข่ายคนรักษ์บ้านเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

สำหรับการคัดเลือกประเด็นภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วม ได้ร่วมกันวิเคราะห์ ถกแถลง และคัดเลือกจากเกณฑ์ในการพิจารณาคือ ประเด็นนั้นมีความสำคัญกับคนขอนแก่นมากน้อยเพียงใด มีความรุนแรงของปัญหาระดับใด และมีความเป็นไปได้ในการผลักดันมากน้อยเพียงใด

สำหรับประเด็นคนไร้บ้าน ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 ประเด็นที่จะขับเคลื่อนในสมัชชาจังหวัดขอนแก่น โดยเหตุผลที่สำคัญคือ ความเป็นไปได้ในการผลักดันโดยพิจารณาจาก ภาคีเครือข่ายที่เป็นทุนเดิมในการขับเคลื่อน ซึ่งมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาเอกชน ได้แก่ โรงพยาบาลขอนแก่น ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการเรียนรู้ตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น เครือข่ายประชาสร้างสรรค์ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และเครือข่ายโครงการลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพเพื่อผู้ด้อยโอกาสคนไร้บ้านและคนพิการในเขตสุขภาพที่ 7 กลุ่มเพื่อนคนไร้ที่พึ่ง (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน)

ในขั้นก่อเกิดนโยบายนี้สิ่งที่น่าสนใจคือ การสร้างกลไก และการเชื่อมร้อยเครือข่าย เมื่อประเด็นคนไร้บ้านได้เข้าสู่วาระของสมัชชาจังหวัดขอนแก่น ในเรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิต/คนเร่ร่อนไร้บ้าน ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานประเด็นการพัฒนาชีวิตคนไร้บ้าน โดยมีกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้านเป็นกลไกกลางที่สำคัญที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ และประสานภาคีเครือข่าย ผู้มีส่วนได้เสีย เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน และมีกลยุทธ์ในการวิเคราะห์ภาคีเครือข่ายและสร้างกลไกคณะทำงานคือ การสร้างกลไกทั้งในระดับแนวดิ่ง และแนวราบที่ช่วยสนับสนุนเชิงนโยบายและบูรณาการทุกภาคส่วน

โดยกลไกแนวดิ่งนี้ได้อาศัย คำสั่งการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อน ไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน มีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เป็นเลขานุการ ร่วมกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม จำนวน 32 องค์กรเป็นคณะทำงาน จะมีการประชุม 2-3 ครั้งต่อปี

สำหรับกลไกแนวราบ เป็นผลจากการทบทวนและวิเคราะห์การทำงาน ว่าหากจะให้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และมีความคล่องตัว ควรมีการปรับปรุงคำสั่งและแต่งตั้งคณะทำงานอีกชุดที่จะเป็น หน่วยเคลื่อนที่เร็ว จึงได้ก่อรูปคณะทำงานขับเคลื่อนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น (ชุดเล็ก) จำนวน 24 คน มีรองปลัดเทศบาลนครขอนแก่นเป็นประธาน ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นเป็นเลขานุการ กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้านเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะกรรมการประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มองค์กร บุคคลที่ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน เช่น ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนนามกุล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.พรทิพย์ จอมพุก และนายรณภูมิ สามัคคีคารมย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายจิตติ เชิดชู ที่ปรึกษาเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์จังหวัดขอนแก่น อ.คณิน เชื้อดวงผุย หัวหน้าโครงการกลไกระดับจังหวัดฯ เป็นต้น คณะทำงานชุดนี้ทำหน้าที่ รวบรวมข้อมูล สภาพปัญหา ความต้องการของพี่น้องคนไร้บ้าน ตลอดจนการนำเสนอแนวทางและนโยบายในการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนไร้บ้าน ต่อผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา การทำงานเน้นการปฏิบัติงานในเชิงรุกและรวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ของปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนไร้บ้าน และสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยจะมีการประชุมกันเป็นประจำทุกเดือน คณะทำงานประเด็นพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน ได้เชื่อมประสานคณะทำงานทั้งสองชุดมาร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายฯ

ในกระบวนการพัฒนาข้อเสนอ ฯ ในขั้นของการพัฒนาเอกสารหลักและร่างมตินั้น คณะทำงานได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แลกเปลี่ยนทรัพยากรและแหล่งทรัพยากรในการช่วยในการขับเคลื่อน รวมทั้งค้นหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาร่วมพัฒนาร่างข้อเสนอฯ วิธีการทำงานดังกล่าว ถือว่าเป็นการใช้ข้อมูลทางวิชาการเป็นฐาน นอกจากนี้ยังเป็นการทำงานร่วมกันแบบเพื่อน แบหน้าตัก แบ่งปันความรู้ ทรัพยากร และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวช่วยเกี่ยวร้อยเครือข่ายในการทำงานไว้ด้วย ในส่วนของข้อเสนอฯ นั้น ได้พิจารณาจากสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ ความต้องการของพื้นที่ รวมทั้งความเป็นไปได้ของการขับเคลื่อน ผู้ที่จะมาเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนว่ามีความพร้อมทั้งในแง่งบประมาณ กำลังคน และพิจารณาจากแนวนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวนโยบายของจังหวัดด้วย

สำหรับข้อเสนอที่พัฒนาขึ้น มีสาระสำคัญในการขับเคลื่อนในประเด็นดังต่อไปนี้ ขับเคลื่อนการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และปรับทัศคติที่ดีต่อกลุ่มคนไร้บ้าน ขับเคลื่อนการจัดฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ขับเคลื่อนการจัดหาพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์พักพิงและพัฒนาศักยภาพ ขับเคลื่อนการจัดทำบัตรประชาชนสำหรับคนไร้บ้านยืนยันตัวตนได้ และขับเคลื่อนการมีสิทธิเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน

ภายหลังจากได้ร่างข้อเสนอฯ ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและภาคีเครือข่าย ครั้งแรกคือเวทีรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้รับฟังข้อเสนอนโยบายและเสนอแนะปรับปรุงให้สอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของกลุ่ม ครั้งที่สอง เวทีรับฟังความคิดเห็นระดับจังหวัด ภายหลังการรับฟังความคิดเห็นรายประเด็น คณะทำงานประเด็นนำข้อเสนอของที่ประชุม ไปปรับปรุงเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย จากนั้นได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นระดับจังหวัด โดยเชิญตัวแทนองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และวิชาการ มารับฟังความคิดเห็นและเสนอแนะเพิ่มเติม ซึ่งจากการดำเนินการทั้งสองขั้นตอนได้ทำให้เกิดการรับรู้ และเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นค่อนข้างหลากหลาย หลังจากนั้นก็ได้นำข้อเสนอที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวมานำเสนอในการประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดในวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 เพื่อหาฉันทามติร่วมกันต่อข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าว และหลังจากนั้นก็ได้มีความพยายามในการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามมติ และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยปัจจุบันประเด็นคุณภาพชีวิตคนเร่ร่อน ไร้บ้านได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในประเด็น การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเปราะบางซึ่งเป็น 1 ใน 3 ประเด็น 4PW จังหวัดขอนแก่น

ผลลัพธ์ความสำเร็จ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน มีดังนี้

ด้านของเครือข่าย และความร่วมมือภาคีเครือข่าย ในด้านนี้เห็นได้จากการมีหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม ที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน รวมทั้งมีการเชื่อมโยงไปยังประเด็นอื่นๆ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการดำเนินงานในปี 2560-2561 ที่มีการเชื่อมไปยังประเด็นคนพิการ ประเด็นผู้ติดเชื้อ HIV

ด้านการขับเคลื่อนตามมิติสมัชชาสุขภาพประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน ซึ่งมีมติในการขับเคลื่อน ดังนี้

การสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และปรับทัศคติที่ดีต่อกลุ่มคนไร้บ้าน ในส่วนนี้คณะทำงานฯ ได้ทำการสื่อสารสาธารณะไปยังช่องทางต่างๆ เช่น การออกรายการสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 การสร้างเพจ รวมทั้งการสื่อสารผ่านไลน์กลุ่มต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับหน่วยงานในการจัดเวทีสื่อสารสาธารณะ ทำให้เกิดการสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักในปัญหาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน ซึ่งการเชิญหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมด้วยทำให้คนไร้บ้านรู้ช่องทางในการเข้าถึงการบริการต่างๆ ด้วย ความสำเร็จอีกประการก็คือ การทำงานคนไร้บ้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทั้งในแง่ของประเด็นและกลุ่มคนที่ทำงานได้จาก ซึ่งเห็นได้จาก สถาบันการศึกษาได้ส่งนักศึกษามาฝึกประสบการณ์ หน่วยงานมาแลกเปลี่ยนและศึกษาดูงาน เช่น มูลนิธิกระจกเงา รวมทั้งจำนวนยอดติดตามในเพจมีเพิ่มขึ้น

การจัดทำฐานข้อมูล ซึ่งฐานข้อมูลนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ดังนั้นคณะทำงานฯ ได้มีการสำรวจคนไร้บ้านในปี 2559 ซึ่งพบจำนวนคนไร้บ้าน 119 คนซึ่งลดลงจากการสำรวจในปี 2557 ที่มีคนไร้บ้านจำนวน 136 คน อย่างไรก็ตามในจำนวน 119 คนนี้ เป็นคนไร้บ้านที่สามารถให้ข้อมูลและยินยอมให้ข้อมูลได้ ข้อมูลในการสำรวจนี้จะมีข้อมูลทั้งเชิงสังคม และเชิงสุขภาพ ประกอบด้วยจะมีทั้งข้อมูลทั่วไป สาเหตุแรงจูงใจในการกลายเป็นคนไร้บ้าน ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว รายได้ และการทำงาน ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ และความต้องการและความช่วยเหลือ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน

การจัดหาพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์พักพิงและพัฒนาศักยภาพ โดยข้อเสนอในมติขอให้จังหวัดขอนแก่นเอื้ออำนวยในการจัดหาพื้นที่ ซึ่งในประเด็นนี้ ได้เกิดศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการลงเสาเอกไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 การเกิดศูนย์นี้ เป็นผลจากกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้านทำงานร่วมกับเครือข่ายคนไร้บ้านทั่วประเทศ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ผลักดัน ผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ และได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างศูนย์ฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่และขอนแก่น ศูนย์แห่งนี้จะเป็นสถานที่ในการให้ที่พักชั่วคราว และพัฒนาฟื้นฟูศักยภาพคนไร้บ้าน และมีการบริหารจัดการโดยเครือข่ายคนไร้บ้านต่อไป ในปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้างศูนย์ฯ ในที่ดิน 3 ไร่ ที่จัดซื้อในนามสมาคมคนไร้บ้าน บริเวณชุมชนเหล่านาดี 12 อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งในขั้นตอนการจัดหาที่ดินนี้ได้ใช้การมีส่วนร่วมของคนไร้บ้านในการช่วยกันคัดเลือกที่ดินที่จะเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของคนไร้บ้านและการสร้างศูนย์ฯ นี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ตรงต่อความต้องการของคนไร้บ้าน ดังคำพูดที่ว่า “ในชีวิตนี้ มีบ้านที่ที่ปลอดภัย ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว ศูนย์นี้ก็ถือว่าเป็นบ้านที่เราจะต้องช่วยกันดูแล เรามีบ้าน เราก็ไม่ต้องไปนอนอย่าหวาดระแวงอีก” (ป้าบุญ นามสมมติ อายุ 58 ปี)

การจัดทำบัตรประชาชนสำหรับคนไร้บ้านยืนยันตัวตนได้ การดำเนินงานในด้านนี้ กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน ได้ดำเนินการผ่านโครงการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านแบบบูรณาการจังหวัดขอนแก่น (การสนับสนุนจาก สสส.) รวมทั้งการประชุมหาความร่วมมือกับทางเทศบาลนครขอนแก่น โดยการประสานกับ นายธนาวุฒิ ก้อนใจจิตร รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น ผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้คนไร้บ้าน จำนวน 39 ราย มีบัตรประชาชน บัตรผู้พิการ และบัตรผู้สูงอายุ ทำให้ได้รับสิทธิและโอกาสด้านการมีงานทำ เช่น เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน ลูกจ้างของหน่วยงานเป็นตัวแทนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เป็นต้น

การเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน การดำเนินงานในด้านนี้ พบว่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากการมีบัตรประชาชน ซึ่งหากคนไร้บ้านมีบัตรประชาชนก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามสิทธิได้ และโรงพยาบาลขอนแก่นและหน่วยงานสาธารณสุขก็ให้บริการด้านสุขภาพตามมาตรฐานและเท่าเทียมกับคนอื่นๆ จากการสอบถามความพึงพอใจในการใช้บริการของคนไร้บ้าน สะท้อนว่า “ไม่มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่โดยส่วนใหญ่ก็แนะนำดี บางทีก็ให้ค่ารถเรากลับมาด้วย แต่มีบ้างบางที่ที่เจ้าหน้าที่จะบ่นว่าเรามาบ่อย” แต่อย่างไรก็ตามคนไร้บ้านโดยส่วนใหญ่ หากมีการเจ็บป่วยจะไม่ค่อยเข้ารับการรักษา แต่จะใช้การซื้อยารับประทานเอง หรือไม่ก็ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเจ็บป่วย มีการขยายผลไปสู่นโยบายในหน่วยงานอื่น คือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น ที่ให้มีการศึกษาถึงข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการบริการสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับคนไร้บ้าน และจะผลักดันในเชิงนโยบายต่อไป
มีการขยายผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นในกรณี เทศบาลนครขอนแก่น ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องคนไร้บ้านจำนวน 2 คน เข้าเป็นคณะกรรมการเมืองขอนแก่น ถือว่าเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของคนด้อยโอกาส และสะท้อนถึงการมีตัวตนของคนไร้บ้านในพื้นที่

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับคนไร้บ้าน เห็นได้จากการเกิดแกนนำคนไร้บ้านจำนวน 10 คน ซึ่งแกนนำนี้ ทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างคนไร้บ้านกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ถือได้ว่าคนไร้บ้านเองก็ยอมรับคนภายนอก มีความตื่นตัว กล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้น และมีความรู้สึกการเป็นเจ้าของร่วม ดังข้อสรุปจากการสนทนากลุ่มพี่น้องแกนนำคนไร้บ้านที่ว่า “ที่จริงคนเค้ามาหาพวกเราเยอะ มาแล้วก็ไป แต่พวกพี่แคล้ว พี่นัท มาช่วยเหลือเราจริงๆ พาไปดูงาน พาไปทำบัตร พาไปตรวจสุขภาพ ตั้งศูนย์ให้ คนอื่นๆ เห็นว่าเราได้จริง เค้าช่วยจริง ก็อยากเข้ามาร่วมด้วย” (พี่มาก นามสมมติ)

ปัจจัยหนุนความสำเร็จ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นข้างต้น สามารถสรุปปัจจัยที่เกื้อหนุนได้ดังนี้

การมีกลไกที่เป็นโซ่ข้อกลาง ทำหน้าที่เชื่อม ประสาน กระตุ้น ภาคีเครือข่าย ซึ่งในกรณีนี้ กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน มีบทบาทสำคัญที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมประสานภาคี และสิ่งที่สำคัญก็คือการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ว่าจะช่วยหนุนเสริมหรือช่วยในการขับเคลื่อนได้อย่างไรบ้าง และจะใช้คำสั่งแต่งตั้งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเชื่อมประสานและใช้การประชุมเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นการทำงานของภาคีเครือข่าย

องค์ประกอบของคณะทำงานที่ครบถ้วน ในการขับเคลื่อนประเด็นนี้ มีองค์ประกอบที่ครบทั้ง 3 ภาคส่วน คือ
ทีมวิชาการ โดนมีแกนสำคัญคือ ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนนามกุล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์คณิณ เชื้อดวงผุย อาจารย์อนุวัติ พลทิพย์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ที่ทำการศึกษาทั้งการสำรวจ และการศึกษาในเชิงคุณภาพในพื้นที่ มาเป็นฐานในการขับเคลื่อน และเมื่อได้สัมภาษณ์ ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนนามกุล ได้กล่าวไว้ว่า “การเป็นนักวิชาการ มีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง คือ เราได้อ่าน ได้ศึกษา ได้เรียนรู้งานจากต่างประเทศ เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาปรับใช้กับงานเรา และถ้างานของเราเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เราก็ควรทำ” คำพูดดังกล่าวสะท้อนบทบาทหน้าที่ของทีมวิชาการได้อย่างชัดเจน
ทีมภาคประชาสังคม/ภาคประชาชน ที่สำคัญก็คือ กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน ถือว่าเป็น ฝ่ายลุย หรือทีมขับเคลื่อนประเด็น ลักษณะที่สำคัญของทีมนี้ก็คือ เป็นทีมที่เกาะติดหรือมีการทำงานในพื้นที่อยู่แล้ว การขับเคลื่อนในเวทีสมัชชาสุขภาพจะช่วยหนุนเสริมการทำงาน ดังคำบอกเล่าของผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้านในส่วนของจุดเริ่มที่นำประเด็นปัญหาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านเข้าสู่เวทีสมัชชาสุขภาพ เนื่องมาจาก การมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ที่จะแก้ไขเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่ได้ รวมทั้งการมองว่าสมัชชาสุขภาพจะเป็นพื้นที่ในการสร้างการรับรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับคนไร้บ้าน และจะช่วยให้เกิดการแก้ปัญหาคนไร้บ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อประเด็นได้เข้าสู่มติสมัชชาสุขภาพของจังหวัดก็ได้บูรณาการการขับเคลื่อนมติฯ เข้ากับแผนงานของโครงการการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านแบบบูรณาการจังหวัดขอนแก่น ทำให้การขับเคลื่อนดังกล่าวมีงบประมาณในการสนับสนุนการดำเนินงาน

หน่วยงานรัฐ/อปท. ที่สำคัญได้แก่ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการเรียนรู้ตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีภารกิจหน้าที่โดยตรงในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน

การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างภาคีเครือข่าย จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 3 ปี ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการหมุนเวียนของภาคีเครือข่ายที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อน โดยเฉพาะภาคีจากหน่วยงานที่การทำงานก็จะขึ้นกับภารกิจ บทบาทและแนวนโยบายของหน่วยงานในปีนั้นๆ ด้วย กลวิธีในการรักษาภาคีเครือข่ายนั้น พบว่า ใช้วิธีการแบ่งปันและสร้างความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งในการประชุมประจำเดือน จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ ปัญหา ที่แต่ละหน่วยงานมี หรือหากหน่วยงาน/องค์กรใด มีปัญหาในการดำเนินงาน ที่ประชุมจะช่วยกันเสนอแนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งการแลกเปลี่ยน แบ่งปันในลักษณะนี้ทำให้ภาคีเครือข่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการมีกิจกรรมในการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จากมติพบว่ามีข้อเสนอให้คณะทำงานขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน การสร้างฐานข้อมูล การสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักในปัญหา และรวมถึงการประชุมกันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน การเกิดกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดการพบปะกันอย่างต่อเนื่องของภาคีเครือข่าย ซึ่งความต่อเนื่องเป็นสิ่งหนึ่งที่ยึดเกี่ยวภาคีเครือข่ายไว้ได้ ในกรณีของเครือข่ายคนไร้บ้าน สิ่งที่จะรักษาความสัมพันธ์ของเครือข่ายนี้ ก็คือ ความไว้วางใจ ซึ่งต้องใช้เวลา การใช้ความจริงใจ การลงพื้นที่สม่ำเสมอ การช่วยเหลือเมื่อยามจำเป็น การค้นหาและพัฒนาแกนนำของคนไร้บ้านเพื่อเป็นแกนในการประสานและสร้างความมั่นใจให้กับคนไร้บ้านคนอื่นๆ

มติ/ข้อเสนอที่เกิดขึ้นมีความหลากหลาย ในส่วนนี้เกิดจากการวิเคราะห์ข้อเสนอในการขับเคลื่อนฯ ซึ่งจะพบว่า มีข้อเสนอทั้งในรูปแบบนโยบายที่สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น การจัดทำฐานข้อมูล การประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลในการให้บริการด้านสุขภาพแก่คนเร่ร่อนไร้บ้านตามมาตรฐานทางการแพทย์ ประสานความร่วมมือกับเทศบาลนครในการเอื้ออำนวยในการทำบัตรประชาชนสำหรับผู้ที่ยืนยันตัวตนได้ ข้อเสนอในรูปแบบที่ทำให้เกิดพลังในการทำงาน ได้แก่ การสื่อสารสาธารณะ ให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ เข้าใจ และตระหนักต่อสถานการณ์ปัญหา การมีข้อเสนอที่หลากหลาย จะทำให้เกิดการเกื้อหนุนกัน และทำให้การขับเคลื่อนประสบความสำเร็จ

การใช้ข้อมูลทางวิชาการเป็นฐาน ในช่วงการขับเคลื่อนการพัฒนาชีวิตคนไร้บ้าน ทางโครงการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านแบบบูรณาการจังหวัดขอนแก่น ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. มีแผนงานการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับคนไร้บ้านเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและการสร้างพื้นที่ตื้นแบบ แผนงานดังกล่าวได้ทำวิจัย เรื่องการกลายเป็นคนไร้บ้าน กรณีศึกษาคนไร้บ้านในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีการเก็บข้อมูลเชิงลึก และเป็นงานวิจัยที่ทำให้สังคมได้รับรู้และเข้าใจอย่างถูกต้องถึงวิถีชีวิตคนไร้บ้านในแง่มุมต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการกำหนดทัศนคติและสร้างความตระหนักให้แก่คนทั่วไป และเป็นข้อมูลที่สำคัญในการช่วยวางแผนการทำงานกับคนไร้บ้าน และรวมไปถึง คนที่จะมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนไร้บ้านได้

ความคาดหวัง ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะประเด็นคนไร้บ้าน จากการสัมภาษณ์คณะทำงานขับเคลื่อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำคนไร้บ้าน มีความคาดหวังต่อการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในอนาคต ประการแรก คือ การเพิ่มความหลากหลายของกลไกการขับเคลื่อน ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มเครือข่ายจิตอาสา คนรุ่นใหม่ หรือนักศึกษาที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เพิ่มความหลากหลายของคณะทำงาน และเป็นพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่ รวมถึงหน่วยงานในระดับท้องถิ่น ชุมชน ทั้งนี้เป็นผลจากสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุที่อาจจะกลายมาเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนไร้บ้าน ประการที่สอง ควรมีการจัดเวทีสรุปบทเรียนเป็นระยะ ๆ เพื่อเป็นการทบทวน และให้กำลังใจคณะทำงาน และทบทวนการขับเคลื่อนของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประการสุดท้ายคือ ประเด็นความท้าทายต่อนโยบายการพัฒนาเมือง การเป็น SMART CITY จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะประเด็นคนไร้บ้านอย่างไร

 

 

บทความโดย : พรเพ็ญ โสมาบุตร

วรนุช จันทะบูรณ์

สยาม บัวระภา

เครือข่ายสื่อสารสุขภาวะชุมชนขอนแก่น

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook