BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

“แม่ร่องขุย พลิกที่ดินเช่าให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร”

ป่าแม่ร่องขุย ในอดีตเป็นผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชและสัตว์ปกคลุมพื้นที่ 4 ตำบลได้แก่ตำบลจำป่าหวาย ตำบลแม่กา ตำบลบ้านปิน และตำบลคือเวียง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ในปี พ.ศ. 2506 ได้ถูกประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ และเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญเพื่อการดำรงชีพของชุมชนรอบพื้นที่ป่า และมีการลักลอบบุกรุกทีดินบางส่วนเพื่อใช้เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน

ปี พ.ศ. 2527 พื้นที่ป่าแม่ร่องขุยจำนวน 2,000 ไร่ ได้ถูกจัดสรรให้เช่าโดยกรมป่าไม้ ซึ่งมีกลุ่มนายทุนในพื้นที่จังหวัดพะเยาเข้ามาขอเข้าทำประโยชน์ โดยการปลูกสวนป่ากระถินเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยมีการทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมป่าไม้ กลุ่มทุนได้ทำการปลูกต้นกระถินยักษ์ลงในพื้นที่ป่าแม่ร่องขุยเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพผืนป่า ทำลายความหลากหลายทางพันธุกรรมบนพื้นที่ ป่าแม่ร่องขุยเหลือเพียงพืชยืนต้นชนิดเดียวคือต้นกระถินยักษ์จนชาวบ้านในพื้นที่เรียกติดปากว่า ป่าผักหนอง* (ภาษาท้องถิ่นทึ่ชาวเหนือเรียกต้นกระถิน)

ปี พ.ศ. 2541
 หลังหมดสัญญาการเช่าที่ดินในเขตป่าแม่ร่องขุย กลุ่มนายทุนยังคงใช้ประโยชน์บนพื้นที่ต่อ และได้พยายามดำเนินการขอเอกสารสิทธิ์บนที่ดินป่าแม่ร่องขุย โดยอ้างมติคณะรัฐมนตรี 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่า ในการขอเอกสารสิทธิ์
ชาวบ้าน 4 ตำบลได้ทราบข่าวจึงร่วมลงนามและยืนหนังสือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้รับมอบหมายให้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว โดยตรวจสอบและสอบถามข้อมูลจาก นายบรรลือ เรือนสอน กำนันตำบลคือเวียง ซึ่งได้ชี้แจงให้กรมป่าไม้ได้ทราบ แต่ก็ยังคงมิได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด

ปี พ.ศ. 2551 
สิบปีหลังหมดสัญญาเช่าที่ดินในเขตป่าแม่ร่องขุย กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคือเวียงสังเกตเห็นว่ามีการนำรถแบคโฮและเครื่องจักรกลเข้าปรับพื้นที่สวนป่ากระถินยักษ์ จึงได้รองเรียนต่อกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และ อบต.คือเวียงได้ทำหนังสือขอคำชี้แจงรายละเอียดของการใช้ประโยชน์จากที่ดินป่ากระถินยักษ์ ซึ่งกลุ่มนายทุนยังคงอ้างสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี และกลุ่มนายทุนยังได้ยื่นร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และผู้อำนวยการสำนักการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ด้วยข้อกล่าวหาออกคำสั่งโดยมิชอบและเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย ในการพิสูจน์สิทธิ์เรื่องการให้ขึ้นทะเบียนราษฎรที่อยู่ในชุมชนในพื้นที่ป่าตามมติคณะรัฐมนตรี

21 พฤษภาคม 2555 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้พิพากษายกคำร้องของกลุ่มนายทุน เนื่องจากการยื่นคำร้องของกลุ่มนายทุนไม่เข้าหลักเกณฑ์ชุมชนที่อยู่กับป่าตามมติคณะรัฐมนตรี 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
ปี พ.ศ.2556 สภาองค์กรชุมชนตำบล 4 ตำบล ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการนำของนายอุทัย วิรัตน์เกษม แกนนำป่าชุมชนแม่ร่องขุย ร่วมกับหน่วยงานป่าไม้ ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เพื่อแสดงความประสงค์ที่จะใช้พื้นที่ดังกล่าวในการจัดตั้งป่าชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่อนุรักษ์และใช้สอยร่วมกันเป็นสาธารณะ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในการทำกระบวนการสร้างความเข้าใจ ระหว่างชาวบ้าน ชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงาน สำรวจข้อมูลพื้นที่รายแปลง ซึ่งผลจากการสำรวจข้อมูลรายแปลงล่าสุดเมื่อปี 2556 พบว่าพื้นที่ป่าคงเหลือจำนวน 1,405 ไร่ เนื่องจากมีการออกเอกสารสิทธิ์ สปก.4 – 01 ทับซ้อนกับที่ดินบริเวณดังกล่าว
ปลายปี 2556 เครือข่ายป่าชุมชนแม่ร่องขุยได้ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่อง “สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินป่าชุมชนแม่ร่องขุย” ให้เป็นหนึ่งในมตินโยบายสาธารณะในเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดพะเยา ปี พ.ศ. 2556 โดยได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปี พ.ศ. 2557 สภาองค์กรชุมชนตำบล 4 ตำบล ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ตำบล และหน่วยงานป่าไม้ร่วมสำรวจและรับรองแนวเขตพื้นที่ป่าแม่ร่องขุย พร้อมทั้งจัดเวทีประชาคมในการจัดทำธรรมนูญชุมชนเพื่อการรับรองการจัดตั้งป่าชุมชน พร้อมทั้งดำเนินการขออนุญาตให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชนในความรับผิดชอบของชุมชน 4 ตำบล

ปี พ.ศ. 2558
 ป่าแม่ร่องขุยจำนวน 1,500 ไร่ได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าชุมชนเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยชุมชนมีสิทธิร่วมในการจัดการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีพจากผืนป่าชุมชนแห่งนี้ โดยเครือข่ายป่าชุมชนแม่ร่องขุย 4 ตำบลได้ร่วมกันฟื้นฟูป่าโดยการปลูกพันธุ์ไม้ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมเช่นพันธุ์ไม้ผล พันธุ์ไม้ใช้สอย ทั้งประเภทโตเร็วและยืนต้น โดยได้พิจารณาถึงตวามเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ของป่าแม่ร่องขุย พร้อมทั้งดำเนินการเพื่อป้องกันการถูกบุกรุกพื้นที่โดยการจัดเวรยามเฝ้าระวังโดยชุมชน และขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยาในการก่อสร้างถนนลาดยางรอบบริเวณพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อเป็นแนวเขตถาวรที่ชัดเจน

ปี 2559-2560
 สถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง(MCI) และเครือข่ายแม่หญิงพะเยา ร่วมกับคณะทำงานเครือข่ายป่าชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการสำรวจพันธุ์ในป่าแห่งนี้ และพบว่าป่าแห่งนี้ยังคงความสำคัญเป็นที่พึ่งพิงให้ชาวบ้านโดยรอบโดยเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ รวมทั้งเป็นแหล่ง สมุนไพร และไม้ใช้สอยของชุมชน ผลการศึกษาพบว่า โดยพบว่ามีพืชอาหารและพืชสมุนไพรในป่าแม่ร่องขุย ทั้งหมด 121 ชนิด แบ่งเป็นพืชอาหาร 42 ชนิด (ในจำนวนพืชอาหาร 17 ชนิด เป็นไผ่ 5 ชนิด เห็ด 20 ชนิด) พืชสมุนไพร 35 ชนิด และพืชที่เป็นทั้งพืชอาหารและพืชสมุนไพรอีก 44 ชนิด

ผลการเปลี่ยนแปลง ในระดับชุมชนเกิดความตื่นตัวในการอนุรักษ์ และขยายผลการอนุรักษ์ ลดความขัดแย้งระหว่างชุมชนและหน่วยงานโดยใช้ประเด็นงานร่วมเป็นตัวขับเคลื่อน ลดการบุกรุกที่สาธารณะ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องของทุนชุมชน ระดับสังคมเกิดความร่วมมือ รวมพลัง ในการรักษา ปกป้องและใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยมีการกำหนดกติกาชุมชนในการจัดการป่าร่วมกันโดยยึดเอาธรรมนูญป่าชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญ เกิดการเชื่อมโยงการทำงานไปสู่งานพัฒนาด้านอื่น ๆ ระดับนโยบายเกิดความร่วมมือในการสนับสนุนจากท้องถิ่น ป่าไม้และสำนักทรัพยากร ให้ความสำคัญและประสานให้ความช่วยเหลือ ทั้งงบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ ฯ

“วันนี้ป่าแม่ร่องขุยกำลังพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำ และเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารเพื่อพี่น้องในชุมชน 4 ตำบลและฅนพะเยา โดยชุมชนได้มีสิทธิ์ในการจัดการทรัพยากรให้สามารถดำรงอยู่อย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่แสดงให้เห็นพลังของชุมชนในการลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาที่ดินและทรัพยากร โดยความร่วมมือของชุมชน ท้องถิ่น และภาครัฐ”

 

***ข้อมูลโดย นายอุทัย วิรัตน์เกษม ประธานเครือข่ายป่าชุมชนแม่ร่องขุย

นางสาวขรินทร์ทิพย์ ขุนกิจ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคือเวียง

***เรียบเรียงโดย นายประดิษฐ์ เลี้ยงอยู่ เครือข่ายสร้างบ้านแปงเมืองพะเยา

ที่มา : SookSociety,North

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook