BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

เกษตรอินทรีย์ทำได้จริงด้วย 4 สิ่งต่อไปนี้

ทุกวันนี้กระแสเกษตรอินทรีย์กำลังมาแรง เนื่องจากทุกคนทั้งผู้บริโภค และผู้ผลิต ต่างให้ความสนใจกับสุขภาพกันมากขึ้น คนกินล้วนอยากทานอาหารที่ปลอดภัย คนผลิตหรือเกษตรกรเองก็อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่สมบูรณ์ มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งแนวทางเกษตรอินทรีย์สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริง การจะทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่คิดฝันไว้อาจจะสวยหรู แต่ทางเดินจริงๆ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ วันนี้กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์จากจังหวัดมหาสารคามจึงมีเรื่องสำคัญที่อยากบอกให้เพื่อนพี่น้องที่จะทำเกษตรอินทรีย์ได้เรียนรู้ร่วมกัน ๔ ประการ

๑ จิตใจที่แน่วแน่และมั่นคง

“คนบ้า” มักจะเป็นฉายาที่เพื่อนเกษตรกรมักเรียกขานคนทำเกษตรอินทรีย์ เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมา เกษตรกรมีผลผลิตที่ดีได้ก็เพราะปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ย่าฆ่าแมลง ประกอบกับการโฆษณาชวนเชื่อจากบริษัทห้างร้าน หรือแม้กระทั่งการส่งเสริมของหน่วยงานที่รับผิดชอบเอง การตั้งคำถามจากเพื่อนเกษตรกร หรือ แม้แต่คนในครอบครัวจะเกิดขึ้นเสมอ เพราะไม่เชื่อว่า “เกษตรอินทรีย์” จะได้ผลจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีแรกที่เลิกใช้เคมี ผลผลิตที่ได้จะตกต่ำเตี้ยติดดิน ด้วยเสียงจากคนในครอบครัวและเพื่อนเกษตรกรรอบข้างที่ถาโถมเข้ามา ถ้าเราไม่มีจิตใจที่แน่วแน่และมั่นคง ถ้าเราไม่ศรัทธา เราก็จะเลิกทำแค่ในปีแรก แต่รู้ไหมเกษตรกรอินทรีย์จากมหาสารคามบอกเราว่า กว่าที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีเหมือนเดิมหรือมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ใช้เคมี ต้องใช้เวลา   ๔ – ๕ ปี แต่หลังจากนั้นแล้ว แทบจะไม่ได้ต้องทำอะไรมาก นอนดูผลผลิตที่งอกงามตามวิถีของมันเอง นั่นแหละคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่จะไม่มีทางได้มาถ้าจิตใจเราไม่แน่วแน่ไม่มั่นคง

๒ ครอบครัวที่โอบอุ้มและเข้าใจ

หลายครอบครัวที่ทำเกษตรเคมีมายาวนาน มักจะปฏิเสธแนวคิดเกษตรอินทรีย์ ยิ่งหลายครอบครัวมีภาระทางการเงินหรือหนี้สิน การเปลี่ยนวิถีการเกษตรสู่อินทรีย์จึงเป็นการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรอินทรีย์หลายคนจึงเริ่มจากการแบ่งพื้นที่จำนวนหนึ่งเพื่อทดลองทำเกษตรอินทรีย์เพื่อให้ครอบครัวเข้าใจ และเห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นไปได้ แล้วจึงค่อยขยับขยายแปลงเกษตรอินทรีย์ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  เกษตรกรอินทรีย์จำนวนมาก ไม่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง เพราะการทำวิถีเกษตรอินทรีย์ในระยะเริ่มแรกจำเป็นต้องลงทุนกำลังแรงงานมาก คนในครอบครัวที่เปิดโอกาส เข้าใจ และร่วมไม้ร่วมมือ จะเป็นแรงหนุนที่ดี แต่กว่าคนในครอบครัวจะมาเป็นแรงหนุนได้ ต้องใช้วิธีการมากมาย เช่น ต้องทำตัวอย่างให้เห็น ต้องพาไปเรียนรู้ตัวอย่างจากปราชญ์ ต้องให้ดูตัวอย่างดีๆจากรายการทีวี ฯลฯ วิธีการเหล่านี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยปรับทัศนคติและส่งเสริมให้คนในครอบครัวเข้าใจและสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น

๓ พลังหนุนจากการรวมกลุ่ม และเครือข่ายภายนอก

“…ไม่มีกลุ่ม เลิกทำไปนานแล้ว…” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการทำเกษตรอินทรีย์ ที่เกษตรกรแต่ละคนต้องเผชิญหน้ากับกระแสที่ถาโถมของคนรอบข้าง การเข้าร่วมกลุ่ม จะทำให้ได้พบเจอกับเพื่อเกษตรกรที่มีประสบการณ์อันหลากหลาย ได้การเยียวยาความรู้สึกซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนเทคนิควิธีต่างๆ การในการทำเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ เมื่อกลุ่มเติบโตมากขึ้น มีความเป็นกลุ่มที่ชัดเจนขึ้น การแสวงหาโอกาสหรือความช่วยเหลือจากองค์กรภายนอกก็สามารถทำได้ง่าย เพราะหน่วยงานภายนอกจะสนับสนุนในรูปแบบกลุ่มมากกว่าสนับสนุนเกษตรกรเป็นรายๆไป การสนับสนุนที่ได้รับจะมีทั้งเรื่องขององค์ความรู้ ทรัพยากร ได้มีโอกาสเข้าฝึกอบรมหรือไปศึกษาดูงาน ฯลฯ ซึ่งเกิดประโยชน์มากเพราะทำให้เราได้เห็นของจริง ได้มีแรงบันดาลใจ ได้เห็นแนวทางที่เราจะนำมาใช้จริงในแปลงเกษตรอินทรีย์ของเรา

๔. มีตลาดรองรับและควบคุมมาตรฐาน

การเปิดตลาดอินทรีย์ จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะผลผลิตอินทรีย์และผลผลิตทั่วไป ได้ดีกว่าการวางขายในตลาดเดียวกัน นับเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ในช่วงแรกของการเปิดตลาดสีเขียวที่มหาสารคาม ถึงกับต้องช่วยค่าน้ำมันรถครึ่งหนึ่งให้เกษตรกรอินทรีย์มาขายของ แต่ไม่นานตลาดก็เริ่มบูม เพราะใครๆ ก็อยากได้ของดีมีคุณภาพและปลอดภัย จึงเข้ามาจับจ่ายทุกๆวันที่เปิดตลาด ทุกวันนี้เกษตรกรได้เปลี่ยนหมุนเวียนกันมาขายสินค้าอินทรีย์โดยไม่ต้องช่วยค่าน้ำมันรถ และร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองกลางจาก ๕ บาท เป็น ๑๐ บาท เป็น ๒๐ บาทในปัจจุบัน ซึ่งเงินส่วนนี้ใช้ในการบริหารจัดการตลาด และใช้เพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกกลุ่ม ส่วนรายได้ต่อครั้งที่เกษตรกรได้รับจากการเปิดตลาดมีตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ถึง ๔,๐๐๐ บาท มียอดเงินมากจนธนาคารออมสินต้องมาเปิดรับฝากเงินของเกษตรที่ตลาด แต่กว่าตลาดจะได้รับความนิยม และความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ก็ต้องมีการกำหนดและรักษามาตรฐาน ไม่ให้มีสินค้าทั่วไปหรือสินค้าเคมีสอดไส้เข้ามา ดังนั้นการตั้งกฎกติกา การสุ่มตรวจ การสอดส่องดูแลช่วยกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกเกษตกร

Check Also

ท้องไม่พร้อม ปัญหาวัยรุ่นใครดูแล

ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งท้องไม่พร้อม ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ จะช่วยเด็กอย่างไร? “ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมแต่ตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เกิดจากหลายเหตุผล บางคนกลัวบาป บางคนไม่มีความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ กว่าจะรู้อายุครรภ์ก็เกินกำหนด บางคนรู้ตอนอายุครรภ์ยังน้อย พอตอนใกล้จะคลอด ปรากฏว่าผู้ชายขอแยกตัว เลยต้องยอมเก็บเด็กไว้ จำนวนไม่น้อยตัดสินใจเอาออกทั้งที่อาจเกิดอันตราย บางคนต้องตัดมดลูกทิ้ง และบางคนต้องเสียชีวิต เมื่อผู้หญิงเข้ามาหา “ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook