BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

มติสมัชชาสุขภาพ…ทำไมไม่เคลื่อน?

มติสมัชชาสุขภาพ ออกมาตั้งเยอะ ทำไมไม่เคลื่อน? โดนถามแบบนี้มาหลายเวที จริงๆหลายๆเรื่องก็มีการนำไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม มีการดำเนินงานต่างๆพอสมควร แต่สรยุทธไม่ได้มาเล่าในเรื่องเล่าเช้านี้เท่านั้นเอง เลยไม่ค่อยรู้กัน(ฮาาาา) วันนี้จะนำประสบการณ์ทำงานของตนเองทั้งล้มเหลวไม่เป็นท่าและเข้าท่าสุดๆมาประมวล สรุปบทเรียนของตนเองมาแบ่งปันกันจากมุมของผมว่าทำไมไม่เคลื่อน?

ปีที่แล้วทางโครงการ CASCAP ได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีในการผลักดันเรื่องการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีให้เป็นมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกับมติแล้วเมื่อ 7 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา โครงการ CASCAP และมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีได้ร่วมเป็นกรรมการยกร่างแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีตามมติสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 7 มติที่ 3 การกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประชาชน ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น และสภาวิจัยแห่งชาติ ในการระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆในการวางกลยุทธ์การวิจัยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างยั่งยืน ผมเองก็มีโอกาสเข้าไปร่วมเวทีเหล่านี้เป็นบางครั้ง และยังทราบว่ากระทรวงคมนาคมก็มีหนังสือตอบรับมาเพื่อร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยจะเข้ามามีส่วนในการดูแลการจัดการสิ่งปฏิกูลบนรถสาธารณะเช่น รถไฟ รถโดยสาร ฯลฯ

จากเหตุการณ์ที่มีหลายฝ่ายออกมาช่วยกันทำงานวิชาการ งานนโยบาย มีกระแสตอบรับอย่างดีหลังจากมีมติสมัชชาสุขภาพออกมา ผมคิดว่า มันก็เคลื่อนได้นี่ ? ในขณะที่หลายๆคนที่ผมเจอตามเวทีต่างๆพยายามตั้งคำถามท้าทายว่ามติสมัชชาสุขภาพตั้งกี่สิบเรื่อง หลายเรื่องยังไม่เห็นใครเอาไปทำอะไรเลย ผมเลยถอดบทเรียนจากปรากฏการณ์ต่างๆที่เข้าไปร่วมทำงานมาตั้งแต่ต้นว่าทำไมเรื่องพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประชาชนถึงเดินหน้าไปได้ และลองเปรียบเทียบกับงานเก่าที่เคยทำเมื่อนานมาแล้วว่าทำสมัชชาในพื้นที่แล้วไม่มีการขยับต่อตอนนั้นพลาดอะไรไป

การดำเนินการตามกระบวนการนโยบายสาธารณะ กลไกสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาไม่ได้สิ้นสุดเพียงการได้ข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ต้องมีการผลักดันนโยบายให้ไปสู่การปฏิบัติ ตอนที่ผมเคยทำงานกับสมัชชาสุขภาพผู้ยากลำบากจังหวัดขอนแก่นเมื่อหลายปีก่อน เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นชัดเจนถึง “ความเป็นเจ้าของร่วม” แม้ว่าการจัดกระบวนการสมัชชาสุขภาพเราจะประสานความร่วมมือกับผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับนโยบาย อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆเองก็หวังพึ่งพิงผู้ที่มีอำนาจและมีทรัพยากรมากกว่าการคิดแก้ไขปัญหาหรือหาวิธีการดำเนินงานของตนเอง ก็ไม่ต่างจากการขอให้เขาไปทำเรื่องโน้นเรื่องนี้โดยที่มีเพียงข้อเสนอ แต่ไม่มีวิธีการหรือรูปแบบการดำเนินงานมาเป็นทางเลือกให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเลย ประกอบกับผู้มีส่วนได้เสียสำคัญ ที่มีอำนาจตัดสินใจก็ไม่ได้มาอยู่ในกระบวนการตั้งแต่ต้น หลักการของกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ฉันทมติที่ได้ควรมีความเป็นไปได้และได้รับการยอมรับร่วมกันจากทุกฝ่าย ถ้าคิดแต่ฝ่ายเดียวแล้วไม่ถามใคร แล้วเอาไปยัดใส่มือเขา เขาจะทำไหม?

พอมาดูการทำงาน มติเรื่องการแก้ไขพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประชาชน ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดการขับเคลื่อน สิ่งสำคัญที่เห็นคือ ผู้มีส่วนได้เสียสำคัญที่มีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบาย เข้ามาร่วมในกระบวนการตั้งแต่ต้น ในเรื่องนี้มีกรมควบคุมโรคเข้ามาเป็นแม่งาน มีโครงการ CASCAP มหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วยสนับสนุนงานวิชาการ แต่ไม่ได้สนับสนุนแค่ว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร แต่มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานตามมติในระยะต่างๆรองรับไว้ มีวิธีการรองรับข้อเสนอต่างๆชัดเจนที่จะหยิบไปทำได้ ที่สำคัญคือมีการทำงานล่วงหน้า มีการชี้แจงสถานการณ์ปัญหาเรื่องนี้กับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดต่างๆในภาคอีสาน จนมีผู้แทนจากพื้นที่และภาคียุทธศาสตร์เห็นชอบกับมตินี้ว่าต้องมีการดำเนินการเพราะเป็นเรื่องร่วมของคนอีสาน

ผมเลยตั้งสมมติฐานขึ้นมาเล่นๆว่า ในกระบวนการสมัชชาสุขภาพ หากผู้มีส่วนได้เสียสำคัญเข้ามารับรู้ในกระบวนการตั้งแต่ต้น มีการทำงานวิชาการที่สามารถชี้ให้เห็นถึงทางเลือกการตัดสินใจและวิธีการดำเนินงานตามข้อเสนอเชิงนโยบาย มีการทำความเข้าใจกับเครือข่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ประเด็นที่ใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพนี้จำนำไปสู่การขับเคลื่อนได้

หลายคนมีพื้นที่ทางความคิดในการนำกระบวนการสมัชชาเป็นเครื่องมือโดยมุ่งหวังเชิงอุดมคติว่าข้อเสนอเชิงนโยบายมีความเป็นไปได้ที่จะมีการนำไปสู่การปฏิบัติโดยอาศัยการบูรณาการแผนงาน โครงการ ของหน่วยงานต่างๆที่มีเป้าหมายร่วมกัน แต่เราไม่ควรคิดไปเองฝ่ายเดียว

การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ และทำงานกับผู้มีส่วนได้เสียโดยเขาเป็นเจ้าของเรื่องคนหนึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาเพื่อที่จะปรับแนวคิด และมุมมองต่างๆ แต่ถ้าผู้มีส่วนได้เสียสำคัญเหล่านี้ได้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของสมัชชาสุขภาพตั้งแต่เริ่มต้น เราจะได้ข้อมูลข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย อะไรเป็นไปได้ อะไรมีข้อจำกัด กระบวนการสมัชชาสุขภาพจะประนีประนอมและสร้างการเรียนรู้ ไปจนถึงการค้นหาวิธีการที่เหมาะสมในการคลี่คลายปัญหาของเรื่องนั้นๆได้ ทั้งนี้ไม่ควรมุ่งหวังขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เป็นภาคี เครือข่ายเพราะจะทำผู้บริหารหน่วยงานเกิดความลำบากใจที่จะเข้าร่วมกระบวนการสมัชชาสุขภาพ

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook