BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

จากปฏิบัติการสู่งานสรรค์สร้างนโยบาย : ผู้หญิงกับบทบาทการจัดการสุขภาวะชุมชน

ผู้ชายคือช้างเท้าหน้า ผู้หญิงคือช้างเท้าหลัง

สังคมไทยเรามีค่านิยมเรื่องภาวะผู้นำแบบนี้มานมนานแล้วครับ แม้ปัจจุบันจะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า หญิงชายเท่าเทียมกัน และมีปรากฏการณ์ว่าผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำหน่วยงาน ผู้นำทางความคิดในสาขาอาชีพต่างๆ แต่ในทางปฏิบัติ โอกาสที่ผู้หญิงจะเข้าสู่สถานะผู้นำอย่างนี้นั้น ไม่ใช่ง่าย เราท่านทั้งหลายต่างก็รู้ดี

ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว ในบทความชื่อ “สมัชชาสุขภาพ ผู้หญิง และความรุนแรง” เมื่อ พฤศจิกายน ปีก่อน โดยเชื่อมโยงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องผลักดันให้มีการกระจายอำนาจไม่เพียงแต่จากรัฐส่วนกลาง สู่ท้องถิ่นเท่านั้น แต่ต้องกระจายอำนาจจากชายไปสู่หญิงด้วย จึงจะสามารถขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน ครอบครัว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในงาน “เหลียวหลังแลหน้า….การขับเคลื่อนเรื่องเหล้า ภาคเหนือตอนบน” ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อ 22 พฤษภาคม 2558 ที่มหาวิทยาลัยพะเยา มีห้องย่อยที่นำเสนอบทความวิชาการว่าด้วยเรื่องผู้หญิงกับแอลกอฮอล์ ซึ่งพบว่า ผู้หญิงใน จ.แม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงพื้นราบ หรือชนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ต่างก็มีบทบาทสำคัญในการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้พวกเธอประสบความสำเร็จ โดยเน้นใช้มาตรการทางสังคม กลยุทธ์ ( ศาสนา และสังคม) เวทีประชาคม และการจัดการความรู้ผสมผสานในชุมชน

การไม่ปะทะ แต่เน้นเจรจาต่อรอง ประนีประนอม ด้วยใจเมตตากรุณา และมีความซื่อตรง เป็นคุณสมบัติสำคัญ และเป็นทักษะเฉพาะตัวของผู้หญิง ประกอบกับความเป็นคนคุ้นเคยของชาวบ้าน มีความรู้ในการวิเคราะห์คน วิเคราะห์ชุมชนของตนเป็นอย่างดี ทำให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จในการรณรงค์ปัญหาสุราในพื้นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรมหลายอย่าง ที่จำกัดการมีส่วนร่วมของผู้หญิง เช่น แบบแผนจารีตประเพณี การเข้าถึงการศึกษา อคติต่อผู้หญิงในการทำงาน ยังคงมีอยู่ พวกเธอมีเงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรม มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ กลยุทธ์ แตกต่างจากชาย ดังนั้นเครือข่ายประชาคม/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีแผนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของสตรีเป็นการเฉพาะ ตามบริบทพื้นที่

จากห้องย่อยวันนั้น มีการนำเรื่องเหล่านี้ นำเสนอต่อในห้องใหญ่ กลายเป็นทิศทางที่เครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคเหนือจะคิด จะสานต่อไป กระบวนการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ท้องถิ่น เริ่มให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ และการทำงานแบบร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผล ของผู้หญิงในระดับรากหญ้ามากขึ้น

จากเวทีงานเหลียวหลังแลหน้าของ สสส. มาสู่งานขาขึ้นขาเคลื่อนด้านนโยบายของ สช. ประเด็นน่าสนใจก็คือ เราเห็นผู้หญิงในเวทีงานสมัชชาสุขภาพมากมายหลายระดับ ตั้งแต่ เวทีระดับจังหวัด ยันเวทีระดับชาติ ปีแล้วปีเล่า ที่ผู้หญิงนักพัฒนาขึ้นเป็นผู้อำนวยการการประชุม เป็นวิทยากร เป็นผู้กล่าวปาฐกถา แต่พอลงถึงการออกแบบกระบวนการขับเคลื่อนปฏิบัติงานตามมติ กลับไม่เห็นมิติความเป็นหญิงชายเท่าที่ควร

การคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของคนที่หลากหลาย ความเป็นหญิง ความเป็นชาย หาใช่เพียงแค่เอาคนที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างมากำหนดเป็นสัดส่วนในเชิงปริมาณกัน ว่ามีหญิงมาร่วมเยอะ แสดงถึงการมีส่วนร่วมของสตรีแล้ว ไม่ใช่เชิงปริมาณอย่างนั้นครับ หากแต่ต้องดูไปถึงคุณภาพของการมีส่วนร่วม สิ่งที่สะท้อนออกมาว่าเป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงบทบาทสตรี กับการทำงานพัฒนามากน้อยแค่ไหนอีกด้วย

และที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่แค่ข้อสังเกตจากเวทีสมัชชาสุขภาพนะครับ หากรวมถึงเวทีประชุมงานพัฒนาต่างๆในทุกระดับ จะปรับกระบวนทัศน์กันได้ ไม่ใช่เรื่องยากเกินทำ สำคัญที่ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์จากกลุ่มสตรีที่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยครับ

Check Also

กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมระดับจังหวัดเชื่อมโยงสู่ระดับเขต

เวทีสานพลัง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เครือข่าย ทุกช่วงวัย อาหารปลอดภัยบนฐานทรัพยากรที่มั่งคั่ง จ.พิษณุโลก ณ โรงแรมนนทรี เรสซิเดนท์ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 2 ร่วมกับ คณะกรรมการและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook