BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

“เชื่อมั่นและทำให้เป็นจริง” แนวคิด การพัฒนานักสานพลังนโยบายสาธารณะฯ (นนส.)

“ทุกคนล้วนมีศักยภาพในตนที่ต่างกัน การทำงานบางอย่างบางคนมีพรสวรรค์มาแต่ต้น บางคนไม่มีพรสวรรค์ แต่หากได้สานเสริมพลังร่วมให้เกิดขึ้นในตน จะเกิดพลังทวีคูณที่มีอานุภาพมากกว่าเดิม”

แนวคิด ในการทำให้พลังเพิ่มมากขึ้น   ทำให้พลังมีทิศทางไปในทางเดียวกัน ทำให้พลังเชื่อมต่อกัน ทำให้พลังมีจังหวะ ทำให้พลังสืบทอดกันและทำให้ผู้คนยอมรับพลังดังกล่าว เป็นความสำคัญประการหนึ่งที่นำมาสู่การพัฒนา กระบวนการพัฒนาศักยภาพ(Empowerment) ด้วยโปรแกรมการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ร่วมกัน ไม่ใช่เป็นผู้เสพหรือรอรับความรู้เพียงอย่างเดียว และมีความเชื่อมั่นว่า ผู้เรียนรู้สามารถ ถ่ายทอดประสบการณ์และการเรียนรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานแก่กันและกันได้ (เป็นทั้งผู้ให้,ผู้รับและผู้แลกเปลี่ยน ในเวลาเดียวกัน)

การพัฒนาศักยภาพแนวใหม่นี้ จึงเป็นการออกแบบเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของผู้เรียนรู้ที่ฝั่งอยู่ในตน แล้วนำไปสู่การสังเคราะห์และจัดระบบเป็นความรู้ใหม่ ที่สูงขึ้น ลึกซึ้ง มีชีวิตชีวามากขึ้น มีพลังสร้างสรรค์จากผู้เรียน และเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมมากขึ้น จะเห็นได้ว่าการพัฒนาศักยภาพตามแนวทางนี้ “ผู้เรียนรู้” จะเป็นศูนย์กลาง คือ พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันความรู้หรือทุนอื่นใดที่ตนมี พร้อมเปิดใจรับความรู้ใหม่ๆ จากภายนอก และพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติจริง (Interactive learning through action) ไปด้วยกัน

โปรแกรมพัฒนาศักยภาพ“นักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม(นนส.)” หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “นักสานพลัง” คือ แกนนำเครือข่ายที่ทำหน้าที่เชื่อมประสาน หนุนเสริมให้ผู้คน หน่วยงาน องค์กร เครือข่ายทุกภาคส่วน ให้เข้ามาร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม และการสร้างสังคมสุขภาวะร่วมกัน  ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะโดยรวมต่อไป

“มีบางเรื่องที่เราไม่รู้ … แต่มีคนอื่นรู้

มีบางเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ …แต่เรารู้

แต่เรื่องทั้งหมดมีคนรู้ …การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

จะทำให้เราได้รู้และรู้จากสิ่งที่แตกต่างมากยิ่งขึ้น”

“นักสานพลัง” จึงเป็นคนที่มีงานหรือประเด็นสาธารณะ ที่ตนเองสนใจและทำอยู่แล้ว การสานพลังก็เพื่อที่จะชวนผู้คนมาร่วมขับเคลื่อนงานเหล่านั้น ให้เกิดผลที่มากกว่า หรือกว้างกว่าเดิม และไม่ได้มีงานหรือประเด็นที่ทำอยู่เป็นการเฉพาะ แต่เป็นคนทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ามาคิดและทำงานด้วยกัน เพื่อให้เกิดพลังใหม่ หรือพลังทวีคูณ (Synergistic effect) ที่มีอานุภาพมากกว่าเดิม อีกทั้งการสร้างพลังที่เสมือนเป็น “ลมใต้ปีก” ของกันและกัน โดยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ (Connectivity) ในหลายมิติ (พื้นที่,ผู้คน,สถาบัน,องค์กร,เครือข่ายรวมทั้งการเชื่อมเสมือนจริงผ่านโซเซียลมีเดีย) สร้างคุณค่าและความหมายใหม่ๆ ที่นำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจร่วม แรงจูงใจร่วม ความภูมิใจร่วมและพลังร่วม ที่ส่งผลต่อการ ทำงานที่ใหญ่และยากให้สำเร็จได้

ทิศทางสำคัญ ของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพฯ ประการสำคัญ คือ การพัฒนาตามแนวคิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และตามแนวคิดและเจตนารมณ์ ของ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ ในฐานะรากฐานทางความคิดอันเป็นที่มาของกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม  อีกประการหนึ่ง คือ การเบนเข็ม (Shift up) การพัฒนาโดยใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพกำลังคน/เครือข่าย นำทิศทาง และใช้เครื่องมือสำคัญตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ และเทคนิคต่างๆ สนับสนุนตาม และการจัดการเรียนรู้ก็จะเชื่อมโยงแนวคิดและครอบคลุมสาระสำคัญใน 3 ลักษณะ คือ วิธีคิดและทัศนคติ (Attitude) เกี่ยวกับกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ความรู้ (Knowledge) เกี่ยวกับกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม และเครื่องมือตาม พรบ.สุขภาพฯ รวมถึงเครื่องมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ การฝึกปฏิบัติ (Practice) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะหลักของการเป็นนักสานพลังฯ   ใช้กระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพ (CB by KM) เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับลึกจากความเชื่อมั่นและความจริงของแต่ละบุคคล

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมการพัฒนา มาจาก ๓ กลุ่มหลัก คือ กลุ่มแกนนำกลไกนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ในระดับพื้นที่ (PHPP-PHA)   กลุ่มแกนนำเครือข่ายเฉพาะ เช่น เครือข่ายพัฒนาธรรมนูญสุขภาพ เครือข่ายการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ(HIA) และภาคีสนับสนุนอื่นๆ    และกลุ่มแกนนำภาคียุทธศาสตร์ ความร่วมมือต่างๆ ที่สนใจ โดยแนวทางการจัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพ จัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพ ในรูปแบบโปรแกรมการเรียนรู้ โดยมีหน่วยพัฒนาศักยภาพแกนหลัก (Core Module) จำนวน ๔ ครั้ง ดังแผนภาพ ต่อไปนี้

image002

จากแนวคิดการพัฒนาศักยภาพ ที่มุ่งเน้นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม บนเส้นทางความสัมพันธ์และการอภิบาลแบบเครือข่าย (Governance by network) เป็นกระบวนการทำงานที่มีการเชื่อมโยงประสานงาน ระหว่างบุคคล องค์กรหน่วยงานต่างๆ ที่มีอิสระทางความคิด ความหลากหลาย ที่มีทั้งคล้ายคลึงกัน และแตกต่างกัน ของความคิดที่แสดงออกมา ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่จะทำให้ความแตกต่างเหล่านี้ อยู่ด้วยกันได้อย่างราบรื่น คือ การให้เกียรติ ยอมรับความคิดเห็นของกันและกัน ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกทั้งหลาย ได้เห็นทางเลือกอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากที่ตนคิดเห็น ตามประสบการณ์ที่จำกัดของแต่ละบุคคล และเมื่อได้เกิดปฏิสัมพันธ์ ทางความคิดระหว่างกัน บนวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายเดียวกัน และด้วยปรัชญาการอยู่ร่วมกัน โดยเห็นคุณค่าของสมาชิกทุกคน ทุกหน่วยเสมอกัน จึงสามารถสร้าง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคีสมาชิกในแนวราบ เป็นกลไกให้เกิดการขับเคลื่อนของเครือข่ายแทนการใช้อำนาจ และการสั่งการในกรอบระบบแห่งการบังคับบัญชา ซึ่งเป็นการปิดกั้นปัญญามนุษย์ และละเลยความหลากหลายที่เราสามารถอาศัยการจัดการที่ดี นำความหลากหลายเหล่านี้ มารวมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อก่อให้เกิดคุณภาพใหม่ ทั้งในรูปแบบของการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติไปจนถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำไปสู่ “การสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างสังคมสุขภาวะ ร่วมกัน”

 

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook