BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

บทปาฐกถาของนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในการประชุม สมัชชาสุขภาพ จ.กระบี่ ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๘

บทปาฐกถาของนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในการประชุม สมัชชาสุขภาพ จ.กระบี่ ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๘ “สานพลัง สู่สุขภาวะ คนกระบี่” โร้ม้าย สมรมวันนี้ ชันชีหัวเกลอ เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมบุญสยาม อ.เมือง จ.กระบี่

เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ (นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม)

ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ (นพ.วีรพงศ์ สกลกิติวัฒน์)

สมาชิกสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ และผู้มีเกียรติทุกท่านครับ

 

นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งในโอกาสที่ผมได้มายืนอยู่ท่ามกลางผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในวันนี้ ในดินแดนที่ได้สมญานามว่า เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับนานาชาติ เกษตรอุตสาหกรรมยั่งยืน สังคมน่าอยู่

มีการปรับตัวเท่าทันต่อบริบทการเปลี่ยนแปลง

ผมขอเรียนว่า ด้วยความที่กระบี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ทีมงาน นักสานพลัง ที่ย่อมาจาก นักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมเพื่อสังคมสุขภาวะ จากทั่วประเทศ เกือบ ๖๐ ชีวิต ได้ใช้กระบี่เป็นสถานที่ศึกษาดูงาน ในช่วง ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมาภายใต้การประสานจากนักสานพลังของจังหวัดกระบี่ ซึ่งประกอบด้วย คุณทวีชัย อ่อนนวน คุณพัชราภรณ์ อาสา คุณก่อเดช ยะลา ซึ่งในครั้งนั้นผมได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ทำให้เห็นพลังการมีส่วนร่วมของคนกระบี่ที่เข้ามาร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะนโยบายการจัดการขยะที่อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คณะได้เดินทางไปดูงานในครั้งนั้น ซึ่งผมขอชื่อชมไว้ ณ โอกาสนี้ในเบื้องต้น

เมื่อกล่าวถึง “จังหวัดกระบี่” คนทั่วไปจะนึกถึงความสวยงามของธรรมชาติ ในความรู้สึกของผมและคนทั่วไป เมื่อกล่าวถึง “จังหวัดกระบี่” โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเลที่สวยงามมาก มีหมู่เกาะน้อยใหญ่ ที่มีความสวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นจำนวนมากนับร้อยเกาะ อาทิเช่น หมู่เกาะพีพี เกาะห้อง เกาะศรีบอยา เกาะลันตา เกาะรอก เป็นต้น ดังนั้นจังหวัดกระบี่จึงเปรียบเสมือนมรกตแห่งอันดามัน เป็นสวรรค์ของการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งมี ชื่อเสียงในระดับโลกจากภูมิทัศน์อันงดงามโดดเด่น มีระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์หาที่ใดเปรียบได้

จากการศึกษาข้อมูล ทำให้ผมทราบว่า

นอกจากกระบี่จะเป็นดินแดนที่มีแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วยังมีสถานที่สำคัญๆ อื่นๆอีกหลายแห่ง เช่น พระพุทธรูปหยกขาว ศิลปะพม่าอายุนับร้อยปีที่วัดถ้ำเสือ เป็นต้น

ในด้านสังคม วัฒนธรรม เท่าที่ผมสัมผัส กระบี่เป็นเมืองสงบ คนกระบี่เป็นผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีมีน้ำใจ จังหวัดกระบี่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นนั้น เป็นจังหวัดที่รวมผู้คนคนต่างชาติพันธ์ ต่างวัฒนธรรม ค่าศาสนา มาอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน มีวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านที่มีการสืบทอดกันมาช้านาน ได้แก่ ลิเกป่า ซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ดัดแปลงมาจากลิเกสิบสองภาษา มีศิลปินหนังตะลุงหลายคณะ มโนราห์ เป็นการแสดงพื้นบ้านของจังหวัดทางภาคใต้ที่ขึ้นชื่อ รองเง็งและเพลงตันหยง

งานประเพณีหรือเทศกาล ก็เป็นจุดดึงดูดด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ได้แก่ ประเพณีลอยเรือชาวเล ของทุกปีที่เกาะลันตา เทศกาลกระบี่เบิกฟ้าอันดามัน จัดขึ้นตรงกับเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัด และงานเทศกาลลานตาลันตา จัดขึ้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะลันตา อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่ หลากหลาย และมีความผสมผสานระหว่างชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยมุสลิม ชาวไทยพุทธ รวมทั้งชาวไทยใหม่ หรือที่เรียกกันว่าชาวเล-อุรักลาโว้ย

หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียดยังพบอีกว่า

กระบี่เป็นจังหวัดที่มี ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดกระบี่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ (Gross Provincial Product : GPP) ณ ราคาประจำปี มีมูลค่าเท่ากับ ๖๗,๗๖๔ ล้านบาท เป็นลำดับที่ ๓ ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน รองจากจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดตรัง เป็นลำดับที่ ๖ ของภาคใต้ และลำดับที่ ๓๕ ของประเทศ มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ๑๘๕,๐๗๖ บาท เป็นลำดับที่ ๒ ของภาคใต้ และลำดับที่ ๑๔ ของประเทศ

โครงสร้างหลักทางเศรษฐกิจจังหวัดกระบี่ขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร) ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขายภาคการขายปลีก ภาคการขนส่ง และภาคการโรงแรม เป็นสำคัญ โดยมีพื้นที่การเกษตร ๒,๐๐๑,๙๐๘ ไร่ หรือ   ร้อยละ ๘๕.๐๓ ของพื้นที่ทั้งหมด พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา

ภาคการเกษตรของกระบี่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งมีทิศทางการส่งเสริมในส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นแหล่งปลูกปาล์มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของนำไปผลิตพลังงานทดแทน แต่โดยที่รายได้ทางด้านการเกษตรขึ้นอยู่กับราคาในตลาดโลก ดังนั้นทิศทางและโอกาสของการประกอบธุรกิจในจังหวัดกระบี่ที่สำคัญคืออุตสาหกรรมด้านการบริการการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในรูปแบบที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ การท่องเที่ยวในรูปแบบของวิถีชีวิตธรรมชาติ เช่น การให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาอยู่กับธรรมชาติหรือมาเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในรูปแบบโฮมสเตย์ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ผสมผสานศักยภาพของทรัพยากรทางทะเล วิถีชีวิต และวัฒนธรรม เป็นการตอบรับกับนโยบายของทางจังหวัดคือ ทำให้กระบี่น่าอยู่

ด้วยกระบี่จัดเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น ป่า เขา ธารน้ำ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสุขภาพ สงบ ผู้คนน่ารัก จึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและชื่นชมธรรมชาติอย่างแท้จริง มีนักท่องเที่ยวเดินทาง มาเยี่ยมเยือนในปริมาณที่สูงขึ้นทุกปี มีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการ ภาคบริการและการท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มากเป็นลำดับที่ ๕ ของประเทศ รองจาก กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี และ เชียงใหม่

ข้อมูลในปีพ.ศ. ๒๕๕๖ จังหวัดกระบี่ มีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า ๓.๖ ล้านคน (ข้อมูล จำนวนนักท่องเที่ยว ,๖๘๕,๖๗๕ คน) เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ร้อยละ ๑๖.๖๑ ส่วนรายได้ จากการท่องเที่ยว มากกว่า ๖ หมื่นล้านบาท (ข้อมูล รายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน ๖๐,๓๒๖.๔๘ ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ร้อยละ ๒๔.๙๘ ด้วยเหตุนี้ จังหวัดกระบี่จึงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการ ท่องเที่ยวของประเทศและของโลก และเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลในการสร้างรายได้ด้านการ ท่องเที่ยวให้กับประเทศ

แม้ว่าในช่วงปลายปี ๒๕๕๖ ภาคการเกษตรกำลังประสบกับปัญหา เนื่องจากสาเหตุ การชะลอตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าทางการเกษตร และปัญหาการเมืองภายในประเทศ แต่ทว่าภาคการลงทุนกลับยังคงขยายตัว โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะลันตา และอ่าวนาง ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยนิติบุคคลจดทะเบียนใหม่ที่สำคัญ คือ ตัวแทนธุรกิจการท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านขายอาหาร โรงแรมและการก่อสร้างอาคารทั่วไป เป็นต้น ในส่วนของสถานการณ์แรงงาน ผู้ประกอบการณ์มีความต้องการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ตำแหน่งที่นายจ้างต้องการมากที่สุด

แต่ทว่า ในอีกมุมหนึ่ง

กระบี่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆตามมามากมายด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพของคนกระบี่ ที่มีสาเหตุการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด และอุบัติเหตุ เป็นต้น ซึ่งปี ๒๕๕๖ ข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ระบุว่า สาเหตุการตายโรคหัวใจและหลอดเลือด ๖๓.๖๒ โรคมะเร็ง ๕๕.๑๓ โรคหัวใจขาดเลือด ๒๙.๙๑   และอุบัติเหตุ ๒๗.๔๖ ต่อแสนประชากร

นอกจากนั้น กระบี่กำลังเผชิญกับปัญหาในด้านต่างๆ ได้แก่

การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน นักท่องเที่ยว ที่มีสถานการณ์ยาเสพติดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากจังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก มีพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น มีเส้นทางการคมนาคมที่สะดวก ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยว และประชากรแฝงเข้ามาประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ก่อสร้าง เกษตรกรรม สถานบันเทิง การลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตามตะเข็บรอยต่อแนวพรมแดนระหว่างจังหวัด/อำเภอ และเส้นทางทางทะเล และจังหวัดกระบี่ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นจุดอ่อนในพื้นที่ เช่น จุดอ่อนทางด้านปัจจัยเสี่ยง ความอ่อนแอของครอบครัวและชุมชน การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและพฤติดรรมทางลบของเยาวชน/ผู้ปกครอง ที่มักส่งบุตรหลานเข้ามาพักในบ้านเช่า หอพัก ฯลฯ เพื่อศึกษาต่อ โดยขาดการควบคุมทำให้เกิดแหล่งมั่วสุม อีกทั้งมีสถานบันเทิง ที่เป็นปัจจัยยั่วยุให้เยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการก้าวไปสู่ปัญหายาเสพติดมากขึ้น มีการลักลอบปลูกพืชเสพติด อาทิ พืชกระท่อม กัญชา สำหรับสถานการณ์การค้ายาเสพติดในห้วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ – มกราคม ๒๕๕๕ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ๓๕๖ คดี ๔๐๙ คน สถิติการจับกุมยาเสพติดแยกตามประเภทยาเสพติดที่มีการจับกุมสูง ได้แก่ ยาไอซ์ ยาบ้า และกระท่อม

ด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาอาหาด้านอาชญากรรมพื้นที่สูง ทั้งคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ คดีชีวิตร่างกายและเพส คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ข้อมูลจากสำนักงานดำรวจแห่งชาติ สถิติการรับแจ้งและจับกุมกลุ่มคดีอาญาที่น่าสนใจ จำแนกตามประเภทคดีที่รับแจ้ง จังหวัดกระบี่ พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๗ จำนวน ๒๙๓ คดี เป็นคดีโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ คดีชีวิต ร่างกายและเพศ คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ

การเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย อุทกภัย ดินโคลนถล่ม และ สีนามิ

ด้านเศรษฐกิจ (ราคาตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง ราคาปุ๋ยแพง,การขนส่งผลผลิต,ขาดความรู้เชิงวิชาการทางด้านการเพิ่มผลผลิต,ขาดแหล่งน้ำ,ถนนไม่ได้มาตรฐาน,กระแสไฟฟ้าและเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไม่เพียงพอ,ต้องการพัฒนาด้านการเกษตร(ผัก,ผลไม้เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC),ขาดเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน) โดยเกิดจากปัจจัยเสี่ยงได้แก่   ความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและภัยธรรมชาติ ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงาน ความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ

ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระบี่ กำลังเผชิญกับปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ทั้งความเสื่อมโทรมของแนวปะการังในพื้นที่ดำน้ำที่ได้รับความนิยม คุณภาพน้ำทะเลที่เสื่อมลงจากน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงบริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทัศนียภาพของแหล่งท่องเที่ยว (ปัญหาขยะ/น้ำเสีย โดยเฉพาะ พื้นที่แหล่งท่องเที่ยว (เกาะพีพี/อ่าวนาง /เกาะลันตา) ปัญหามลพิษจากโรงงาน,น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และทรัพยากรธรรมชาติถูกบุกรุกทำลาย

ด้านการบริหารจัดการ คุณภาพการให้บริการ, การบูรณาการระหว่าง (ชุมชน,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,อำเภอ,จังหวัด) ขาดการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ขาดระบบบริหารจัดการสวัสดิการชุมชน และต้องการพัฒนาทรัพยากรด้านภาษาเพื่อรองรับ AEC

กระบี่กำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งของผู้คน โครงการสร้างท่าเทียบเรือและโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งสวนทาง โดยสิ้นเชิงกับแนวนโยบายการพัฒนาของจังหวัดกระบี่ที่ต้องการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ปัญหาที่กำลังเกิดทั้งหลายเหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่าง ซึ่งผมจึงอยากจะชวนพี่น้องคนกระบี่ คนที่มาอาศัยอยู่ ประกอบอาชีพ ทำมาหากินที่กระบี่ คิดต่อไปว่า

“แล้วอนาคตของกระบี่ของเรา จะเป็นเช่นไร?”

เราจะปล่อยให้จังหวัดกระบี่เติบโตและเป็นไปตาม “ยถากรรม”

หรือเราจะหวังให้ใครมาคิด มาทำให้กระบี่ของเราเติบโตไปได้อย่างดีกว่านี้

หรือเราควรมาร่วมมือกันคิดออกแบบและกำหนดอนาคตหรือภาพฝันที่คนกระบี่ “อยากเห็นและอยากเป็น” ร่วมกัน

ถ้าเป็นกรอบความคิดแบบสยบยอม เราก็จะคิดแบบธุระไม่ใช่ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม

ถ้าเป็นกรอบความคิดแบบพึ่งพิง เราก็จะรอให้คนอื่นคิดให้ ทำให้

แต่ถ้าเป็นกรอบความคิดบนประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่เห็นความสำคัญของ “พลังพลเมือง” และ “พลังการมีส่วนร่วม” เราก็จะไม่นิ่งดูดาย เข้ามา “เป็นธุระ” ร่วมคิด ร่วมทำ อย่างกระตือรือร้น

ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในกรอบความคิดหลังสุดครับ

ผมเชื่อมั่นใน “พลังพลเมือง” และ”พลังของความร่วมมือ”

หากเราสามารถหลอมรวมพลังของคนกระบี่ให้เข้ามาร่วมกันเป็นเจ้าของ และเป็นเจ้าภาพร่วมกันได้ ผมเชื่อมั่นว่าคนกระบี่จะสามรถกำหนด อนาคตกระบี่ ที่ดีกว่า ที่ดีกว่าวันนี้ได้

ในจังหวัดกระบี่ นอกจากจะมีพลังจากกลไกของรัฐ ทั้งส่วนภูมิภาค และหน่วยงานสังกัดส่วนกลางที่หลากหลายแล้ว ยังมีพลังจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ๑๓ แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล ๔๘ แห่ง แล้ว ยังมีสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกระบบ อีกเกือบ ๓๐๐ แห่ง รวมทั้งยังมีพลังจากเครือข่ายภาคประชาชน ภาคเอกชน และสื่อมวลชนอีกมากมาย ที่พร้อมจะเข้ามาร่วมกันกำหนด อนาคตกระบี่ ที่ดีกว่า

จังหวัดกระบี่ มีจำนวนประชากรกว่า ๔ แสน ๕ หมื่นคน (ข้อมูล ปี ๒๕๕๗ มีประชากร ๔๕๕,๒๔๘ คน) เป็นอันดับที่ ๖๐ ของประเทศ โดยมีเพศชายและหญิงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (ข้อมูล ประชากร เป็นเพศชาย ๒๒๖,๗๐๙ คน เพศหญิง ๒๒๘,๕๓๙ คน) มีพื้นที่ครอบคลุม ๘ อำเภอ คือ อำเภออำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนม อำเภอเกาะลันตา อำเภอคลองท่อม อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา อำเภอลำทับ อำเภอเหนือคลอง

อำเภอที่มีประชาการอาศัยอยู่มากที่สุดคือ อำเภอ เมือง ซึ่งมีประชากรประมาณ หนึ่งแสนกว่าคน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา คือ ศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทางการเกษตร และธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

การต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ จะมีพลังน้อย ทำเรื่องยากๆไม่สำเร็จหรือสำเร็จได้ยากมาก แต่ การรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ จะทำให้เราเรื่องที่ยากได้สำเร็จง่ายขึ้น เพราะการรวมตัวกันขององค์ประกอบที่แตกต่างกัน จะทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ ๑ บวก ๑ เป็น ๒

ไฮโดรเจน (H) และออกซิเจน (O) ต่างก็เป็นธาตุ แยกกันอยู่โดดๆมีคุณสมบัติเป็นก๊าซ แต่เมื่อรวมตัวกันเป็น “น้ำ” (H๒O) ก็เกิดคุณสมบัติใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

การรวมตัวข้ามกลุ่ม ข้ามข่าย ข้ามองค์กร ข้ามสาขา เข้ามาร่วมคิด ร่วมทำ จะเกิดคุณสมบัติใหม่ เกิดการคิดใหม่ เกิดการทำใหม่ ที่ใหญ่และดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ

ภายใต้พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ เราได้ช่วยกันออกแบบเครื่องมือใหม่อย่างน้อย ๓ ชิ้น เพื่อ สร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสุขภาวะ ลดทุกขภาวะ

เครื่องมือเหล่านี้ เราเรียกว่าเป็น “เครื่องมือพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ” หรือ “นโยบายสาธารณะที่ดีต่อการสร้างสุขภาวะ”นั่นเอง

เครื่องมือ ๓ ชิ้น ที่ว่านี้ ได้แก่

หนึ่ง ธรรมนูญสุขภาพ เป็นเครื่องมือกำหนดอนาคตหรือภาพฝันของชุมชน หรือเครื่องมือกำหนดกติกาของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชนของเราเอง

สอง สมัชชาสุขภาพ เป็นเครื่องมือหรือกระบวนการที่เปิดให้คนทุกหมู่เหล่า ทุกภาคส่วนเข้ามารวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ โดยมีการพัฒนาและขับเคลื่อนงานต่างๆให้เป็นนโยบายสาธารณะของเราเอง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคที่มีต่อการพัฒนา หรือสร้างเสริมสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดำรงอยู่หรือก้าวหน้ายิ่งขึ้น

สาม การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หรือที่เรียกว่า เอช ไอ เอ.เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการคาดประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการทำนโยบาย แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกัน หรือรับมือกับผลกระทบเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

หลักการสำคัญของการใช้เครื่องมือทางสังคมทั้ง ชิ้นนี้ คือ การทำงานบนฐานของข้อมูลและความรู้ ทำงานอย่างเป็นระบบ และเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

ตัวอย่างเช่น การจัดเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ในวันนี้ ที่มีการทำงานล่วงหน้ามาอย่างเป็นระบบ มีการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์มาเป็นอย่างดี มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ จนได้ร่างเอกสารและแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะใน ๒ ประเด็นหลักคือ การป้องกัน ควบคุมโรคไข้เลือดออก และแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี   พ.ศ.๒๕๕๙   – ๒๕๖๓ พร้อมที่จะนำมาหาเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อแสวงหา “ความเห็นร่วม” หรือ “ฉันทมติ” จากสมาชิกสมัชชาสุขภาพในวันนี้ และเป็นที่น่ายินดีว่าในเวทีนี้ยังมีการจัดเวทีรับฟังข้อเสนอ ร่าง แผนยุทธศาสตร์ “กระบี่ เมืองสุขภาพ” ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ เรื่อง การจัดการสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่

และที่มีความก้าวหน้าในการทำงานไปอย่างมากคือการนำเครื่องมือสื่อสารสาธารณะมาเป็นพลังในการขับเคลื่อนกระบวนการสมัชชาสุขภาพของจ.กระบี่ ภายใต้ความร่วมมือ ของเครือข่ายสื่อวิทยุในจังหวัดอาทิ เช่น สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย (สวท.) จ.กระบี่, สถานีวิทยุ อสมท. จ.กระบี่ คลื่นประชาคม อ.เกาะลันตา สถานีวิทยุยูนิตี้เรดิโอ, สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว, สถานีวิทยุฮ็อตมอร์นิเตอร์ และสถานีวิทยุลำทับวาไรตี้เรดิโอ มารวมตัวจัดตั้งเป็นคณะทำงาน”สมัชชาสุขภาพทางอากาศ” ทำงานร่วมกับคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัด ที่มี นพ. วีรพงศ์ สกลกิติวัฒน์ เป็นประธาน คจ.สจ. และหน่วยเลขานุการกิจสมัชชาสุขภาพจังหวัด นับเป็นอีกกลไกในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในกระบวนการสมัชชาสุขภาพกระบี่ ในการสื่อสารสาธารณะ ตั้งแต่การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจแนวคิด ทิศทาง กระบวนการ ให้เกิดการทำความเข้าใจของผู้คน มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ในกระบวนการกำหนดประเด็นสาธารณะ การเรียนรู้ร่วมกันของคนกระบี่ในประเด็นสาธารณะตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนเสนอแนวทางทางออกในการแก้ปัญหาผ่านการจัดรายการ แม้กระทั่งในวันนี้เครือข่ายสื่อก็ยังมาทำหน้าที่ ร่วมกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัดเพื่อร่วมขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะของคนกระบี่ และการร่วมเป็นอีกหนึ่งแรกในการผลักดันให้เกิดการนำมติสมัชชาสุขภาพไปผลักดันให้เกิดการปฏิบัติจริง

ดั่งที่ผมเรียนไว้แต่ต้นว่า เกาะลันตาได้มีการนำเกระบวนการสมัชชาสุขภาพไปใช้ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะจนได้ผลในระดับหนึ่งมาแล้ว หรือแม้กระทั่ง การใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือให้สังคมคนกระบี่ได้เรียนรู้และลดความขัดแย้งของผู้คน โครงการสร้างท่าเทียบเรือและโรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงนับว่าที่จังหวัดกระบี่มีต้นทุนด้านนี้อยู่พอสมควรซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ

จากตัวอย่างดังกล่าว ผมคิดว่าเราสามารถนำกระบวนการตามเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ทำงานเรื่องอื่นๆที่ใหญ่และยากขึ้นไปได้อีก เช่น การร่วมกันกำหนดอนาคตของคนกระบี่ หรือการพัฒนานโยบายสำคัญๆอื่นในจังหวัดของเรา อันจะเป็นการเสริมการทำงานของภาครัฐ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ที่ต้องทำอยู่แล้ว ได้เป็นอย่างดีด้วย

ในอดีต เราอาจไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือทางสังคมเหล่านี้ เพราะสมัยก่อนเราอยู่ในระบบที่รัฐคิดและทำแทนให้ทุกเรื่อง ซึ่งนักวิชาการเรียกว่าเป็น การอภิบาลโดยรัฐ (governance by government) ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนา การอภิบาลโดยตลาด(governance by market)เข้ามาเสริมการทำงานของรัฐ และปัจจุบันมีการพัฒนา การอภิบาลโดยเครือข่าย(governance by network)เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งงานที่พวกเรากำลังร่วมกันทำอยู่นี้ เป็นการอภิบาลแบบเครือข่ายครับ

ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่เราทุกคนแสวงหากันอยู่นั่นเอง

ผมดีใจที่เห็นพี่น้องชาวกระบี่มีความกระตือรือร้น เข้ามาร่วมกันใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพ เป็นเครื่องมือทำงานพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในเรื่องที่เราเห็นตรงกันว่ามีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเล็ก หรือประเด็นใหญ่ ซึ่งจะทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น ได้เรียนรู้ที่จะทำงานยากๆร่วมกันได้มากขึ้นและเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ

ซึ่งอาจกล่าวได้อีกมุมหนึ่งว่า พวกเรากำลังพัฒนาประชาธิปไตยภาคปฏิบัติ ด้วยการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำกันจริงๆ ทำไป เรียนรู้ไป พัฒนาไป ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งเป็นความงดงามที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งครับ

ผมใคร่ขอเรียนว่า ทิศทางที่จังหวัดกระบี่กำลังขับเคลื่อนอยู่นี้ สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่กำลังเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอยู่ในขณะนี้ ผมขอยกตัวอย่างให้ที่ประชุมแห่งนี้รับทราบสัก ๒ มาตรา อันได้แก่

มาตรา ๖๕ พลเมืองย่อมมีสิทธิรับรู้และแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทาและตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น รวมทั้งการพิจารณาร่างกฎหมาย กฎ และโครงการหรือกิจกรรมบรรดาที่อาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่โดยปกติสุข คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ หรือการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายสาธารณะในแต่ละเรื่อง มีหน้าที่ต้องดาเนินการให้พลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นตามวรรคหนึ่ง

และอีกมาตราหนึ่ง คือ

             มาตรา ๘๓ รัฐต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ดังต่อไปนี้

(๑) มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แผน และงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่น ร่วมกับส่วนราชการและองค์กรบริหารท้องถิ่น

(๒) สงวน ดูแลรักษา และใช้ประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนอย่างยั่งยืน

(๓) คุ้มครองและรักษาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทางเศรษฐกิจ สังคม และความรู้รักสามัคคีของบุคคลในชุมชนนั้นและกับชุมชนอื่น

(๔) ส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันดีงาม ของชุมชน ของท้องถิ่น และของชาติ

(๕) คุ้มครองชนพื้นเมืองและชนชาติพันธุ์ให้ดำรงอัตลักษณ์ของตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี

รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงกับรัฐ ชุมชน และองค์กรบริหารท้องถิ่น ในการดาเนินการตามมาตรานี้

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายมาตราที่เปิดกว้างให้กับพลังพลเมืองให้เข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการร่วมกันกับภาครัฐ และภาคส่วนอื่นๆ

ฉะนั้น ผมจึงกล้ายืนยันว่า สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่นี้ เป็นการเดินที่ ถูกทาง แล้วครับ

ในท้ายที่สุดปาฐกถาของผมในวันนี้ ผมขอฝากวาทะกรรมที่มีคนบอกว่ามาจากแอฟริกา เขาบอกไว้ว่า

“ If you want to go fast, you go alone. If you want to go far, we go together”

“ถ้าคุณอยากไปเร็ว คุณไปคนเดียว ถ้าคุณอยากไปได้ไกล เราไปด้วยกัน”

ผมเห็นว่า งานอย่างที่พวกเรากำลังร่วมกันทำอยู่นี้ เรากำลังเดินไปด้วยกัน ซึ่งเราจะเดินไปได้ไกลแน่นอนครับ

ขอบคุณและสวัสดีครับ.

 

ช่วยเติมชื่อ นสส.กระบี่ทุกคนด้วยครับ

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook