BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ของขวัญวันเด็กกับอีกด้านของนโยบายสาธารณะ

เป็นอย่างไรบ้างครับ กับเทศกาลส่งความสุขปีใหม่ จะว่าไป ในหัวใจเด็กส่วนใหญ่ เดือนมกรา มีความหมายไม่ใช่แต่วันปีใหม่ เพราะปีใหม่ มักจะเป็นเรื่องความสุขของผู้ใหญ่ เด็กๆก็สนุกไปแบบเป็นตัวประกอบ แต่ในเดือนมกรา มีวันที่สำคัญกว่า เป็นวันที่พวกเขาได้เป็นพระเอกนางเอกตัวจริง

มาถึงตอนนี้ หลายคนคงพอจะเดาได้  วันที่พวกเขาได้เป็นพระเอกนางเอกตัวจริง  ใช่ครับ….วันเด็กแห่งชาติ

เวลาพูดถึงวันเด็กแห่งชาติ พวกเรา (หมายถึงผู้ใหญ่ทั่วไป) มักจะนึกถึงอะไรบ้างครับ?

หลายคนเห็นภาพพ่อแม่ ผู้ปกครองพาลูกพาหลานไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ห้างร้าน หน่วยงาน ทหาร ตำรวจ สถานศึกษา องค์กรท้องถิ่น จัดงาน ของแจก ของขวัญ ของรางวัลให้เด็กมาร่วมสนุกสนานกันมากมาย

แต่บางคนก็บ่นอุบว่า รถติด  อันนี้เป็นวันเด็กของคนในเมืองนะครับ

หันไปดูในถิ่นทุรกันดารบ้าง ก็จะมีการจัดงานสร้างความรื่นเริงแก่เด็กๆเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นงานเล็กๆ แต่ก็มีสีสัน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ที่ชาตินี้ยากนักที่จะหวังจะได้ของขวัญของรางวัลราคาแพงๆ ก็จะตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันนี้มาก บางคนบ้านไกล ไม่มีรถ ก็ยอมอดทนเดินเท้าเป็นสิบกิโลไปงานวันเด็กก็มี  อันนี้เป็นวันเด็กในถิ่นที่ห่างไกล

จะว่าไป วันเด็กทั้งสองที่ มีที่มาไม่ต่างกันคือจิตบริสุทธิ์ของผู้ใหญ่ที่อยากให้ลูกหลานมีความสุข นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการที่ไม่ต่างกัน คือ เน้นงานอีเว้นท์ สนุกสนาน รื่นเริง เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กๆแสดงความรู้ความสามารถ พร้อมมีของขวัญของรางวัลสมนาคุณแบบจัดเต็ม

ในมุมมองของคนทำงานสร้างสังคมสุขภาวะ งานอีเวนท์ เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ที่จำเป็นกว่าก็คือการปฏิรูปโครงสร้างและระบบที่สร้างปัญหาแก่เด็ก ซึ่งเป็นงานยากกว่าหลายร้อยหลายพันเท่า

ประวัติศาสตร์ในรอบเกือบสิบขวบปีของกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมีการพัฒนานโยบายสาธารณะในประเด็นเด็ก เยาวชน หลายเรื่องที่กลายเป็นวาระการทำงานของทั้งสังคมน้อยใหญ่ไปเรียบร้อย ได้แก่ ;

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในปี 2551 มติที่ 9 ผลกระทบจากสื่อต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว และมติที่ 10 สุขภาวะทางเพศ : ความรุนแรงทางเพศ การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม  ,

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ในปี 2552 มติที่ 10 การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และครอบครัว

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ในปี 2553 มติที่ 8 การแก้ปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ในปี 2555 มติที่ 5 การจัดการสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก 24 ชั่วโมง : กรณีเด็กไทยกับไอที

ล่าสุด สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ในปี 2557 ก็มีระเบียบวาระที่ 2.1 การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อบูรณาการกลไกคุ้มครองเด็กเยาวชน และครอบครัวจากปัจจัยเสี่ยง  ที่ประชุมมีมติเสนอว่า ต้องมีกลไกที่บูรณาการเลขานุการของคณะกรรมการชุดต่างๆ ภายในกฎหมาย 14 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน ครอบครัว โดยจะต้องออกเป็น มติครม.จัดตั้งคณะทํางานบูรณาการขึ้นเพื่อจะได้ร่วมกันกําหนดแผนปฏิบัติการและกลไกต่างๆ ให้สอดคล้องกัน ซึ่งมติที่ได้รับการรับรองในปีนี้จะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและต้องให้คณะทํางานชุดติดตามมติฯ พิจารณาต่อว่าจะดําเนินการต่อไปอย่างไร

จะเห็นว่า ในเวทีระดับชาติ  มีประเด็นเด็ก เยาวชน เข้ามาถึงห้าในเจ็ดครั้งเลยทีเดียว สะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นเด็กเป็นประเด็นสาธารณะที่สมัชชาสุขภาพให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

การทำงานแบบปิดทองหลังพระของเหล่าผู้ใหญ่หัวใจสมัชชา เด็กทั่วประเทศน้อยคนนักครับจะรู้  เป็นพฤติกรรมร่วมแบบหนึ่งของผู้ใหญ่จำนวนมากในสังคมไทยครับ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เปิดเผยให้ลูกหลานเห็นถึงบทบาทความสุข ทุกข์ในหน้าที่การงาน  พฤติกรรมแบบปิดทองหลังพระอย่างนี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีก็เหมือนกับให้เหล่าคนทำงานทำไปอย่างปล่อยวางอัตตา ไม่ต้องไปยึดติดการได้ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ เสมือนเป็น “ลมใต้ปีก” คอยหนุนให้นกทะยานขึ้นฟ้า แต่ด้านลบคือ คนที่เขาได้รับประโยชน์ก็อาจจะจะมองเห็นเป็นเสมือนของฟรี ที่ได้มาง่ายๆ ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องรู้สึกสู้สาที่จะหวงแหน หรือแม้แต่นึกขอบคุณอะไร ไปๆมาๆ กลายเป็นการสปอยล์ (spoil) คนรุ่นหลัง สร้างสมนิสัยมักง่าย กลายเป็นบาปบริสุทธิ์ไปซะนี่

ตัวอย่างใกล้ๆ อย่างที่เราท่านเลี้ยงดูลูกหลานให้สำราญอยู่ดีมีสุขได้นั้น แน่นอนครับเป็นสิ่งที่ดีอยู่ แต่จะดีมากขึ้น ถ้าพวกเขาได้รับรู้ถึงความยากลำบาก อดทนเสียสละของคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองบ้าง เพื่อให้เขาภาคภูมิใจในเงินทอง ข้าวของที่พวกเขาได้มา เป็นการสอนให้รู้จักคุณค่า รู้จักถนอมรักษาสิทธิประโยชน์เหล่านั้น

เหมือนที่ถ้าลูกรู้ว่า พ่อแม่อดออม อดอยาก เพื่อเก็บเงินส่งลูกเรียน ถึงจะช่วยให้ลูกเป็นคนรักเรียนร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้ แต่ก็น่าจะเอื้อให้ลูกไม่อยากใช้เงินฟุ่มเฟือย จะใช้เงินก้อนทั้งที ก็เห็นหน้าพ่อหน้าแม่ลอยมา

เช่นกันครับ การเปิดพื้นที่ให้เด็กๆในสังคมรู้สึกถึงคุณค่าของนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ผ่านการสื่อสารทั้งทางตรง ทางอ้อม ผ่านการใช้กุศโลบายให้เด็กๆเห็นความเหนื่อยยากลำบากกว่าจะได้นโยบายเหล่านี้มา น่าจะช่วยให้เขาเกิดความรักความหวงแหน และอยากจะใช้งานนโยบายสาธารณะให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ทั้งยังเอื้อต่อการพัฒนาจิตใจให้เป็นคนละเอียดอ่อน รู้จักขอบคุณต่อสรรพสิ่งที่รังสรรค์เป็นชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่โอบอุ้มพวกเขาเรื่อยมาจนเติบใหญ่

คุณค่าของนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจึงไม่ได้มีแต่มิติของการขับเคลื่อนนำไปใช้ หากสิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ ซึ่งไม่ได้หมายแค่เด็กมาร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผล เพราะเด็กที่จะมีโอกาสมาร่วมคิดร่วมทำได้นั้น มีจำกัดเหลือเกิน แต่การสร้างให้คนมาร่วมรู้สึกได้นั้นมีความเป็นไปได้มากกว่า

จะเป็นอย่างไร หากสมัชชาสุขภาพในทุกระดับร่วมขยับหัวสมองสู่หัวใจ สื่อสารจากใจถึงใจ ให้เด็ก เยาวชน ซึมซับและรับรู้ถึงคุณค่า ความหมาย จิตวิญญาณ ความมุ่งมั่นทุ่มเท ที่พ่อแม่ ผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายช่วยกันปลูกสร้างนโยบายสาธารณะหลายเรื่องเหล่านี้ไว้

เป็นไปได้ไหมว่าการเสริมสร้างจิตสำนึกและอุปนิสัยโดยผูกโยงกับกระบวนการสมัชชาเช่นนี้ จะเป็นของขวัญวันเด็กชิ้นใหญ่ เป็นของขวัญที่ไม่ต้องซื้อหาอะไร

หากแต่คุณค่าที่จะงอกงามต่อไปนั้น เชื่อว่าจะมากมายเหลือนับคณา

 

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook