BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ผังเมืองเรื่องนโยบายสุขภาวะอ.ภารณีชวนเครือข่ายภาคกลางเข้าใจสิทธิ มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางสร้างบ้านแปลงเมือง

เมื่อเดือนที่ผ่านมา วันที่ 8 พฤศจิกายน เป็นวันผังเมืองโลก (World Town Planning Day) เป็นเดือนที่เครือข่ายสมัชชาสุขภาพโซนจังหวัดภาคกลางรวม 26 จังหวัด มีโอกาสเข้าร่วมงาน เวที พลวัตร การเปลี่ยนผ่าน ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะฯ เพื่อสุขภาวะ คนภาคกลาง ที่จัดขึ้นในวันที่ 17 พ.ย. 2557 ที่โรงแรมไมด้า รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร ภายในงานมีการบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาผังเมืองในหัวข้อ ทางเลือก ทางรอด ระบบผังเมือง กับผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะของคนภาคกลาง โดยอาจารย์ภารณี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง อาจารย์เริ่มต้นประเด็นชวนคุยในประโยคง่ายๆ แต่มีความหมายว่า “ใครว่าผังเมืองไม่เกี่ยวกับนโยบายเพื่อสุขภาวะ…เกี่ยวโดยตรงเลยค่ะ” หลังจากนั้นเนื้อหาเป็นไปอย่างไร เชิญเรียนรู้…ร่วมกัน

ความหมายของผังเมือง

“การผังเมือง” หมายความว่า การวางจัดทำ และดำเนินการให้ เป็นไปตามผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะในบริเวณเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้อง หรือชนบท เพื่อสร้าง หรือพัฒนาส่วนของเมืองข้ึนใหม่ หรือแทนเมืองหรือส่วนของเมืองที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้มี หรือทำให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสุขลักษณะ ความสะดวกสบาย ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ความปลอดภัยของประชาชน และสวัสดิภาพของสังคมเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจสังคม และสภาพแวดล้อม เพื่อดำรงรักษา หรือบูรณะสถานที่ และวตัถุที่มีประโยชน์ หรือคุณค่าในทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี หรือเพื่อบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศที่งดงาม หรือมีคุณค่าในทางธรรมชาติ

ดังนี้แล้วการผังเมืองจึงเป็นเรื่องของเราทุกคน ประชาชนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมกำหนดผังเมือง เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

paranee01

ปรับจูนความเชื่อ: ผังเมืองต้องรับใช้ประชาชน

ผังเมืองที่เราเห็นว่าไกลตัว เป็นเรื่องของหน่วยงานทางราชการนั้นก็คือการทำงานนโยบายรูปแบบหนึ่ง ที่ทุกคนมีสิทธิร่วมกันได้ในการกำหนดผังเมืองในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งปัจจุบันในประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มพูดกันว่าในอนาคตผังเมืองไม่ใช่เรื่องของผู้รู้อีกต่อไป ในทางกลับกันผังเมืองจะถูกกำหนดโดยเจ้าของพื้นที่นั้นๆ ส่วนผู้รู้ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย จะต้องมีบทบาทเป็นผู้รับใช้ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่

หากลำดับการทำงานกันอย่างจริงจังแล้ว ผังเมืองเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดนโยบายลงไปในพื้นที่ ว่าพื้นที่ในระแวกนั้นๆ จะถูกใช้เพื่อประโยชน์อะไรบ้าง ประโยชน์เพื่อรัฐ เพื่อประชาชน หรือเพื่อธุรกิจการค้า หากเพื่อธุรกิจ ที่ดินตรงนั้นอาจใช้เพื่อทำโรงงานอุตสาหกรรม ทำสัมปทานเหมืองแร่ แต่หากทำเพื่อประชาชนแล้ว ในพื้นที่เดียวกัน อาจถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งความเป็นจริงแล้ว การทำผังเมืองนั้น ต้องรับใช้ประชาชนเป็นหลัก เพียงแต่ประชาชนไม่มีโอกาสรับรู้สิทธิของตนเองในเรื่องนี้มากนัก การจัดผังเมืองว่าจุดไหน ควรใช้เป็นพื้นที่อะไร จึงมักถูกออกแบบโดยกลุ่มองค์กรเอกชน ที่มองเห็นช่องทางมากกว่า

“ความจริงพื้นที่ในชุมชนของเรา เรามีสิทธิเข้าไปประชุมร่วมกับผังเมืองจังหวัด เพื่อระบุได้เลยว่าพื้นที่ของเรา เราจะจัดสรรให้เป็นอย่างไร เป็นพื้นที่สำหรับเด็ก สำหรับผู้สูงอายุ สำหรับผลิตอาหาร เรากำหนดได้เลย แต่ปัจจุบันเราไม่ได้เข้าไปกำหนด คนที่เข้าไปกำหนดคือนักธุรกิจ ดังนั้นเขาก็เสนอว่าพื้นที่ตรงนั้นควรเป็นพื้นที่สำหรับทำอุตสาหกรรม แล้วกรรมการก็เห็นชอบ ซึ่งบางครั้งชาวบ้านที่อยู่ในะรแวกนั้นก็ต้องรับผลกระทบจากการกำหนดผังเมืองที่ให้เขตชุมชนอยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรม”

รู้จักผังเมือง

ก่อนที่จะเข้าไปใช้สิทธิกำหนดผังเมือง เราต้องรู้ก่อนว่าผังเมืองที่ใช้อยู่มีรูปร่างหน้าตา มีการแบ่งประเภทกันอย่างไรบ้าง

ผังเมืองที่ต้องทำความรู้จัก มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ มีทั้งผังเมืองระดับนโยบาย ที่ประกอบไปด้วย ผังประเทศ, ผังภาค 6 ภูมิภาค และผังอนุภาค 18 กลุ่มจังหวัด นอกจากนี้มีผังเมืองในระดับที่นำไปใช้ตามกฎหมาย ที่ประกอบไปด้วย ผังเมืองรวม 73 จังหวัด, ผังเมืองรวมเมือง/ชุมชน 392 ผัง, ผังเมืองเฉพาะ และผังจัดรูปที่ดิน ผังเมืองระดับที่สาม คือผังเสนอแนะ แบ่งออกเป็นผังพื้นที่เฉพาะ และผังชุมชน

paranee02

ผังเมืองระดับนโยบาย ใช้ในการกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทย ผลกระทบเริ่มมาจากผังประเทศ เช่น แผนที่รถไฟความเร็วสูงมาแล้ว ผลกระทบจะตามมา เรามองว่าไกลตัว แต่ความจริง เราจะได้รับผลกระทบนั้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นแผนที่อาหารที่จะส่งผลต่อปากท้อง เป็นต้น ทั้งนี้แม้ออกนโยบายจากรัฐบาลมาแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่การดำเนินงานในพื้นที่ ยังสามารถประชุมหารือร่วมกับผังเมืองจังหวัด เพื่อเลือกทำตามนโยบายที่เหมาะสมกับพื้นที่ ส่วนนโยบายที่ไม่เหมาะสม ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม เพราะในพื้นที่เดียวกันนั้น โดยมากจะถูกกำหนดนโยบายจากหลายกระทรวง หลายองค์กรรัฐ ดังนั้นคนพื้นที่จึงสามารถเลือกได้ว่าต้องการเลือกใช้นโยบายไหน

ส่วนผังที่บังคับใช้ตามกฎหมาย มีไว้สำหรับยึดเป็นหลักในการบังคับใช้กฎหมาย และผังเสนอแนะ จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และออกข้อบัญญัติท้องถิ่น

การใช้ผังเมืองในปัจจุบัน

ดังที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่า การใช้ผังเมืองนั้น ทุกกระทรวงสามารถหยิบแผนที่ไปใช้ได้หมด แต่เมื่อเอาเรื่องงบประมาณมาเป็นเงื่อนไขแล้ว กระทรวงที่มีงบประมาณเยอะ ก็จะได้หยิบผังเมืองไปใช้ก่อน ตัวอย่างเช่น มีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวม 3 กระทรวงที่มี นโยบายใช้พื้นที่ แต่ส่วนใหญ่กระทรวงอุตสาหกรรมมักจะได้พื้นที่นั้น นำไปพัฒนาก่อน เพราะมีงบประมาณมากกว่า และการได้ใช้พื้นที่ก่อนนี้เอง ที่ส่งผลต่อการนโยบายที่จะถูกนำไปใช้ในพื้นที่ เพราะพื้นที่นั้นๆ ก็จะถูกใช้เพื่อมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ดังนั้นเราจะต้องช่วยกันอุดช่องโหว่ง ช่วยดูแล เฝ้าระวังการจัดทำผังเมืองด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าไม่ควรมีพื้นที่อุตสาหกรรมเลย แต่การวางผังเมืองควรมีการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม และไม่สร้างผลกระทบให้กับชุมชน

คนกำหนดผัง ไม่ใช่คนที่ลงพื้นที่

เวลาคิดวางผังเมือง หลายครั้งคนคิดผังเมือง เริ่มต้นคิดจากสถานการณ์ข้างนอกที่กำลังจะเข้ามา เช่น เรื่องเปิดอาเซียน ต้องมีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 พื้นที่ ดังนั้นชายแดนจะเปลี่ยนแน่นอน เมื่ออาเซี่ยนเปิด ดังนั้นเราต้องกลับไปช่วยกันคิดว่าถ้าเราอยู่ในเขตเศรษฐกิจที่ว่า ในพื้นที่ของเรา เราจะทำอะไร อย่างไรบ้าง

คนกำหนดผังเมืองเหล่านี้ ความจริงแล้วเป็นคนตั้งใจดี แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ ดังนั้นเราต้องไปบอกเขาให้เขาได้รู้ในฐานะที่เราอยู่ในพื้นที่ ยกตัวอย่างผังเมือง กทม. มีหลากหลายสีมาก เพราะคน กทม.ไปรายงานยิบเลยว่าตรงไหนเป็นบ้านแบบไหน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ฯลฯ ดังนั้นคนต่างจังหวัดก็ทำได้เช่นกันว่าเราจะให้มีรายละเอียดยิบย่อยอย่างไรบ้างไม่ใช่เขียวก็เขียวเดียวกันหมด แต่มันไล่โทนเขียวได้ว่าเขียวนั้นเป็นพื้นที่เขียวประเภทไหน ทำเกษตรรูปแบบใด

การกำหนดผังเมืองยังขาดการบูรณาการ

ในส่วนของภาคตะวันออก มีการกำหนดศักยภาพเอาไว้ ในแผนที่ก็จะมีศักยภาพด้านเกษตร ในขณะเดียวกันก็มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม แต่ถ้าเครือข่ายเกษตรเสียงเบา อุตสาหกรรมก็จะเข้าไปใช้พื้นที่แทน ทั้งนี้อุตสาหกรรมก็จะมองว่าภาคตะวันออกจะขยายศักยภาพตรงไหนได้บ้าง ตอนนี้ได้มีการคุยกันเรื่องอีสเทิรน์ซีบอร์ด จะขยายพื้นที่ และจะส่งผลให้พื้นที่ทางอาหารหายไป ทั้งนี้หน่วยงานที่ขยับเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำให้พื้นที่ทางอาหารหายไป แต่ทุกหน่วยงานมีหน้าที่ทำตามเป้าหมายของตนเอง อย่างกระทรวงเกษตรฯ ก็มองเรื่องการเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรมก็มองเรื่องอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็มองเรื่องของการท่องเที่ยว แต่ประเด็นคือ ไม่เคยมีการมองแบบบูรณาการร่วมกัน ว่าเราจะประเมิน หรือตัดสินใจการใช้งบประมาณของรัฐเพื่อดำเนินการพัฒนาพื้นที่นั้นๆ ร่วมกันอย่างไร

เรามีสิทธิกำหนดผังเมืองของเรา

จากแนวคิดของสหรัฐอเมริกาที่ว่า นักวิชาการด้านผังเมืองต้องรับใช้ประชาชนนั้น กล่าวให้ลึกลงไปอีกคือประชาชนมีสิทธิในการกำหนดผังเมือง โดยนักวิชาการต้องทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลความรู้ เพื่อประกอบการกำหนดผังเมืองร่วมกับประชาชน แต่ในทางปฏิบัติที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้คือหลายหน่วยงานพยายามทำตามนโยบายของรัฐ ซึ่งเป็นความคิดที่ยังไม่ถูกเสียทีเดียว

นโยบายไม่ได้เป็นตัวกำหนดผังเมือง ดังนั้นเมื่อเราไปเจอคำพูดอ้างว่า รัฐกำหนดนโยบายลงมาแล้ว แล้วต้องทำ ถ้าไม่ทำจะเสียนโยบาย เสียงบประมาณรัฐ ความจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะผังเมืองมีการกำหนดพื้นที่ไว้แล้วว่าทำอะไรได้ หรือไม่ได้ ผังเมืองไม่จำเป็นต้องทำตามนโยบายรัฐเท่านั้น ดังนั้นเราเข้าไปตรวจสอบดูผลกระทบ แล้วเสนอได้เลย

กำหนดผังเมือง เพื่อการอยู่ร่วมกัน

สุดท้ายผังนโยบายที่รัฐกำหนด เราในฐานะผู้อยู่ในพื้นที่ต้องกลับไปประชุมกันว่า แต่ละเครือข่ายทำงานอะไร ที่ตรงไหน ประเด็นใดในแผนที่ที่เป็นจุดแข็ง หรือเป็นอุปสรรค หรือมีจุดไหนที่เราคิดว่าต้องไปพัฒนาในพื้นที่ คนในพื้นที่ต้องประชุมกันเพื่อสรุปออกมา การประชุมหารือประเด็นเหล่านี้ เป็นรูปแบบการทำงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองเช่นกัน เราก็หยิบรูปแบบนี้มาคุยกันในพื้นที่ เพราะว่า หากเป็นการคุยกันของกรมโยธาธิการ และผังเมือง เขาอาจจะมองไม่เห็นในระดับตำบล แต่เราเห็น ดังนั้นเราจึงควรเอาข้อมูลเหล่านี้ไปเสนอ เช่น เวลาเสนอโครงการ ถ้าไม่มีใครบอกว่า ตำบลนี้มีสมุนไพรดี แล้วรัฐไม่รู้ ส่วนเราก็ไม่บอก เรื่องนี้ก็จะตกไป หรืออย่างพื้นที่ที่เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร เรื่องนี้ทางการยังไม่มีใครมีข้อมูล ผังเมืองก็ไม่มี สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมก็ไม่มี เพราะฉะนั้นเราทำแล้วส่งให้กรมโยธาฯ เพื่อทำผังร่วมกัน มันจะกลายเป็นการพัฒนาผังนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมร่วมกัน

การพัฒนาผังนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน หากเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ ซึ่งมีศักยภาพ และสานพลังกันทั่วประเทศอยู่แล้ว จะหยิบไปทำ ก็จะเป็นนวัตกรรมของสังคม เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมได้

การพัฒนาผังนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม จะเป็นการหารือ และทำงานภายใต้โจทย์ว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้พื้นที่ที่มีความเฉพาะเพียงหนึ่งร้อยไร่ ยังอยู่ได้ ร่วมกับแสนๆ ไร่ได้ เพราะในความเป็นจริงของพื้นที่แล้ว เรายังต้องอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย

ยกตัวอย่างแผนที่จังหวัดสระบุรี ถ้าเราไม่อยากให้โรงเหล็กไปอยู่ในพื้นที่ เราต้องออกไปบอกเขาตั้งแต่แรก ไม่ใช่ไปบอกตอนเขาสร้างเสร็จ ผังเมืองเป็นต้นน้ำ ถ้าเราเข้าไปอยู่ในกระบวนการกำหนดพื้นที่ด้วยตั้งแต่แรก เราก็สามารถพัฒนาพื้นที่ไปพร้อมกันได้ ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพการสร้างโรงงานได้ เราบอกกันตั้งแต่แรกจะได้ไม่ต้องไปค้านกันทีหลัง หรือเดินขบวนต่อต้นกันทีหลัง ควรจะคุยกันตั้งแต่แรก

จะเห็นว่าการกำหนดพื้นที่นำไปสู่การพัฒนา และออกข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ ยกตัวอย่าง วิธีการกำหนด กรมโยธาจะกำหนดมากว้างๆ ว่าพื้นที่นี้ใช้เป็นพื้นที่พาณิชย์ แต่เราคนพื้นที่สามารถกำหนดชัดลงไปได้เลยว่าเป็นพาณิชยกรรมด้านปลาแห้งปลาเค็ม เพื่อควบคุมเรื่องกลิ่น ไม่ให้ไปรบกวนคนอื่น ตรงนี้กรมผังเมืองยังไม่มีข้อมูลแบบรายละเอียดภายในพื้นที่ขนาดนี้ ดังนั้นคนข้างนอกต้องกำหนด หากไม่กำหนด แล้วยึดตามกรมโยธาฯ ว่าประกอบพาณิชย์ได้ ในพื้นที่นั้นก็อาจจะมีการทำปลาแห้ง ในขณะที่ร้านข้างๆ ก็อาจจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว แล้วถัดไปเป็นร้านตัดขนสุนัข ทีนี้พอกินก๋วยเตี๋ยว เราก็อาจจะได้กลิ่นปลาแห้ง ไปพร้อมๆ กับกินขนสุนัข ตรงนี้เราต้องช่วยกันกำหนด หรือย่างเรื่องพื้นที่สีเขียวก็สามารถกำหนดให้ชัดลงไปได้อีกว่า ตรงไหนจะปลูกอะไรบ้าง แล้วจัดโทนสีเขียวได้ว่าโทนเขียวอ่อนปลูกอะไร แล้วไล่เฉดสีได้เลยเช่นกัน

สถานการณ์ผังเมืองภาคกลาง/ตะวันออก

จังหวัดที่ประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัดแล้ว

ขณะนี้ผังเมืองของภาคกลาง และภาคตะวันออกที่มีทั้งหมด 26 จังหวัด ได้มีประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัดไปแล้ว 11 จังหวัด คือ กทม. สมุทรปราการ จันทบุรี ตราด นครนายก นครปฐม ฉะเทริงเทรา ปราจีนบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และราชบุรี

paranee03

paranee07

จากตาราง (ภาพด้านบน) “ข้อกำหนดในพื้นที่ชนบท และเกษตรกรรม (สีเขียว) ในช่องที่ 2 เรื่องการฝังกลบสิ่งปฏิกูล (โรงงานประเภท 105) เครื่องหมายกากบาทคือจุดที่ห้ามมีพื้นที่ฝังกลบขยะ แต่ในความจริง ต่างไปจากข้อกำหนด เราพบว่าในพื้นที่จริง มีพื้นที่ทิ้งขยะเต็มไปหมด หรือในกรณีจังหวัดฉะเชิงเทราที่ห้ามจัดสรรพื้นที่เพื่ออุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงในแผนที่กลับพบพื้นที่สีม่วง ซึ่งหมายถึงมีโรงงานอุตสาหกรรม แสดงว่าในกฏหมาย อาจจะมีช่องว่างในข้อกำหนด นี่เป็นการชี้ให้เห็นประเด็นว่ากฎหมายยังมีช่องโหว่ และหากเราต้องการให้พื้นที่เราเป็นอย่างไร เราต้องทำข้อเสนอขึ้นไป เพื่อกำหนดพื้นที่

อย่างตอนนี้ ในนครนายก ตำบลเขาพระเป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้ฝังกลบได้ ทั้งนี้หากผ่านไป 5 ปี เราสามารถเสนอขอแก้ผังเมืองใหม่ได้ นอกจากนี้เรายังกำหนดมาตรการร่วมกันเพื่อป้องกันภัยพิบัติได้ เว้นระยะจากฝั่งแม่น้ำเข้ามากี่เมตรห้ามทำอะไรบ้าง โดยนำเสนอเหตุผลเข้าไปว่าจะกระทบอะไรบ้าง

สถานการณ์ผังเมืองจังหวัดอ่างทอง VS อยุธยา

ผังที่รอประกาศอยู่ในขณะนี้ คือ ผังจังหวัดอ่างทอง อยุธยา พื้นที่ติดกันแต่อยุธยาทำโรงงานได้ในพื้นที่สีเขียว แต่อ่างทองทำไม่ได้ นั่นชี้ให้เห็นว่ามันมีการเลือกปฏิบัติ อยุธยามีโรงงานในพื้นที่สีเขียว ประเด็นนี้พื้นที่สีเขียวของชาวบ้านอยุธยาน่าเป็นห่วง ต้องมีการกำหนดมาตรฐานพื้นที่สีเขียวขึ้นใหม่ นักผังเมืองไม่รู้ว่าพื้นที่สีเขียวมีความละเอียดอ่อน ต้องซอยมาตรฐานออกมาไม่ใช่เป็นแบบแข็งตัว โรงไฟฟ้าประเภทไหน มีผลกระทบอบ่างไรต้องซอยแยกออกมา เพราะพื้นที่มันต่างกัน เพราะฉะนั้นในพื้นที่ของเราเราต้องดูว่าพื้นที่สีม่วงที่เห็นนั้นเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมอะไร เราก็ต้องเอารายละเอียดมาดู ต้องดูให้รู้ว่าสีม่วงของระยองทำอะไรได้บ้าง สีม่วงของจันทบุรีทำอะไรได้บ้าง ระยะที่สร้างผลกระทบ หรือพื้นที่กันชนในแต่ละประเภทของโรงงาน หรือโรงไฟฟ้าไม่เท่ากัน

 

paranee04paranee05

 

สถานการณ์ผังเมืองจังหวัดระยอง

ผังเมืองรวม จ.ระยอง ที่กำลังประกาศ ตอนนี้ได้ขอแก้ใหม่ ระยองขยายพื้นที่ปิโตรเคมี จากมาบตาพุดออกไปที่พื้นที่ใหม่ไปอีก ทั้งที่เอกสารรายงานระบุว่าที่ระบายขยะสารเคมีมีไม่พอ ซึ่งตรงนี้ชาวบ้านระยองลุกขึ้นมาปกป้อง ปิโตรเคมีกำลังลุกลามไปใกล้พื้นที่สวนยางของชาวบ้าน และการทำพื้นที่กันชนก็ไม่ได้ทำเผื่อให้ชาวบ้าน ใช้พื้นที่ชาวบ้านเองเป็นกันชน ตอนนี้ชาวบ้านกำลังลุกขึ้นมาสู้เพื่อพื้นที่ของตนเอง

paranee06

การกำหนดผังเมืองจะเป็นการกำหนดสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศ เช่น พื้นที่เกษตรพันธะสัญญาอยู่ในส่วนไหนในพื้นที่ของเรา อนาคตอยากจะให้พื้นที่ของเราพัฒนาไปอย่างไร การกำหนดในวันนี้สำคัญต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

 

 

 

 

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook