BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

“๗๐ ฮู้” เว้าสู่หมู่ฟัง

๗๐ ฮู้ เว้าสู่หมู่ฟัง เป็นภาษาอิสาน แปลว่า 70 เรื่องที่รู้จะเล่าให้เพื่อนฟัง เป็นงานมหกรรมแลกเปลี่ยน เรียนรู้บทเรียนในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม 70 ตำบล ใน 4 จังหวัดอีสานใต้ ของกลุ่มเจริญธานีศรีโสธร ได้แก่ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และยโสธร โดยได้ร่วมมือกันในการสร้างกลไกคณะทำงานระดับจังหวัดและระดับตำบล เพื่อถอดบทเรียนจัดการความรู้แบบเสริมพลังใน 70 ตำบล ภายใต้โครงการความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับตำบลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดขึ้นในวันที่ 10 กันยายน 2557 ณ ห้องประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยมีผู้เข้าร่วมในงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากตัวแทนในระดับตำบล ตำบลละ 5 คน นอกจากนี้มีนักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปกว่า 500 คน

จากเสียงสะท้อนคณะทำงานโครงการความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับตำบลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีความคิดเห็นหลากหลายต่อการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการในช่วงที่ผ่านมากว่าหนึ่งปีเต็ม

เริ่มต้นด้วย นางสำราญ พูลทอง ตัวแทนจากตำบลปทุม จังหวัดอุบลราชธานี ให้ความเห็นว่า การที่ได้ผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะระดับตำบลของเรานั้น ก็เพราะเพื่อให้เกิดสุขภาพดีของคนในตำบลของเราเอง

อีกหนึ่งคำพูดกับประเด็นขับเคลื่อนนโยบายของนายฐาปนพงษ์ เรืองไชย หนึ่งทีมงานจังหวัดยโสธร ประเด็นเด่นๆที่จะพร้อมเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดได้ ก็คือประเด็นลดสารเคมี เพราะทุกพื้นที่มีการใช้สารเคมีกันมาก

นายปรีชา ไชยรักษ์ รองนายกอบต.นาสะไมย์ จังหวัดยโสธร กล่าวภายในงานว่า เราได้เห็นผลกระทบจากสารเคมีกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะยาฆ่าหญ้าหลังจากมีความนิยมในการทำนาหว่าน และอีกสาเหตุหนึ่ง เกิดจากการทำนาสองครั้ง

อีกเสียงนายเกษมสันต์ แสงสิงห์แก้ว ตัวแทนจากตำบลไม้กลอน จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวภายในงานว่า วันนี้ อำนาจเจริญเราในปีที่ผ่านมาได้มีการขับเคลื่อนอยู่ 5,6 มิติ ในนั้นก็มีมิตินาข้าวปลอดภัยเข้าไปด้วย

จะเห็นได้ว่าความเห็นที่หลากหลายเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกและสิ่งที่ได้ประสบกับตัวเองหลังจากได้มีกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในแต่ละพื้นที่

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติหรือ สช. ได้ร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กรภาคีเครือข่าย ในภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม จากทั่วประเทศ ในการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม หรือ PHPP( Participatory Healthy Public Policy )ผ่านการใช้เครื่องมือตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขยายผลไปสู่ระดับต่างๆ รวมทั้งไปสู่ในระดับตำบล อาทิ ธรรมนูญสุขภาพตำบล สมัชชาสุขภาพตำบล การประเมินผลกระทบทางสุขภาพระดับชุมชน หรือ CHIA และเครื่องมืออื่นๆ ที่ชุมชนนำมาใช้ร่วมด้วย โดยได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาในระดับตำบล นำไปสู่การตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ฉะนั้นเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หน่วยงาน องค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง จึงร่วมกันหนุนเสริมอย่างบูรณาการ นำไปสู่การพัฒนาระบบการสื่อสารแบบเครือข่าย รวมถึงการถอดบทเรียนให้เกิดชุดความรู้และการจัดการความรู้จากการปฏิบัติจริงในการขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับให้เกิดการต่อยอดและขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น

อาจารย์ราเชนทร์ ดวงศรี คณะทำงานทีมวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของโครงการว่า โครงการฯมีความต้องการที่จะถอดบทเรียนนโยบายสาธารณะที่ชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนว่ามีการก่อเกิดของนโยบายสาธารณะอย่างไร เมื่อนโยบายสาธารณะได้ก่อเกิดขึ้นมาแล้วมีการขับเคลื่อนอย่างไร แล้วการขับเคลื่อนนั้นเกิดผลกระทบหรือผลลัพธ์อย่างไรต่อชุมชน จะนำไปสู่การขยายผลหรือต่อยอดอย่างไร

กระบวนการขับเคลื่อนของโครงการฯเริ่มต้นด้วยการสร้างกลไกคณะทำงานระดับภาค นำไปสู่การพัฒนากลไกระดับจังหวัดและระดับตำบลตามลำดับ การค้นหาประเด็นและการค้นหาพื้นที่ต้นแบบแต่ละจังหวัดกว่า 70 ตำบล ต่อด้วยการพัฒนาศักยภาพกลไกคณะทำงานในการจัดการความรู้ ให้เข้าใจถึงเครื่องมือและเรียนรู้กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะในลักษณะต่างๆ พร้อมด้วยการทำเครื่องมือในการถอดบทเรียน และนำไปสู่การถอดบทเรียนในแต่ละตำบล ด้วยการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดบทเรียน ประสบการณ์ ผ่านเวทีวงเสวนาพูดคุยและนำมาสู่การวิเคราะห์ และสังเคราะห์ความรู้จากบทเรียนที่เกิดขึ้น โดยคณะทำงานในระดับตำบล คณะทำงานในระดับจังหวัด และคณะทำงานในระดับภาคร่วมกันสังเคราะห์จนเกิดเป็นชุดความรู้ ของแต่ละตำบล และชุดสังเคราะห์แต่ละจังหวัด

ซึ่งภายในงานครั้งนี้ นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติ ได้ปาฐกพิเศษ ในหัวข้อ การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสร้างสุขภาวะของคนอีสาน ได้พูดถึงเรื่องสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับคนอีสานที่สำคัญไว้ว่า “เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องของหมอ เรื่องหยุก เรื่องยา พ่อแม่พี่น้องหลายท่านพูดว่าเรื่องสุขภาพอยู่ที่ตัวท่านเอง ตอนนี้เรากำลังเรียนเพื่อความรู้ ซึ่งเป็นความรู้แจ้งในตัวตน เป็นวิชาที่ไม่ได้เรียนกับอาจารย์ เราต้องบันทึกไว้เพื่อให้เป็นบทเรียน อีกอย่างคือการให้ความสำคัญของคนให้มากขึ้น ทุกวันนี้ยังให้ความสำคัญน้อย นี้คือการเปลี่ยนผ่าน เมื่อก่อนคนเล็กคนน้อยรอรับอย่างเดียว กระทรวงสาธารณสุขต้องดูแลให้ประชาชนเข้าถึงบริการทุกระบบ เรื่องที่เรากำลังถอดบทเรียนเป็นเรื่องที่มีคุณค่า เป็นสุขภาพมิติใหม่ไม่ใช่เรื่องหมอ เรื่องหยุกยา ซึ่งสุขภาพอยู่ที่เรา อยู่ที่ครอบครัว อยู่ที่ชุมชน สุขภาพไม่ใช่สุขภาพที่ดีอย่างเดียว นั้นหมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ถือเรียกว่า “สุขภาวะ” เป็นสุขภาพองค์รวม หมายถึง การกินดี อยู่ดี ผมอยากให้มองถึงสุขภาพชุมชน สุขภาพของตำบล อยากให้ทุกคนมองชุมชนท้องถิ่นเป็นของเรา วัฒนธรรม ประเพณี การอยู่ร่วมกันสำคัญมาก ไม่ใช่ร่วมรับผลประโยชน์อย่างเดียว แต่ร่วมทำ ร่วมดำเนินงานด้วย   ที่เราถอดบทเรียนในครั้งนี้ คือการศึกษาเรียนรู้ชุมชน ไม่ใช่การเรียนรู้ในห้องเรียน แต่เป็นการชวนให้ผู้เฒ่าผู้แก่ เด็กเยาวชน คนในหมู่บ้านมาเรียนรู้ในการสำนึกบุญคุณบ้านเกิด ส่วนประกอบที่สำคัญของการเรียนรู้ในชุมชน ได้แก่ ส่วนแรก ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน คือเป็นกำกับท้องถิ่น ส่วนที่สอง อบต. อบจ.เทศบาลต่างๆ เป็นส่วนการบริหารที่เติบโตมากยิ่งขึ้น เราต้องให้ความสำคัญชุมชนท้องถิ่น ส่วนที่สาม ประชาชน กลุ่มคนต่างๆรวมตัวกันเพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ส่วนที่สี่ หน่วยงานของรัฐในท้องถิ่น ได้แก่ โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งคุณค่าที่มีอยู่ในชุมชน และการปฏิรูปประเทศไทย ในเรื่องของสุขภาพ ต้องมาดูที่ชุมชน”

ต่อด้วยการเสวนา สานพลังการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน โดยมีตัวแทนจากตำบลในกลุ่มจังหวัดเจริญธานีศรีโสธร ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย โดยมีนายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการเสวนาในครั้งนี้

จากนั้นเพื่อให้เกิดความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น หลังจากทุกคนได้มีการดำเนินงานถอดบทเรียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมแล้วที่จะมีการขยายผลสู่การถ่ายทอดความรู้ผ่านช่องทางการสื่อสาร และเกิดการถ่ายทอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนระหว่างพื้นที่ ภายในงานมหกรรม จึงได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการนโยบายสาธารณะ ๗๐ ตำบล อีสานใต้ โดยได้แยกเป็นฐานเรียนรู้ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมด 5 ฐานเรียนรู้ ได้แก่ ฐานการเรียนรู้ที่ 1 การจัดการระบบสุขภาพ ฐานการเรียนรู้ที่ 2 เหล้าและวัฒนธรรม “วิถีวัฒนธรรมกับสุขภาวะ” ฐานการเรียนรู้ที่ 3 ทรัพยากรกับสิ่งแวดล้อม “ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ” ฐานการเรียนรู้ที่ 4 การจัดการตนเอง “การจัดการตนเองสู่ชุมชนเข้มแข็ง” ฐานการเรียนรู้ที่ 5 การเกษตร ซึ่งในแต่ละประเด็นจะเกิดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในอนาคตต่อไป

Check Also

ท้องไม่พร้อม ปัญหาวัยรุ่นใครดูแล

ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งท้องไม่พร้อม ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ จะช่วยเด็กอย่างไร? “ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมแต่ตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เกิดจากหลายเหตุผล บางคนกลัวบาป บางคนไม่มีความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ กว่าจะรู้อายุครรภ์ก็เกินกำหนด บางคนรู้ตอนอายุครรภ์ยังน้อย พอตอนใกล้จะคลอด ปรากฏว่าผู้ชายขอแยกตัว เลยต้องยอมเก็บเด็กไว้ จำนวนไม่น้อยตัดสินใจเอาออกทั้งที่อาจเกิดอันตราย บางคนต้องตัดมดลูกทิ้ง และบางคนต้องเสียชีวิต เมื่อผู้หญิงเข้ามาหา “ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook