BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ดร.เดชรัต พาทัวร์อีสาน แจงสถานการณ์ประชากร ปากท้อง ความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจคนจน และปัญหาสุขภาพ 1

เวที “พลวัตร การเปลี่ยนผ่าน ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะฯ สู่แผนพัฒนาภาคอีสานเพื่อสุขภาวะที่ดีของฅนอีสาน” เมื่อวันที่ 24 – 25 กันยายน 2557 ณ โรงแรมบุษราคัม จังหวัดขอนแก่น ที่ผ่านมา ดร.เดชรัต สุขกำเนิด จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้เกียรติบรรยายฉายภาพสถานการณ์ภาคอีสาน เพื่อให้เครือข่ายสมัชชาพื้นที่ภาคอีสานได้เรียนรู้ เท่าทันสถานการณ์ เพื่อเตรียมจัดทัพปรับกระบวนพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม

เริ่มต้นการอภิปราย อาจารย์เดชรัต ตั้งชื่อหัวข้อแบบสั้นๆ ว่า “ISAN DYNAMICs” เพราะเห็นว่าอีสานกำลังเปลี่ยนไป…

 เศรษฐกิจ – รายได้ – เกษตรกร

สรุป: อีสานเหลื่อมล้ำน้อยลง การเกษตรเติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะ 7 ปีหลัง เกษตรกรเน้นใช้พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง และยางพารา ในขณะที่ผลผลิตยางพารากำลังล้นตลาดโลก ทั้งนี้จากนโยบายรัฐ ทำให้อีสานเริ่มมีแนวโน้มปลูกอ้อยมากขึ้น บนคำถามว่า การปลูกอ้อยควรจะเชื่อรัฐ แล้วปลูกตามกันหมด หรือจะใช้กรณียางพาราเป็นตัวอย่างความล้มเหลว

จากข้อมูลที่เก็บต่อเนื่องมา 20 ปีที่แล้ว พบว่า ความเหลื่อมล้ำของภาคอีสานลดลงจากปี พ.ศ.2538 ที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคอีสานน้อยกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลถึง 12 เท่า แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอีสาน น้อยกว่าภาคตะวันออก 6 เท่า ที่เปรียบกับภาคตะวันออก เพราะปัจจุบันภาคตะวันออกมีการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าจังหวัดกรุงเทพฯ โดยคนจังหวัดระยอง มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 1.3 ล้านบาท ซึ่งคนระยองรู้ข้อมูลนี้อาจจะคิดว่า ทำไมเราไม่เห็นรู้สึกอย่างนั้น    เลย ความจริงแล้วนี่เป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจ ซึ่งแซงกรุงเทพฯไปแล้ว

d_001

เมื่อส่องเข้ามาดูการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคพบว่า เศรษฐกิจภาคอุปโภคบริโภค และภาคบริการเติบโตมาก ตามมาด้วยเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม แต่ที่เติบโตไวมากที่สุดในภาคอีสานยังคงเป็นภาคเกษตร แม้ว่าในช่วงปี พ.ศ. 2538 – 2545 อาจจะดูลดลง แต่หลังจากปี พ.ศ. 2551 ภาคเกษตรเริ่มกลับมาแรงขึ้น และขึ้นสูงที่สุดในปี พ.ศ.2555 ทั้งนี้เนื่องจากการโตขึ้นในช่วงหลังอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาคเกษตรมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมจากร้อยละ 19 ในปี พ.ศ. 2538 กลายเป็นร้อยละ 23 ในปี พ.ศ.2555 นำไปสู่การตั้งคำถามว่าภาคเกษตรกำลังจะกลับคืนมาหรือไม่ และคำถามที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ “กลับคืนมาในแบบที่เราต้องการหรือไม่” ประเด็นนี้ ดร.เดชรัตฝากให้เครือข่ายสมัชชากลับไปคิดในทุกกลุ่มจังหวัดต้องไปดูว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งประเด็นเรื่องของยางพารา และการจำนำข้าว ฯลฯ

 

d_002

สำหรับปริมาณการใช้พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจของภาคอีสานนั้น คนอีสานใช้พื้นที่ในการปลูกมันสำปะหลังมากที่สุด ประมาณสี่ล้านเจ็ดแสนไร่ ตามมาด้วยยางพาราที่อัตราการเติบโตพุ่งสูงมากในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขประมาณสี่ล้านสามแสนไร่ นอกจากนี้ใช้พื้นที่ในการปลูกอ้อยประมาณสามล้านเจ็ดแสนไร่ รองลงมาเป็นเนื้อที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และเนื้อที่ปลูกปาล์ม ซึ่งมีแนวโน้มว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าการปลูกมันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง แต่ที่เพิ่มขึ้นคืออ้อย โดยค่อนข้างจะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการจัดการ ในข้อมูลนี้ ดร.เดชรัตได้ให้ข้อสังเกตว่าการปลูกตามกระแส หรือปลูกตามคำแนะนำของรัฐบาลนั้น เป็นทางออกที่ถูกต้องหรือไม่ พร้อมให้ข้อมูลการปลูกยางพาราที่กำลังล้นตลาด

d_003

โดยประเด็นยางพารานั้น มีความน่าสนใจที่ว่า แม้ความต้องการจากทั่วโลกจะมีมาก และเราก็ปลูกมากตามความต้องการ แต่ในความเป็นจริงนั้นเมื่อรวมผลการผลิตทั่วโลกแล้ว พบว่า มียางส่วนเกิน หรือมีการผลิตเยอะเกินไปติดต่อกันมานาน 3 ปีแล้ว โดยในปี พ.ศ. 2556 มีผลผลิตส่วนเกินทั่วโลกอยู่ 644,000 ตัน และในขณะที่มียางมากขึ้น หรือเราใช้พื้นที่ไปกับการปลูกยางพารามากขึ้น ในทางกลับกันการปลูกข้าวยังคงมีความสำคัญในภาคอีสาน โดยเฉพาะในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมานี้พบว่าอัตราการปลูกข้าวในภาคอีสานมีเพิ่มขึ้น

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ สุดท้ายในเรื่องเกษตร พบว่าแม้จะมีการใช้พื้นที่ทางการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น แต่หลายครอบครัวในภาคอีสานสามารถพึ่งพิงรายได้จากการเกษตรได้น้อยมาก

 ประชากร: อีก 20 ปีวัยแรงงานก้าวเข้าสู่วัยชรา เตรียมรับมือสังคมผู้สูงอายุ

สิ่งที่เป็นฐานสำคัญของภาคอีสานเป็นเรื่อง “คน” ภาคอีสานเข้าไปทำงานโดยเป็นวัยแรงงานอยู่เยอะมาก และจากการคาดการณ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าต่อไปในอีก 10 – 20 ปีข้างหน้า ผู้ที่เป็นวัยแรงงานในประเทศจะลดลง

ปี 2543 อีสานมีประชากรวัยแรงงานอยู่มาก แต่อีกสิบปีต่อมาพบว่าวัยแรงงานกลายเป็นผู้สูงอายุมากขึ้น ส่วนวัยหนุ่มสาวน้อยลง และวัยเด็กลดลง ทั้งนี้ในอนาคตอีก 10 ปี หรือปี พ.ศ.2563 วัยทำงานจะลดลง ส่วนเด็ก และผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น และเมื่อถึงปี พ.ศ. 2573 วัยแรงงานยิ่งน้อยลงไปอีก

d_004

ความน่าสนใจคือผู้สูงอายุเยอะขึ้นแล้วเราจะออกแบบสังคมของเราอย่างไร ผมมองว่าไม่ใช่สังคมสูงอายุ แต่เป็นสังคมวัยวุฒิ เรามีผู้มีประสบการณ์อยู่มาก แล้วเราจะจัดการอย่างไร ภาคอีสานจะจัดการอย่างไร?

อ่านต่อ ตอนที่ 2 คลิกที่นี่

 

Download เอกสารประกอบ : Powerpoint อ.เดชรัตน์

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook