BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

อ่านที่มา…“ธรรมนูญสุขภาพ”ดงมูลเหล็ก เริ่มต้นที่ใจ (แข็งแรง) ร่วมด้วยช่วยกัน..ประกันความสุขให้ร่างกาย

จากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องธรรมนูญสุขภาพร่วมกััน โดยแกนนำ 150 คน จากจังหวัดเลย และอุดรธานี มี อบต. สสจ. รพ.สต. เรียนรู้ผ่านขั้นตอน กระบวนการ “22” แบ่งเป็น 3 ฐานคือ ฐานที่ 1 การเตรียมพื้นที่ (ที่มา แนวคิด คณะทำงาน ข้อมูลพื้นฐาน) ฐานที่ 2 กระบวนการ ขั้นตอน การยกร่างธรรมนูญสุขภาพ ประกาศใช้ ฐานที่ 3 คุณค่าจากการทำธรรมนูญสุขภาพ และการขับเคลื่อน การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพื้นที่หลังจากการประกาศใช้

“สิ่งสำคัญที่จะทำธรรมนูญได้อยู่ที่ความตั้งใจ อย่าไปกังวลกับกระบวนการ แต่ให้ทำด้วยใจ งานยากจะสำเร็จได้ต้องทำใจให้สบาย และร่วมด้วยช่วยกัน ตอนก่อนที่เพชรบูรณ์ยังไม่มีเราก็คิดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่เห็นมีอะไรจะทำให้เกิดขึ้นได้ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญ ที่อยากให้ชุมชนเรามี อันดับแรกต้องเห็นคุณค่า และไม่เห็นธรรมนูญเป็นเพียงตัวหนังสือ แต่ต้องมีส่วนร่วมสร้าง และปฏิบัติร่วมกัน” วาสนา ทองใบ เครือข่ายสมัชชาจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงความคาดหวังไว้อย่างน่าสนใจ

ส่วน นายสุรพงษ์ พรมเท้า ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวถึง ธรรมนูญสุขภาพ กับการจัดการตำบลสุขภาพต้นแบบ ไว้ว่า

“จุดเริ่มต้นของธรรมนูญที่นี่มีการรวมกลุ่มคนทำงานที่เห็นแนวทางนี้เข้าด้วยกัน เราก็กลายเป็นคณะทำงาน แต่เน้นว่าต้องเป็นไตรภาคี ทุนเริ่มต้นที่มีคือมีคนสามภาคส่วนนี้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันภายใต้ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ ปีแรกที่ทำ มีการรวมตัว เดินขบวน 600 กว่าคน ทำให้คนเพชรบุณณ์ตื่นขึ้นมา แล้วเรียนรู้ว่าเราต้องเป็นชุมชนที่มีสุขภาพที่ดี แก้ไขเรื่องมะร็งฯลฯ ทำต่อเนืองต่อมาก็กลายมาเป็นทำร่วมกันทั้งจังหวัดเป็นธรรมนูญจังหวัด เริ่มทำพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่พร้อมทำด้วยกัน แต่พอมาถึงพ.ศ 2553 กลายเป็นว่าเหลือแค่นายกไฉน อบต.ดงมูลเหล็ก ก็เริ่มรู้ว่าเอกสารไม่ได้แก้ไขปัญหาได้ แต่คนต้องมีความรู้ ร่วมกันแก้ปัญหาได้ นายกไฉนก็เข้าร่วมเรียนรู้กับสมัชชาชาติด้วย เริ่มเห็นปัญหาในชุมชนเยอะขึ้น เยาวชน เด็กแว้นท์ ยาเสพติดฯลฯ คิดอยู่ว่าลูกหลานต้องเรียนรู้ ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา ประกอบกับนายกไฉนป่วย เลยอยากให้ทุกคนสุขภาพดี สรุปว่าช่วยกันทำเฉพาะพื้นที่ในตำบลก่อนแล้วกัน และเมื่อต้นทุนบุคลากรเรามีนายกไฉน เลยเลือกที่ อบต.ดงมูลเหล็กก่อน บอกได้เลยว่ามีปัญหาตลอด แต่เราช่วยกันแก้ ก็แก้กันตามที่เรามีทักษะครบตามไตรภาคี แล้วขับเคลื่อนด้วยใจ มีปลัดท่านก็ช่วยดูเรื่องกฎหมาย มีอาจารย์จากราชภัฏก็ทำเป็นทีมวิชาการ แล้วทำแบบสอบถาม นายกก็ลงพื้นที่เชื่อมกับชาวบ้าน หลักสำคัญคือมี 3 ภาคส่วนนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมพื้นที่ เปรียบเหมือนกับเรื่องการมีแฟน การเตรียมพื้นที่ก็เหมือนกับการจีบกันก่อน หาคนมาทำงานให้ครบ แม้ในแต่ละพื้นที่จะมีต้นทุนไม่เหมือนกัน อาจจะไม่มีนายกแบบนี้ พยาบาลแบบนี้ แต่ทุกพื้นที่เราจะมีต้นทุน ขอให้มีใจ มันจะทำได้”

โดยหลักการสำคัญของการจัดทำธรรมนูญสุขภาพในครั้งนี้ เน้นการพัฒนากระบวนการพัฒนากลไกและกระบวนการ “ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพตำบลดงมูลเหล็กแบบมีส่วนร่วมตามแนวทางประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ผสมประชาธอปไตยตัวแทน การเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม สิ่งที่ได้มาอาจไม่ได้ดีที่สุด แต่เกิดจากการมีส่วนร่วม
ใช้ยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมฯ และเน้นการทำงานบนฐานความรู้ และมีการสื่อสารทางสังคมตลอดกระบวนการ นอกจากนี้เป็นกระบวนการที่เน้นการเชื่อมโยง ประสานพลังศักยภาพความร่วมมือของฝ่ายเข้าด้วยกัน ทำงานร่วมกันอย่างเป็นหุ้นส่วน เป็นสายสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่แนวดิ่ง หรือการบังคับ เน้นการสร้างฉันทมติ แสดงเจตนารมย์ พันธะทางสังคมเพื่อร่วมกัน และมุ่งการมีร่วมมือปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน มีนายกพูดทุกวัน เวทีประชาคมก็ต้องพูด หอกระจายข่าวก็ต้องทำ ต้องสร้างการรับรู้

“เป้าหมายสำคัญของธรรมนูญดงมูลเกิดจากการทำ เรามีเป้าหมายในการทำตำบลสุขภาวะ ส่งคนดูงานที่ชะแล้ โดยใช้ธรรมนูญสุขภาพเป็นเครื่องมือ วิธีการของผม ไม่ต้องเลือกอะไรมาก คัดเลือกคนที่เป็นผู้นำอย่างเป็นทางการ เช่น หัวหน้าส่วนราชการทั้งหมด ประธานอสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งหมดเชิญมาร่วม เราไปดูงานที่ปากพูน นครศรีธรรมราช แล้วบอกเขาว่าอยากเป็นตำบลสุขภาวะ ทางนั้นบอกว่าต้องจัดคนเข้าไป 30 คนเข้าไปอยู่ 5 วัน เป็นผู้ใหญ่ กำนันแต่ละหมู่บ้าน จากนั้นมาสรุปร่วมกัน เห็นว่าที่นั่นทำสวัสดิการ มีการทำธนาคารความดี แต่ไม่ได้เป็นธรรมนูญ แต่คล้ายกัน เราก็เอามาปรับแต่ทำเป็นธรรมนูญ เมื่อตกลงกันแล้ว เราก็ทำขั้นตอน ว่าเอาปัญหามาช่วยกันคิดก่อนว่าจะทำอย่างไร ก็ดึงคนมาคุยกัน ผมมี “เครือข่าย” นอกพื้นที่ด้วย” นายสุรพงษ์ พรมเท้า กล่าวเสริม

จุดเด่นคือการทำแบบสอบถามที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ กาย จิตใจ สังคม ภูมิปัญญา

  • มิติกาย แหล่งอาหารปลอดภัย เสริมเกษตรอินทรีย์ ทีกติกาทางสังคม ให้ชุมชนปฏิบัติตาม และสำคัญอันดับ 3คือมีที่ออกกำลังกายเพียวำแ มีกิตกรรมแแกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • มิติใจ สำคัญ 1 มีกิจกรรมเสริมส้างสุขภาพ ระบบให้คำปรึกษาในชุมน 2 สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะที่ดี สำคัญ 3ส่งเสริมความภาคภูมิใจ ยกย่องคนดี สิ่งที่เราทำคือ ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านคัดเลือกคน3 กลุ่มที่ทำความดี กลุ่มเด็ก บุคคลตัสอย่่า และครบอครัวตัสอย่าง และคัดครูดีเด่น อสม.ดีเด่น มอบรวม 77 โล่ต่อปีทุกช่วงปีใหม่ ให้ผู้ว่าจังหวัดเป็นคนเซ็นต์และมอบโล่
  • มิติทางสังคม สำคัญ 1 ทำแผนด้านสุขภาวะโดยชุมชนมีส่วนร่วม ทำแผนชุมชน และนำแผนไปปฏิบัติจริง สำคัญสอง ส่งเสริมความรู้ ถ่ายทอดทัษะชีวิต เรามีการสอนทำสมุนไพร แพทย์ทางเลือก สามคือ มีกติกาควบคุมความรุนแรงในครอบครัว คุ้มครองป้อกงันความรุนแรงในครอบครัว และชุมชน เราให้ผู้ใหญ่บ้านอาสา สรุปผู้ใหญ่หมู่ 6 อาสา จึงขอพระราชทานจากองค์ภา ได้กระดิ่งติดทุกบ้านมีรูปองค์ภา เกิดข้อตกลง
  • มิติภูมิปัญญา มีจัดสวัสดิการชุมชน สอง ส่งเสริมทางใช้แพทย์ทางเลือก การแพทย์ทางเลือกได้รับการยอมรับ สาม รวมกลุ่มทำสาธารณะประโยชน์ในชุมชน โดยมีการออมเงินหมู่บ้านวันละบาท เรามีการดูแลตั้งแต่เกิด จนตาย

ทั้งหมดนี้ 4 ข้อ ทำให้ได้ผลสรุปเรื่องความต้องการ และประเด็นปัญหา ที่ออกมาจากความต้องการของประชาคมหมู่บ้าน และเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงนำเอาข้อเสนอของชาวบ้าน มาแปลงเป็นภาษากฎหมาย แล้วมาทำเป็นสมัชชาสุขภาพต่อไป

Check Also

กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมระดับจังหวัดเชื่อมโยงสู่ระดับเขต

เวทีสานพลัง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เครือข่าย ทุกช่วงวัย อาหารปลอดภัยบนฐานทรัพยากรที่มั่งคั่ง จ.พิษณุโลก ณ โรงแรมนนทรี เรสซิเดนท์ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 2 ร่วมกับ คณะกรรมการและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook