BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ทักทายกัน ในเดือนมิถุนายน 2557

เดือนที่มีฝนตกชุ่มฉ่ำไปทั่วไทย บางพื้นที่ก็มีลมกรรโชกแรงทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินไปหลายแห่ง อย่างเช่น โรงเรียนชาวนา ที่ ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งก็เป็นพื้นที่/กิจกรรมการพัฒนาของ นนส.ที่นั่น ได้รับความเสียหายไปทั้งหลัง ต้องสร้างกันใหม่ เป็นต้น ทักทายในเดือนนี้ผมอยากเปิดประเด็นการพัฒนางานพื้นที่ 2 งาน ที่สำคัญ งานแรก คือการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม หรือ นนส. กับ งานที่สอง คือ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้การอภิบาลระบบและกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมโดยเครือข่าย (Governance by network) ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน และมีการพัฒนาให้เกิดความเข้มแข็งในการบริหารจัดการร่วมกับการอภิบาลโดยระบบ อื่นๆ ควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่นำไปสู่ประสิทธิผลสูงสุด ในการพัฒนา

          งานแรก คือ การพัฒนาโปรแกรมนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม พร้อมกันทั้ง 5 โปรแกรม โดย สถาบันบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ เครือข่ายมูลนิธิหมออนามัย 1 โปรแกรม ซึ่งจะเริ่ม Core Module ที่ 1 ในวันที่ 25-28 มิถุนายน 2557 นี้ ที่โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต กรุงเทพฯ

ส่วนอีก 4 โปรแกรม จะเป็นระดับภูมิภาค ทั้ง 4 ภูมิภาค ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรึกษาหารือกันไปแล้วผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ และการประชุมร่วมระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้แทน นนส.ปี 2555 และปี 2556 โดยสรุปแล้ว จะมีการพัฒนาโปรแกรม นนส. พร้อมกัน ทั้ง 4 โปรแกรม กระจายการมีส่วนร่วมในการจัดการไปยังพื้นที่ภูมิภาค ทั้ง 4 ภูมิภาคๆ ละ 1 โปรแกรม จะมี นนส.แต่ละภาค ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาศักยภาพ ร่วมกับ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่(ภาคเหนือ) และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง(ภาคใต้) และวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับกับภาคกลาง) นอกจากนี้ยังมี กรรมการสุขภาพแห่งชาติในพื้นที่กรรมการบริหาร สช.และผู้บริหาร สช. ได้ไปร่วมกันทำงานในพื้นที่แต่ละภูมิภาคด้วย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการบริหารจัดการได้หลากหลายและสร้างโอกาสการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เร็วและมากขึ้นด้วย โดยจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ ฯ ร่วมของ คณะทำงานขับเคลื่อนฯ แต่ละภาค ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2557 ที่ กรุงเทพฯ

การพัฒนา โปรแกรมนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ทั้ง 5 โปรแกรม กำลังขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ผลการพัฒนาคืบหน้าอย่างไรผมจะได้นำมา “เล่างาน” ในการทักทายรายเดือนในระยะต่อๆ ไป

          งานที่ สอง คือ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้การอภิบาลระบบและกลไกกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม โดยผ่านสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี (Lopburi Provincial Health Assembly) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะมีการเรียนรู้ดูงานของนานาชาติด้วย ในต้นปี 2558 ผมจึงขอนำมาวิเคราะห์การพัฒนาระบบอภิบาลโดยเครือข่าย (Governance by network) ไว้เป็นการนำทางไปก่อน ผมขอเริ่มที่ บริบทการพัฒนาทั่วไป ของจังหวัดลพบุรีแบบสรุปสั้น ให้เห็นภาพ ดังนี้

          จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางเหนือตามเส้น ประมาณ 155 กิโลเมตร มีพื้นที่ 6,586.67 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,116,668 ไร่มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 8 จังหวัดดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดเพชรบูรณ์ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดสิงห์บุรีทิศใต้ ติดกับจังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง

จังหวัดลพบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ, 121 ตำบล, 1,122 หมู่บ้าน ในด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง, เทศบาลเมือง 3 แห่ง เทศบาลตำบล 19 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 103 แห่ง มีประชากร รวมทั้งสิ้น 757,439 คน เป็นชาย 380,360 คน หญิง 377,079 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำนา ทำไร่ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อยน้ำตาล ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ประชากรในจังหวัดลพบุรีมีด้วยกันหลายกลุ่ม เช่น ไทยภาคกลาง ไทยพวน (เดิมเรียก ลาวพวน) และไทยเบิ้ง (หรือไทยเดิ้ง) ไทยอีสาน (พูดภาษาอีสาน) ไทยมอญ นอกจากนี้ยังมีชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยเชื้อสายอินเดียจำนวนไม่น้อยอีกด้วย

          การก่อตัวและพัฒนาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี นับตั้งแต่ จุดเริ่มของการพัฒนากระบวนการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ ของเครือข่ายประชาคมสุขภาพจังหวัดลพบุรี ที่ได้จัดสมัชชาสุขภาพ ภายใต้ แนวคิด “รวมพลังสร้างสุขภาพ” ว่าด้วย การสร้างสุขภาพดี ลพบุรีน่าอยู่ ได้เกิดการนำเสนอเรื่องหรือประเด็นสุขภาพของแต่ละท้องถิ่นและได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันข้ามพื้นที่ โดยเอาวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและปฏิบัติการจริงของพื้นที่ เป็นตัวตั้ง การพัฒนาดังกล่าวได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยลำดับ ได้ดังนี้

  1. การพัฒนานโยบายสาธารณะฯ ผ่านสมัชชาสุขภาพ จังหวัดลพบุรี ก่อนมี พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ (2544-2550) ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายประชาคมสุขภาพจังหวัดลพบุรี และสถาบันนารายณ์เพื่อการพัฒนา มีการจัดสมัชชาสาธิตในจังหวัด มีเวทีการเรียนรู้  มีการจัดสมัชชาในประเด็นต่างๆ ได้แก่   แม่น้ำลพบุรีและการเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ /วิทยุชุมชน สร้างคน สร้างสุขภาพ /สุขภาพความดีงามและความพอเพียง/การสร้างสังคมรู้รักสามัคคี/ตำบลต้นแบบสุขภาวะ ฯลฯ
  2. การพัฒนานโยบายสาธารณะฯ ผ่านสมัชชาสุขภาพ จังหวัดลพบุรีหลังประกาศใช้ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ (2551-2555) ขับเคลื่อนกระบวนการ โดยมีสถาบันนารายณ์เพื่อการพัฒนา เป็นกลไกหลักในการประสานการขับเคลื่อน
  • สมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่ : ตำบลต้นแบบสุขภาวะ/ชาวลพบุรีฟื้นฟูภัยพิบัติจัดการสุขภาวะ/การแก้ปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม จ.ลพบุรี
  • สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ได้แก่ ประเด็นสุขภาวะวัยเจริญพันธ์ เด็กดีสร้างสุข
  1. การพัฒนานโยบายสาธารณะฯ ผ่านสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรีหลังประกาศใช้ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ (2556-ปัจจุบัน) ขับเคลื่อนผ่านกลไกของคณะทำงานจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี (คจสจ.) ที่มีคณะกรรมการดำเนินการจาก 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการและภาคประชาสังคม โดยมีการประกาศแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด มีกลไกการประสานงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ปี 2557 (คปสจ.ลบ) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยเลขานุการกิจ ให้กับคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี (คจสจ.ลบ.)

 

          การขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ปี 2556-2557 ใน ปี 2556จังหวัดลพบุรีขับเคลื่อนกลไกการทำงานผ่านคณะกรรมการจัดการสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี (คจสจ.ลบ.)โดยมีกระบวนการดำเนินงาน โดยเริ่มจากการสะท้อนปัญหาจากพื้นที่และเครือข่ายภาคประชาชน การสำรวจข้อมูล เพื่อค้นหาประเด็นปัญหาในพื้นที่ การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้/สรุปบทเรียนในพื้นที่เป้าหมาย ก่อนที่คณะทำงานมาสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อคัดเลือกประเด็นปัญหาสมัชชาสุขภาพจังหวัด ได้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1)ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม 2)เด็กและเยาวชนกับปัญหาการติดเกม และ 3)ประเด็นอาหารปลอดภัย และยกร่างข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ก่อนนำร่างข้อเสนอเชิงนโยบายทั้ง 3 ประเด็น หาฉันทามติ ในการประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัด ต่อไป

จากกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในจังหวัดลพบุรี นำไปสู่มติสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ปี 2556 จำนวน 3 ประเด็น ดังนี้

          มติที่ 1 ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม    ด้วยสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในวัยรุ่นในจังหวัดลพบุรี มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยสถิติจำนวนผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในจังหวัดลพบุรีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ช่วงอายุของผู้ที่ตั้งครรภ์ลดลง ขณะที่ปัจจุบันหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากดำเนินกิจกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้การท้องที่ไม่พร้อมในวัยรุ่น แต่กิจกรรมต่างๆ ยังไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเสี่ยง การบูรณาการมีน้อย ไม่เข้มแข็ง ขาดความต่อเนื่อง

การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาหลายภาคส่วนที่ได้มีความพยายามปฏิบัติงานอย่างจริงจัง และสานต่อความมุ่งมั่นเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพทางเพศ และการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่น จนเกิดเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมและเป็นนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่ในจังหวัดลพบุรี เช่น พื้นที่ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง เป็นพื้นที่ต้นแบบการดำเนินกิจกรรมท้องที่ไม่พร้อมในระดับชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน จังหวัดลพบุรีมีการดำเนินกิจกรรมศูนย์พัฒนาครอบครัว จำนวน 25 ศูนย์ กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น มีโครงการกิจกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ในกองทุนทุกตำบลในจังหวัดลพบุรี เป็นต้น

สมาชิกสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรีได้มีฉันทมติที่สำคัญๆ เช่น

  1. เสนอให้การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็กและเยาวชนเป็นวาระจังหวัด
  2. จัดให้มีกระบวนการเรียนการสอนเพศศึกษารอบด้านและทักษะชีวิต ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
  3.  ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการร่วมกับองค์กรภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายเด็กและเยาวชน กำหนดเป็นนโยบายสาธารณะและมาตรการทางสังคมที่สอดคล้องกับศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี และบริบทของชุมชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม
  4. สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนตำบลอนามัยเจริญพันธ์ในพื้นที่ที่มีความพร้อมและขยายเครือข่ายไปตำบลใกล้เคียง นำไปสู่การดำเนินงานอำเภออนามัยเจริญพันธ์ โดยให้มีผู้ประสานงานหลักในระดับอำเภอเป็นผู้เชื่อมประสานเครือข่ายของแต่ละตำบล
  5. ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไขปัญหา จัดการสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น สถานบริการทางเพศ สถานบันเทิง บุหรี่ สุรา ยาเสพติดฯ ตลอดจนมีการกำหนดข้อบังคับท้องถิ่นและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

          มติที่2 เด็กและเยาวชนกับปัญหาการติดเกม ปัญหาการติดเกมของเด็กและเยาวชนในจังหวัดลพบุรี มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุปัจจัย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ส่งผลกระทบด้านลบต่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และชุมชน บางรายถึงขั้นก่ออาชญากรรม อีกทั้งปัญหาการติดเกม/อินเตอร์เน็ตของเด็กเยาวชนอยู่ในขั้นวิกฤต และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงร้านเกมได้ง่าย ในขณะที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจและตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดต่อเด็ก ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กติดเกม คือการขาดพื้นที่และกิจกรรมที่เหมาะสม

          การดำเนินงานที่ผ่านมาหลายหน่วยงานได้มีความพยายามในการแก้ปัญหา เช่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรีมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรีมีการจัดทำโครงการคนไทยใจอาสา ปี 2556 และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรี โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทจังหวัดลพบุรี จัดเวทีแก้ปัญหาลดความขัดแย้งระหว่างร้านเกมกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ร้านเกมต้องไปจดทะเบียนให้ถูกต้อง หรือถ้าผิด พรบ.จะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาต

          นอกจากนี้ ยังมีการทำงานให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมและเป็นนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่ เช่นที่ ตำบลวังจั่นและตำบลถลุงเหล็ก อำเภอโคกสำโรง มีการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม โดยชุมชน ชุมชนมีส่วนร่วม เกิดการรวมกลุ่มให้เกิดกิจกรรมของเด็ก เกิดจิตอาสาเด็ก มีกติการ่วมกัน มีการจัดเวทีแก้ปัญหาเด็กติดเกมในพื้นที่ ทำให้มองเห็นปัญหาชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และปลอดจากพฤติกรรมการติดเกม

          จะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาเด็กติดเกมจะต้องมีการศึกษาวิจัยและพัฒนา เกี่ยวกับสภาวการณ์ของเด็กและเยาวชนในจังหวัดลพบุรีแบบบูรณาการ รอบด้าน เพื่อให้ได้รูปแบบการป้องกันและการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เข้าถึงพื้นที่เสี่ยง และทำประชาคมเพื่อคืนข้อมูลสู่ชุมชนท้องถิ่นศึกษาวิจัยสภาวการณ์ของเด็กและเยาวชน ด้านครอบครัว ปัญหาเศรษฐกิจ และอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เด็กและเยาวชนติดเกม

          สมาชิกสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรีได้มีมติที่สำคัญๆ เช่น

  1. ให้ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนกระบวนการ การรณรงค์สร้างกระแสประชาสัมพันธ์และสื่อสาธารณะ   ผลิตสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย ตรงประเด็นที่เด็กจะบริโภค เพื่อกระตุ้นให้เกิดมาตรการทางสังคม นำไปสู่นโยบายสาธารณะ ในระดับพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนงบประมาณ
  2. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการร่วมกับองค์กรภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายเด็กและครอบครัว ร่วมกันกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ มาตรการทางสังคม จัดทำวิจัย ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนในแต่ละพื้นที่ และสนับสนุนให้มีพื้นที่สร้างสรรค์ เวทีสาธารณะสำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดเกมของเด็กเยาวชน
  3.  ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับร้านเกม จัดกิจกรรมส่งเสริมสร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่น (เกมที่ไม่รุนแรง เกมสร้างสรรค์) โดยบรรจุในแผนพัฒนา 3 ปี ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนำไปสู่การปฏิบัติจริง
  4. การตั้งร้านเกมในชุมชน ต้องผ่านการประชาคมของประชาชนของหมู่บ้าน ผ่านการตรวจสอบจากท้องถิ่นและมีเอกสารอนุญาตจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อนยื่นขอประกอบการจากสำนักงานวัฒนธรรม
  5. ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เข้าร้านเกม หากฝ่าฝืนให้มีกฎหมายยึดใบอนุญาตและสั่งปิดร้าน             ให้สถานศึกษาจัดพื้นที่การใช้อินเตอร์เนต

 

          มติที่ 3 ประเด็นอาหารปลอดภัย จังหวัดลพบุรีให้ความสำคัญต่ออาหารด้วยการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์อันดับแรก โดยให้เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันการผลิตอาหาร ในปีพ.ศ.2556 รวมทั้งแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดที่มีความต่อเนื่องจนถึงปีพ.ศ.2560 ที่ได้กำหนดประเด็นการพัฒนาที่มีสาระเกี่ยวข้องกับอาหารปลอดภัยคือ การผลิตอาหารสะอาด การริเริ่มนวัตกรรมกระบวนการผลิตพืชอาหารแบบปลอดสารพิษโดยใช้ระบบโรงเรือนขนาดเล็ก และมีการเชื่อมโยงโดยตรงไปสู่ช่องทางการจำหน่ายและตลาด บนพื้นฐานความร่วมมือและสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากเอกชน ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่ม องค์กร สถาบันเกษตรกร ให้ทำหน้าที่สนับสนุนในเชิงธุรกิจ (Business Arm) ให้กลุ่มผู้ผลิตสินค้าอาหารปลอดภัยอย่างจริงจัง

          ขณะที่ธุรกิจทางการเกษตรแบบครบวงจรครอบครองตลาดและปัจจัยการผลิตรายใหญ่ไม่กี่ราย นับตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ สารเคมีทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์ และการตลาด อาจนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมแก่เกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ใช้แรงงาน การผูกขาดระบบเกษตรและอาหาร โดยกลุ่มนายทุนและพ่อค้าคนกลาง ต้นทุนการเกษตรสูง การเกษตรใช้สารเคมีมากเกินขนาดเสี่ยงต่อปัญหาความไม่ปลอดภัยในอาหารและสุขภาพรวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

          การดำเนินงานที่ผ่านมาจังหวัดลพบุรีได้จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 – 2560 โดยมีสาระสำคัญบางประการที่เกี่ยวข้องกับอาหารปลอดภัยคือ พัฒนาเกษตรที่สะอาด รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และดิน ให้เป็นการผลิตที่ยั่งยืน สร้างความเข็มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่ม องค์กร และสถาบันเกษตรกรให้มาทำหน้าที่สนับสนุนในเชิงธุรกิจ ให้เกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอาหารปลอดภัยอย่างจริงจัง โดยจังหวัดลพบุรีมีกลุ่มเกษตรกรผู้มีความสนใจในการผลิตอาหารปลอดภัย มีกลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มเกษตรกรปลูกพืชผักปลอดสารพิษ กลุ่ม อย.น้อยในโรงเรียน จัดเก็บรวบรวมพืชอาหารแยกผลผลิตเกษตรอินทรีย์ออกจากผลผลิตอื่นๆ พร้อมทั้งเขียนป้ายแสดงว่าเป็นผลิตเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นการสะดวกต่อการเลือกซื้อสำหรับผู้บริโภค

          สมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรีได้มีมติที่สำคัญๆ เช่น

  1. ให้องค์กรผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนสื่อสารรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญต่ออาหารปลอดภัยสร้างค่านิยมในการบริโภคอาหารปลอดภัย ให้ข้อมูล/ให้องค์ความรู้ ในการจัดการอาหาร การคัดเลือกพันธุ์ กระบวนการผลิต การตลาด การเลือกวัตถุดิบ การปรุงอาหาร การถนอมอาหาร และการอ่านฉลาก เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการต่อผู้บริโภค
  2. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานตรวจสอบ ใช้มาตรการทางกฎหมาย ออกใบรับรองมาตรฐานและประชาสัมพันธ์ ร้านจำหน่ายอาหารและแปลงผลิตอาหารที่ปลอดภัยในพื้นที่ ให้รวมถึงภาชนะ อุปกรณ์ในการประกอบอาหารด้วย

 

          การขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ปี 2557 โดยการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2556 ทั้ง 3 ประเด็น ไปสู่การปฏิบัติ และพัฒนาประเด็นใหม่จำนวน 5 ประเด็น ในปี 2557 ประกอบด้วย 1) สุขภาวะของพระสงฆ์ 2) การพัฒนาระบบการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้พิการและป่วยติดบ้านติดเตียง 3) การคุ้มครองผู้บริโภค : การจัดการปัญหาโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ 4) ยาเสพติด และ 5) สิ่งแวดล้อมกับวิถีชีวิต ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาตามกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม

 

          คุณค่าและบทเรียนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี

  1. ได้เกิดการพัฒนาแกนนำการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม(Policy Facilitators) ที่มีศักยภาพในการประสานงาน/บริหารจัดการและได้รับการยอมรับจากภาคีเครือข่ายต่างๆ ในจังหวัด เกิดการเรียนรู้จากเพื่อนต่างพื้นที่ เห็นคุณค่าและความงดงามที่หลากหลายอยู่ในพื้นที่
  2. ได้เกิดการพัฒนากระบวนการระดับจังหวัดแบบพหุภาคี มีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการทบทวนจังหวะก้าวการทำงานในพื้นที่ ที่เชื่อมโยงข้ามไปยังกลไกอื่นๆ ได้ โดยมีประเด็นนโยบายสาธารณะฯ เป็นเงื่อนไขเชื่อมโยง โดยเฉพาะภาครัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานฯ ระดับจังหวัด ร่วมกับการทำงานของเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่
  3.  ได้เติมเต็ม เสริมพลังใจ เติมฝัน เติมใจให้กับทีมงาน มีมุมมองที่กว้างและหลากหลาย ค้นพบคนทำงานขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพฯ ที่แท้จริง
  4. ได้วิเคราะห์ภาคีเครือข่ายและการวิเคราะห์ภาคียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัด รวมทั้งข้อมูลสุขภาวะด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบ
  5. ได้โอกาสในการเรียนรู้ และสร้างพลังจากทุนทางสังคม ในพื้นที่ และสามารถพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม บนฐานความต้องการ/บริบท ของพื้นที่อย่างแท้จริง

 

          การอภิบาลระบบและกลไกกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม(Governance by network)ผ่านสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี จากการวิเคราะห์บทบาทการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัด และการพัฒนากลไกกระบวนการที่มีการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2544-2557 พบว่า มีการเชื่อมโยงพลังเครือข่ายทางสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการพัฒนาประเด็นนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ จากพื้นที่ โดยผู้คนในพื้นที่ และมีการปรับปรุงพัฒนามาโดยตลอด ตั้งแต่พัฒนากระบวนการในพื้นที่โดยเครือข่ายประชาสังคมจังหวัด ที่มีความหลากหลายรูปแบบและกระบวนการร่วม จนมาเป็นรูปแบบของกลไกคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี (คจสจ.ลบ) และเกิดกลไกการพัฒนาตามประเด็นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ในปัจจุบัน พร้อมๆ กับการ “การบริหารจัดการและการสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายร่วมการพัฒนา หรือที่เรียกกันว่า การอภิบาลระบบโดยเครือข่าย” ซึ่งในการวิเคราะห์นี้ จะผสมผสานการระบบการอภิบาลสุขภาพ ทั้งแบบเครือข่าย และแบบที่หน่วยงานรัฐ กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงาน ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการเสริมหนุนการพัฒนาได้และสามารถไวรับต่อการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี โดยเน้นการวิเคราะห์เฉพาะจุดสำคัญของการอภิบาลระบบกลไกฯ ผ่านการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ดังต่อไปนี้

  1. มีการสร้างองค์ประกอบและพลังกลไกอภิบาลระบบสุขภาพจังหวัด ซึ่งประกอบด้วย ภาควิชาการ(มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น นักวิชาการชุมชนท้องถิ่น ผู้รู้ ภูมิปัญญาสังคมทุกระดับ ฯลฯ) ภาครัฐ การเมือง(ระดับชาติ (สส. สว.) และท้องถิ่น) ประชาสังคม(ชมรม อสม. ชมรมสร้างสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุ เครือข่ายเด็กและเยาวชน กลุ่มสตรี เครือข่ายครอบครัว สหภาพแรงงาน องค์กรสาธารณะประโยชน์ด้านต่างๆ ธุรกิจเพื่อสังคม นักสื่อสารสาธารณะ ฯลฯ )หลากหลายระดับ ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งที่เป็นรัฐและไม่ใช่รัฐรวมอยู่ด้วย มีการใช้พลังอำนาจ ร่วมกันของกลไกและหน่วยงานต่างๆ ในการกำกับทิศทาง การตัดสินใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของจังหวัด โดยเฉพาะประเด็นสุขภาวะของประชาชนที่เสนอขึ้นมา ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กลไกอภิบาลระบบสุขภาพผ่านสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ไม่ได้จำกัดที่กลไกภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปฏิสัมพันธ์ของกลไกที่เชื่อมโยงได้ทั้งหมดในจังหวัดลพบุรี ซึ่งแต่ละกลไกมีพลังอำนาจในมิติที่แตกต่างกันและเสริมหนุนกันเองด้วย
  2. มีการแทรกซึมและเกี่ยวพัน เชื่อมโยงกันหลายมิติ ในการอภิบาลระบบและกลไกกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ผ่านสมัชชาสุขภาพจังหวัด ในสังคมของจังหวัดมากขึ้น (ซึ่งอาจจะมีมานานก่อนกระแสความสนใจเรื่องนี้) และมีการเคลื่อนไหวในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นจากการอภิบาลระบบ อาทิ การทำงานข้ามเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลไกกระบวนการ และประเด็นนโยบายสาธารณะนำ การสื่อสารทางสังคมในรูปแบบต่างๆ ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ ซึ่งได้นำมาซึ่งการรับรู้ ติดตามเฝ้าระวัง และการมีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ ด้วย
  3. มีการผลักดันให้เกิดพื้นที่สาธารณะในการเรียนรู้และทำงานแบบเครือข่ายพลเมืองในจังหวัดร่วมกัน ซึ่งมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดในประเด็นต่างๆ ที่มีฉันทามติร่วมกัน ได้สะท้อนถึงความสามารถของเครือข่ายที่หล่อหลอมสติปัญญาและวิจารณญาณในการเป็นพลเมือง ที่เป็นศักยภาพสำคัญในจังหวัดได้ ตั้งแต่การเรียนรู้เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาร่วมกันของเครือข่ายในทุกกลุ่มปัญหา อาชีพและชนชั้น นักวิชาการ คนรุ่นใหม่ ผู้ใช้แรงงาน เครือข่ายชาวไร่ ชาวนา และประชาสังคมในจังหวัด ไปถึงการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
  4. มีการปรับตัวขององค์กรภาคีร่วม เข้าสู่การกำหนดรูปแบบการทำงานพัฒนาร่วมกันแบบเครือข่าย ทำให้เกิดการขับเคลื่อนกระบวนการอภิบาลระบบและกลไกนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพฯ โดยเครือข่าย ผ่านการเรียนรู้ภายในเครือข่ายจังหวัด และยังมีการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายองค์กรนอกจังหวัดและในระดับที่กว้างมากกว่านั้นอีกด้วย โดยเฉพาะองค์กรสนับสนุนต่างๆ อาทิ สช.,สปสช.,สสส.,สธ.ฯลฯ ได้ส่งผลต่อการสร้างพลังการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ที่สำคัญ คือ การเรียนรู้ร่วมของหน่วยงานรัฐ ซึ่งถือเป็นบริบทขนาดใหญ่ ที่แวดล้อมด้วยระบบอภิบาลโดยรัฐ ย่อยต่างๆ ในพื้นที่ และด้วยข้อจำกัดของแต่ละภาคส่วน ที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเต็มที่  อีกทั้ง จากสภาพปัญหาของสังคมในพื้นที่ ที่มีความซับซ้อนและมีพลวัตมากขึ้น ความตระหนักรู้ของพลเมืองที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ทำให้ขอบเขตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขยายตัวขึ้นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้การใช้อำนาจสั่งการจากภาครัฐอย่างเดียว จึงอาจไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปถึงแม้จะเป็นในระดับจังหวัดก็ตาม ดังนั้น การทำงานพัฒนาที่ผ่านเรียนรู้ของเครือข่ายร่วมกันจึงเป็นการอภิบาลระบบและกลไกกระบวนการไปด้วย
  5. มีการเติมช่องว่างของการเชื่อมประสานงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ การอภิบาลระบบและกลไกกระบวนการนโยบายสาธารณะฯ โดยเครือข่ายในจังหวัด ได้ช่วยเติมช่องว่างทั้งภายในองค์กรเครือข่ายภาครัฐและระหว่างองค์กรภาครัฐกับองค์กรภาคีอื่นๆ ซึ่งช่องว่างในกระบวนการกำหนดนโยบาย และ การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของแต่ละฝ่าย รวมทั้งองค์ความรู้ สภาพปัญหา ทิศทางนโยบาย ที่จำเป็น การปรึกษาหารือและไตร่ตรองร่วมกันในวงกว้างนี้ ที่ส่งผลทำให้นโยบายมีความโน้มเอียงในทิศทางเดียวกันได้ง่าย โดยเฉพาะการหาฉันทามติต่างๆ และมีพลังขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้นด้วยเพราะการมีส่วนร่วมมีมากขึ้นนั่นเอง
  6. มีการพัฒนารูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ คละกันและสนับสนุนงานที่แฝงอยู่ในองคาพยพต่างๆ ของระบบย่อยในจังหวัด การพัฒนารูปแบบการอภิบาลระบบและกลไกกระบวนการแบบเครือข่าย ในจังหวัดนี้ มีตั้งแต่การพัฒนารูปแบบกระบวนการทั้งสองแบบนี้ดำเนินไปอย่างพร้อมๆ กัน อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคส่วนที่มีเงื่อนไขอยู่ที่เป้าหมายการพัฒนาสุขภาพของประชาชนในจังหวัดร่วมกัน
  7. การยกระดับสมรรถนะการเรียนรู้แบบเครือข่ายเพื่อการพัฒนางานร่วมกัน โดยใช้ศักยภาพของบทบาท หน้าที่ รวมไปถึงอำนาจตามกฎหมายของแต่ละภาคส่วนที่มี มาสนับสนุนการขับเคลื่อนและการผลักดันการพัฒนา ได้นำไปสู่การส่งเสริมการให้ความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะฯ ใหม่ๆ และการเชื่อมข้ามกลไกองค์กรผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ในฐานะเครื่องมือ ภายใต้ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่ถูกออกแบบเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ในสังคมไทย

“การนำเสนอนี้ เป็นการตั้งต้นเพื่อการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แนวคิดการอภิบาลระบบและกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ โดยเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดที่พวกเราช่วยกันพัฒนาอยู่ในขณะนี้ อย่างน้อยจะช่วยในการวิเคราะห์สถานการณ์การพัฒนาของตนเองในแต่ละพื้นที่ ว่าเรามีการพัฒนาโดยกลไกเครือข่ายที่มีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ มาร่วมมากน้อยเพียงใด และเป็นไปตามแนวคิดเหล่านี้หรือไม่ไปด้วย หากในระยะต่อไปอาจมีมุมมองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งต่อไป”

                                                                                          สุทธิพงษ์ วสุโสภาพล

                                                 ผู้ช่วยเลขาธิการ คสช./ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่(สปพ.)

 

หมายเหตุขอขอบคุณ

1)ดร.วิทยา จันทร์แดงและเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรี ที่ส่งเอกสารสรุปผลการดำเนินงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดลพบุรีมาให้เรียนรู้และวิเคราะห์

2) ศ.ดร.สุริชัย หวั่นแก้ว ที่ได้ร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาฯ เมื่อ 25 เมษายน 2557 และ 9 พฤษภาคม 2557

3) นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ที่ได้เปิดมุมมองความคิดผ่านการบรรยายในเวทีสาธารณะและแลกเปลี่ยนการพัฒนาผ่านการทำงานในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2555-2557

และ 4) ทีมงานผู้ประสานงานพื้นที่ ของ สำนักสนับสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่ ที่ช่วยกันประสานงานและรวบรวมข้อมูล

 

Check Also

ทักทายรายเดือนมีนาคม-เมษายน 2559

ทักทายรายเดือน พบกับ คุณสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่ สช. ได้ทุกเดือนครับ ทาง www.areahpp.net ได้ปรับวิธีการนำเสนอทักทายรายเดือนในรูปแบบคลิปวีดีโอ เป็นคลิปที่ถ่ายทำง่ายๆด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถสื่อสารได้ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว เราจะได้พบปะกันบ่อยครั้งมากขึ้น

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook