BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ก่อนจะผ่านเลยไป : ตอนที่ ๓ คนเมืองเลยและคนที่มาอยู่เมืองเลย รู้เรื่องเหล่านี้มั๊ยล่ะ

หลังจากได้ต้นฉบับจากหนังสือพิมพ์มติเลย ผมคิดว่าจะลงเว็บไปเรื่อยๆ 2 อาทิตย์ 1 ตอน แต่ด้วยความยุ่งยากของสถานการณ์บ้านเมือง…เอาเป็นว่าด้วยตัวผมเอง เลยได้ลงเฉลี่ยเดือนละ 1 ตอน ในตอนที่ 3 “คนของแผ่นดิน” ผู้เขียน ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลจังหวัดเลยที่บางเรื่องคนเมืองเลยเองยังไม่รู้ สะท้อนถึงเป้าหมายของผู้เขียนที่จะชี้ให้เห็นว่าการจะทำงานพัฒนานโยบายสาธารณะในพื้นที่ของเรา เรารู้จักพื้นที่ที่เราอยู่ดีพอหรือยัง ติดตามอ่านได้ครับ

ภาพประกอบจาก http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/07/E8036138/E8036138.html

ก่อนจะผ่านเลยไป : ตอนที่ ๓  คนเมืองเลยและคนที่มาอยู่เมืองเลย รู้เรื่องเหล่านี้มั๊ยล่ะ

หลายท่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังสือพิมพ์มติเลย บอกว่าตอนที่ ๒ กำลังนึกภาพไปพร้อม ๆ กับการอ่าน เสียดายอารมณ์ที่กำลังเข้าขั้น ปรากฏว่าหมดคอลัมน์ซะนี่ อยากให้เขียนมากกว่านี้อีกซักหน่อย ก็ต้องขอบอกก่อนนะครับว่า เนื้อหาพอจะเพิ่มเติมให้เข้มข้นได้ แต่เนื้อที่ผมจนปัญญาจริงครับ เพราะหลายคอลัมน์ก็ต้องการเนื้อที่เพิ่มเติมเหมือนกัน แต่ขอรับข้อเสนอละกันว่า “ถ้ามีพื้นที่ว่าง ผู้เขียน จะรีบของบรรณาธิการทันที” ขอบคุณที่ติชมกันมานะครับ……………………

 ตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นว่า “การนั่งเทียน เขียนแผน” เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานโครงการ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานส่วนตัว งานส่วนรวมหรือแม้กระทั่ง งานของทางราชการ ย่อมส่งผลต่อการขับเคลื่อนงานอย่างไรบ้าง หากหวังว่าผลลัพธ์ของงานนั้นมีผลต่ออนาคตของสังคมเมืองเลยด้วยกัน ยิ่งต้องให้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“การทบทวน การหันกลับไปพิจารณาสิ่งที่ทำ สิ่งที่เคยทำมาแล้วว่าเป็นอย่างไร?” ไม่เช่นนั้น “คนเมืองเลยก็จะอยู่ในอุโมงค์มืด ๆ ชะเง้อมองแต่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เท่านั้น ไม่มีโอกาสสัมผัสกับแสงสว่างที่แท้จริงที่อยู่นอกอุโมงค์ได้เลย”   เนื่องจากในตอนที่ผ่านมา ได้พาท่านผู้อ่านได้เรียนรู้จังหวัดเลยในมิติที่เป็นภูมินิเวศน์ และเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ดังนั้นในตอนนี้ก็จะขอต่อยอดด้านนี้อีกซักเล็กน้อย ก่อนนำเข้าสู่นัยของคำว่า “คนเมืองเลยและคนที่มาอยู่เมืองเลย รู้เรื่องเหล่านี้มั๊ยล่ะ

นอกจากเราจะรู้ว่าเมืองเลยของเราอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย ของเอเชียและของโลกแล้ว เมืองเลยของเรายังอยู่ในภูมินิเวศน์อีสานตอนบน ที่เรียกว่า “แอ่งสกลนคร” มีอยู่ด้วยกัน 8 จังหวัด ประกอบด้วย เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร ( ภาคอีสาน แบ่งออกเป็น ๒ แอ่งคือ อีสานตอนบนเรียกว่าแอ่งสกลนคร ส่วนอีสานตอนล่างเรียกว่าแอ่งโคราช โดยทั้ง ๒ แอ่งนี้ถูกแบ่งโดยเทอกเขาภูพาน ) เนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัดเลย ๗,๑๔๐,๓๘๒ ไร่ (เจ็ดล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นสามร้อยเจ็ดสิบสองไร่) จำนวนประชากรรวม 618,423 คน เป็นชาย 312,942 คน เป็นหญิง 305,481 คน แบ่งการปกครองออกเป็น 14 อำเภอ 89 ตำบล 916 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง 24 เทศบาลตำบล 75 อบต.  1   อบจ.                 (สำนักงานจังหวัดเลย , ๒๕๕๔)

ในขณะเนื้อที่ทั้งหมดนั้น ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ป่า จำนวน 4,005,825 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 56.10 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด โดยแบ่งเป็น ป่าไม้ถาวร 68,499 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ 2,767,273 ไร่ (จำนวน 21 แห่ง) อุทยานแห่งชาติ  464,177ไร่ จำนวน 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 705,879 ไร่

 เดิม เคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม เช่น ละว้า มอญ ขอม ส่วนที่ร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมืองเป็นกลุ่มแรกนั้นเชื่อกันว่า เป็นชาติพันธุ์ไทยที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ ก่อตั้งอาณาจักรโยนกซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ไทเลย ไทดำ ไทพวน บางตำราบอกว่า เป็นชนเผ่าลื้อจากลานช้างและหลวงพระบาง เช่นเดียวกับคนพื้นเมืองของอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และบางส่วนของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีรวมทั้งมีหลักฐานทางโบราณคดี เช่น เครื่องมือหิน ขวานหินขัด กำไลหินขัดแถบ อ.เชียงคาน ซึ่งเชื่อกันว่ากลุ่มชนแถบนี้ดำรงชีวิตแบบสังคมเกษตรกรรม มีการกำหนดว่าอยู่ในยุคสัมฤทธิ์ ซึ่งพบหลักฐานว่ามีการขุดแร่เหล็กและทองแดง ในบริเวณ อ.ปากชม และ อ. เมืองเลยรวมทั้งพบหลักฐานใบเสมาในพื้นที่ อ.วังสะพุง อายุประมาณ 1,000-2,000 ปี ซึ่งเป็นยุคทวารวดี และแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ อ.ภูหลวง สอดคล้องกับที่ “มูโอร์” (Mouht) นักสำรวจชาวฝรั่งเศส ได้บรรยายถึงสภาพเมืองเลย ไว้ว่า ที่เมืองเลยนี้ มีการผลิตอุปกรณ์การไถนา และมีด เพื่อขายไปทั่วตามจังหวัดข้างเคียง จนถึงจังหวัดที่อยู่เลยโคราชขึ้นไป แต่ว่าไม่มีโรงงาน ไม่มีเครื่องจักรไอน้ำ แล้วก็เป็นที่น่าสนใจ เมื่อเห็นว่า การตั้งเตาที่จะตีเหล็กนั้น มีราคาต่ำที่สุด

 ด้านเศรษฐกิจของเมืองเลย

ในปี 2554 คนเมืองเลย มีรายได้ต่อหัวเท่ากับ 65,674 บาท / ปี จัดอยู่ในลำดับที่ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นลำดับที่ 1 ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยรายได้ทั้งหมดมีที่มาจากหลายทาง

พืชเศรษฐกิจ พื้นที่ปลูก   (ไร่) พื้นที่ที่เก็บเกี่ยว ได้แล้ว(ไร่) ผลผลิตต่อไร่   (กก.) ราคาเฉลี่ย   (บาท/กก.) จำนวนผลผลิตรวม(ตัน) มูลค่า           (ล้านบาท)
ข้าว 516,407 516,407 451.6 11.32 234,408 2,041.52
ข้าวโพด 936,006 936,006 640.50 7.41 599,516.3 4,440.09
อ้อย 143,596 103,607 10,505 .98 1,088,412 1,066.64
มันสำปะหลัง 207,899 207,899 3,479 1.80 732,280 1,303.32
ยางพารา 496,266 64,114 282.3 70.34 18,096.8 1,272.70
รวม 2,300,174         10,123.90

รวมทั้งพืชเศรษฐกิจที่จะมีบทบาทสำคัญต่อจังหวัดเลยในอนาคตคือ ยางพารา ซึ่งคาดว่าในปี 53-56 จะมีพื้นที่เปิดกรีดอยู่ระหว่าง 172,000-218,000 ไร่ (สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย,2553)

 

ด้านการศึกษา

ในพื้นที่จังหวัดเลย มีสถาบันการศึกษาจำนวน 675 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษา 6 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเลย วัดบ้านปากหมาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์จังหวัดเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์จังหวัดเลย มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์จังหวัดเลย จำนวนนักเรียนและนักศึกษา 117,230 คน จำนวนครูและอาจารย์ 5,861 คน เฉลี่ยระหว่างนักเรียน : ครู = 20.01 : 1 (สอดคล้องกับงานวิจัยของมูลนิธินโยบายสุขภาวะแห่งชาติ ที่ระบุว่า “คนเมืองเลยลงทุนเพื่อการศึกษาสำหรับลูกหลาน สูงเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ แต่ผลรับที่ได้ อยู่ลำดับที่ 66 ของประเทศ

ด้านการสาธารณสุข

จังหวัดเลยมีโรงพยาบาลรัฐ จำนวน 15 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน จำนวน 1 แห่ง และสถานีอนามัย 157 แห่ง จำนวนบุคลากรด้านสาธารณสุข มีแพทย์ 87 คน คิดเป็นสัดส่วน 1 : 7,006 ทันตแพทย์ 28 คน   คิดเป็นสัดส่วน 1 : 21,768 เภสัชกร   48 คน   คิดเป็นสัดส่วน 1 : 12,698 และพยาบาล   871 คน   คิดเป็นสัดส่วน 1: 699 (เปรียบเทียบจำนวนประชากร ปี 2551)

 

ด้านการท่องเที่ยว

ปี 2552 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเลย จำนวน 705,510 คน สร้างรายได้ให้จังหวัดเลยเป็นมูลค่า 1,254.20 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงกำหนดให้จังหวัดเลย เป็น 1 ใน 9 เมืองที่มีศักยภาพแห่งการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยงเชิงนิเวศน์ เช่น ภูกระดึง ภูเรือ ภูหลวง สวนหินผางาม คุนหมิงเมืองไทย แก่งคุดคู้ และแหล่งท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน พระธาตุศรีสองรัก พระธาตุสัจจะ ประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน ชุมชนบ้านไม้เก่าเชียงคาน

ติดตามตอนต่อไป…

Check Also

ท้องไม่พร้อม ปัญหาวัยรุ่นใครดูแล

ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งท้องไม่พร้อม ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ จะช่วยเด็กอย่างไร? “ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมแต่ตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เกิดจากหลายเหตุผล บางคนกลัวบาป บางคนไม่มีความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ กว่าจะรู้อายุครรภ์ก็เกินกำหนด บางคนรู้ตอนอายุครรภ์ยังน้อย พอตอนใกล้จะคลอด ปรากฏว่าผู้ชายขอแยกตัว เลยต้องยอมเก็บเด็กไว้ จำนวนไม่น้อยตัดสินใจเอาออกทั้งที่อาจเกิดอันตราย บางคนต้องตัดมดลูกทิ้ง และบางคนต้องเสียชีวิต เมื่อผู้หญิงเข้ามาหา “ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook