BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

อ่านความรู้ “ผศ.ดร.กุลวดี โรจน์ไพศาลกิจ” บอกเล่าประสบการณ์การถอดบทเรียน สานพลัง สร้างคุณค่า: บทเรียนการสานพลังในพื้นที่ โครงการ 500 ตำบล

“จากประสบการณ์และบทเรียนการพัฒนา ถ้าจะให้บรรลุเป้าหมายการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและความสามารถในการจัดการกระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพได้ด้วยตนเองได้นั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการเชื่อมโยงจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละตำบลและหน่วยงานองค์กรภาคีทุกภาคส่วน ให้เกิดการเสริมพลังกัน  โดยการเสริมสร้าง  “กระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม”  โดยมีชุมชน(ตำบล) เป็นศูนย์กลางและมุ่งหมายในการเสริมสร้างขีดความสามารถ และทางเลือกที่หลากหลายให้ชุมชนตัดสินใจ กำหนดทิศทางการพัฒนาและการบริหารจัดการชุมชน  ท้องถิ่นของตนเอง  ร่วมกับหน่วยงานและองค์ภาคีต่างๆ และเชื่อมโยงมิติการพัฒนาทั้งทางด้านการเมือง  สังคม เศรษฐกิจ  วัฒนธรรม  การศึกษา สุขภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องของชุมชน(ตำบล)ให้เกิดการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น”

          ข้อความด้านบนคัดจากความตอนหนึ่งของโครงการความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับตำบล พื้นที่ภาคกลาง (จันทบุรี ฉะเชิงเทรา) เพื่อบอกหมุดหมาย ปณิธานของการดำเนินโครงการอันเป็นการเชื่อมร้อยการทำงานร่วมของภาคีเครือข่าย เพื่อถอดบทเรียนการจัดทำนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับตำบล โดยเป็นการถอดบทเรียนที่สกัดทั้งความรู้ กระบวนการดำเนินงาน ทุนชุมชนและใช้กระบวนการถอดบทเรียนเป็นเครื่องมือในการสานพลัง สร้างคุณค่าให้กับชุมชนไปพร้อมกัน โครงการนี้มีองค์กรผู้ลงแรงหลักในโครงการคือ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา และวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี

         ทีมงาน areahpp.net ได้มีโอกาสรับฟังการบรรยาย บอกเล่าประสบการณ์การเดินทางลงพื้นที่ถอดบทเรียนของโครงการ จาก ผศ.ดร.กุลวดี โรจน์ไพศาลกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ หนึ่งในหัวหอกคณะทำงาน จึงนำมาถ่ายทอด ร้อยเรียง แบ่งปัน

กลวิธีการทำงาน: จัดเวทีย่อย เวทีใหญ่ คัดประเด็นน่าสนใจ

การทำโครงการเราออกแบบให้มีการสร้างวงย่อยโดยเข้าไปหาแกนนำในพื้นที่เพื่อประสานชวนแกนนำในแต่ละหมู่บ้านเข้ามาคุย โดยให้แกนนำแต่ละคนในหมู่บ้านไปชวนชาวบ้านในหมู่บ้านตัวเองคุยในวงย่อย ก่อนมาคุยในวงใหญ่ระดับตำบลอีกทอดหนึ่ง ซึ่งการเริ่มต้นประเด็นต้องถามก่อนว่าในตำบลมีอะไรที่น่าสนใจ หรือที่ทำอยู่ บางตำบลอาจมีเรื่องสมัชชา มีเรื่องแผนแม่บทชุมชน แต่บางตำบลอาจไม่มีอะไรที่กล่าวถึงนี้เลย “บางตำบลไม่มีคำพูดที่เราใช้กัน เช่น คำว่าธรรมนูญ แต่น่าสนใจว่าเป็นพื้นที่ที่คนอยู่ดีมีสุข อย่างเช่นที่ฉะเชิงเทรามีข้อตกลงร่วมในการมีสุขภาพที่ดี ไม่เอารัดเอาเปรียบ ทำให้ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ที่นั่นเขาเรียกกันข้อตกลงนี้ว่า “ประชาคมตำบล” แต่ความจริงก็เหมือนกับการทำธรรมนูญตำบลนั่นแหละ มีการกำหนดมติร่วมกัน เกิดการยอมรับร่วมกัน รู้สึกมีส่วนร่วมที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน การจัดการแบบนี้ไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นการตรวจสอบ ขับเคลื่อนกันเองในชุมชน”

เผย 5 แนวทางการถอดบทเรียนในตำบล

หนึ่งคือ เรื่องที่ถอดต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วในตำบล ไม่ใช่เรื่องที่เราเข้าไปให้คำแนะนนำ แล้วเราเข้าไปช่วยเติมเต็มด้วยการกระตุ้นให้เขาคิด ว่าเขาจะคิดต่อเรื่องนี้อย่างไร สองคุณค่าต่อการนำไปใช้หรือการเรียนรู้ของคนในตำบล เป้าหมายเบื้องต้นคือต้องมีประโยชน์ คนในพื้นที่ต้องได้รับประโยชน์ ข้อสามผู้ร่วมถอดบทเรียนมีประสบการณ์ร่วม ต้องหาคนในชุมชนที่สามารถเล่าเรื่องของเขาได้ เพราะเป็นเรื่องที่ติดอยู่กับตัวเขา ในชุมชนจะมี ถ้าไม่มีแสดงว่าเรายังหาไม่เจอ ข้อที่สี่ ใช้วิธีการหลากหลายในการรวบรวมข้อมูล เรื่องนี้จะมาเติมเต็มในการถอดบทเรียน สามารถตั้งคำถามเพื่อชวนคิดได้ เช่น อาจจะไปลองนั่งรถเล่นในชุมชนแล้วสังเกตสภาพแวดล้อมในชุมชน ประการสุดท้ายมีกระบวนการตรวจสอบข้อมูล ส่วนใหญ่ให้ดูว่าอะไรเป็นเวทีธรรมชาติของตำบลนั้นๆ แล้วใช้เวทีนั้นทำงาน โดยมีคีย์แมนของตำบล เพื่อให้เขาเล่ากระบวนการของเขา แล้วมีการช่วยกันเติมเต็มข้อมูล

ชี้โพรงให้ชาวบ้าน: ปฏิบัติการเชื่อมโยงความรู้ ค้นหาทุนชุมชน

ในโครงการ 500 ตำบล คิดว่าทำอย่างไรให้ชาวบ้านเรียนรู้เรื่องการดำเนินการร่วมกัน เรากระตุ้นให้เขาเรียนรู้ แล้วให้อิสระในการคิด ตำบลจะไปทำอะไรก็ได้ที่จะให้ชุมชนทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตำบล ต้องมองอย่างละเอียด และมองว่าอะไรหนุนเสริมซึ่งกันและกัน เราจัดการความสัมพันธ์ในตำบลได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะไปสะท้อนเรื่องในตำบล

การเก็บข้อมูลตั้งคำถามว่าอะไรที่ทำให้ตำบลอยู่ดีมีสุข ชาวบ้านก็พยายามจะช่วยกันเล่า ยกตัวอย่างพื้นที่หนึ่ง มีชมรมสูงอายุ 2 แห่ง มีกลุ่มอาชีพ มีปราชญ์ชุมชน มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณะสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กองทุนสวัสดิการชุมชน อพปร. ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ผอ.โรงเรียน แต่ละคนก็เล่าในบทบาทของตัวเอง ยิ่งระดมข้อมูล ยิ่งเห็นความเชื่อมโยงในกิจกรรม ในงานชุมชนที่มีร่วมกัน แล้วถามว่ามันมีจุดร่วมที่ตรงไหน สุดท้ายมีจุดเชื่อมอยู่ที่กองทุนสุขภาพตำบล อบต. เพราะฉะนั้นที่ชาวบ้านพูดกันก็ชวนคุยว่าเรียกได้ว่าเป็นแผนสุขภาวะตำบล เขาไม่รู้ว่าเขามีแผนอยู่ เราก็ไปชี้ให้เห็นว่านี่แหละคือแผน มันเป็นแผนที่ดำเนินไปตามธรรมชาติ

สิ่งที่เราทำก็คือตั้งคำถามให้ชวนคิด ให้เห็นประโยชน์ของการทำงาน และเห็นภาพในการดำเนินงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้การทำงานของเขาในพื้นที่มีความเป็นพลวัตร ต่อเนื่องยั่งยืน เราเข้าไปกระตุ้นให้เขาเห็นโดยไม่ไปชี้นำ หรือไปเพิ่มกระบวนการอะไรของเขาให้วุ่นวาย “เรามีหน้าที่หลักอยู่หน้าที่เดียว คือไปชวนให้คิด จัดกระบวนให้เห็นชัดเจน แต่สิ่งที่เห็นคือความสวยงามที่มีอยู่ในตำบลนั้นอยู่แล้ว”

     โครงการนี้จัดทำอยู่ในกรอบพื้นที่ 40 ตำบล จากจังหวัดจันทบุรี 20 ตำบล และจังหวัดฉะเชิงเทราอีก 20 ตำบล การถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างในการสะท้อนบทเรียนการทำงานในบางส่วน เพราะในความจริงแล้วการลงพื้นที่แต่ละตำบล ยังมีรายละเอียดของความรู้อีกมาก ซึ่งแต่ละพื้นที่ล้วนมีคุณค่า ความดีงาม ทุนชุมชนที่ต่างกัน แม้ในพื้นที่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย ก็ยังมีคุณค่าบางอย่างอยู่ เราในฐานะนักวิจัย ผู้ถอดบทเรียนต้องสกัดคุณค่าเหล่านั้นออกมาให้ชุมชนได้เห็น และนำไปใช้ให้งอกงาม ดังเช่นที่ อ.กุลวดี บอกเล่าทิ้งท้ายว่า “สำหรับคนถอดบทเรียนแล้ว ความช่างสังเกต ตั้งคำถาม คิดเชื่อมโยงเป็นสิ่งสำคัญ การลงพื้นที่อาจไม่ใช่เพียงการพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน แต่รวมไปถึงการย่ำเท้าเดินเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อสังเกตผู้คน ทรัพยากร วิถีชีวิต ฯลฯ ก่อนสกัดออกมาเป็นความรู้ นั่นแหละหน้าที่สำคัญของเรา”

 

Check Also

เครือข่ายกลุ่มเฝ้าระวังผิวน้ำดิน 3 อำเภอ ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ดึงทุกภาคส่วนฟื้นฟูแหล่งน้ำผิวดิน ทั้ง”ภาคครัวเรือนเกษตรและอุตสาหกรรม”

การประชุมเชิงปฏิบัติการ “นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม บนพื้นฐานทางปัญญา” คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพ จังหวัดระยอง” วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 ผู้เข้าร่วม จากภาคส่วนต่างๆ ชุมชน ประชาสังคม ท้องถิ่น ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook