BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ทักทายรายเดือน พ.ค.

ในเดือนนี้ อยากชวนกันย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน พวกเราคงคุ้นชินกับคำว่า “เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสุขภาวะ..ที่ไม่ใช่เรื่องโรคภัยไข้เจ็บอย่างเดียว แต่ต้องประกอบกันเป็นสุขภาวะที่ดี เป็นองค์รวม  สุขภาวะต้องครอบคลุมทั้ง 4  มิติ คือ ด้านกาย  จิต ปัญญาและสังคม  ที่เอื้อต่อกันทุกด้าน”   จากนั้นเราก็มาช่วยกันขับเคลื่อนร่วมกันในพื้นที่ต่างๆ  ภายใต้แนวทางสำคัญ คือ “การสานพลัง ลดทุกข์ สร้างสุข”

โดยมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เป็นเครื่องมือ ในทิศทางหนึ่งได้บัญญัติให้มี หรือส่งเสริม สนับสนุนให้มีกระบวนการในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพเพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ซึ่งหมายรวมถึงกระบวนการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ประกอบด้วย (1) ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ (2) สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (3) การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (4) สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ และใช้เครื่องมืออื่นๆ หรือผ่านกลไกต่างๆ ในระดับต่างๆ  การสนับสนุนการดำเนินงานและขับเคลื่อนการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ

ในการขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่  เราจะเชื่อมโยงกับธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เป็นเครื่องมือและเป็นจุดอ้างอิงทางสังคม (Social reference) ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ ซึ่งอาจจะมีการใช้เครื่องมืออื่นๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมร่วมด้วยในการพัฒนาตามสาระธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ อีกทั้ง จะมีการหนุนเสริมทั้งการจัดการ  การจัดการความรู้ การสื่อสารสังคม และการพัฒนาศักยภาพไปพร้อมๆ กัน  ดังแผนภาพ ต่อไปนี้

image002

ในการเล่างานเดือนพฤษภาคม นี้ จะขอเล่างานในการสนับสนุนการดำเนินงาน และขับเคลื่อนการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่โดยใช้ เครื่องมือภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติฯ ใน 3 เครื่องมือสำคัญ ได้แก่ (1) สมัชชาสุขภาพ (2) ธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่ และ (3) การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพระดับชุมชนหรือเอชไอเอชุมชน ซึ่งได้วางเป้าหมายขับเคลื่อนทั้งประเทศ ตามความพร้อมของพื้นที่ด้วย  โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1.    สนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพในพื้นที่

1.1  ผ่านกลไกกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด (Provincial Health Assembly: PHA)

image004นับตั้งแต่ปลายปีงบประมาณ 2555 ต่อเนื่องมาถึงปีงบประมาณ 2557  สช. ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อปรึกษาหารือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคม ภาควิชาชีพ/วิชาการ และภาคราชการในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในทศวรรษที่ 2 โดยเฉพาะการร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด (Provincial Health Assembly: PHA) โดยครั้งแรกเริ่มที่จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2555 จนถึงปัจจุบันได้มีการลงพื้นที่เพื่อปรึกษาหารือแล้ว จำนวน 65 จังหวัด ให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินการสมัชชาสุขภาพจังหวัดไปแล้ว จำนวน 45 จังหวัด และอยู่ระหว่างทำข้อตกลงสนับสนุน จำนวน 6 จังหวัด

กระบวนการสมัชชาสุขภาพพื้นที่ ได้มีการพัฒนาประเด็นนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ที่หลากหลายประเด็น โดยมีกรอบแนวทางในการอ้างอิง จาก ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ในการอ้างอิงและเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาในพื้นที่ด้วย

1.2 ผ่านกลไกระดับภูมิภาค/ตำบล 4 ภูมิภาค (โครงการสนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมให้เกิดผลอย่าง เป็นรูปธรรมในระดับตำบล 4  ภูมิภาค)

image006ในปีงบประมาณ 2556 สช. ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนการดำเนินงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับตำบล ผ่านโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพโดยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในชุมชนท้องถิ่น โดยใช้เครื่องมือภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติฯ เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้เพื่อถอดบทเรียนการทำงานแบบบูรณาการและสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างองค์กร/หน่วยงานภาคียุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายการสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลการพัฒนากระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไปยังชุมชนท้องถิ่นอื่น โดยมีพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมใน 15 จังหวัด 250 ตำบล  ดังนี้

1)     ภาคเหนือ ครอบคลุม 4 จังหวัด 60 ตำบล ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และพะเยา

2)    ภาคกลาง ครอบคลุม 3 จังหวัด 60 ตำบล ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จันทบุรีและนครปฐม

3)    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุม 4 จังหวัด 70 ตำบล ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ

4)    ภาคใต้ ครอบคลุม 4 จังหวัด 60 ตำบล ได้แก่ จังหวัดตรัง สงขลา ปัตตานี และสตูล

1.3  พัฒนาโปรแกรมนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (HPP Program)

image008ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 เป็นต้นมา สช. ได้จัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายนักพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม มาแล้ว 2 รุ่น มีผู้เข้าร่วมทั้ง สิ้น 79 คน โดยใน ปี 2556 เพื่อให้การพัฒนากระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด (Provincial Health Assembly: PHA) มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สช. จึงได้สนับสนุนกลไกฝ่ายเลขานุการกิจ และคณะทำงานบริหารสมัชชาสุขภาพจังหวัด เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพ “นักสานพลัง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (นนส.) ปี 2556” จำนวน 17 จังหวัด รวม 42 คน ประกอบด้วยจังหวัดพิษณุโลก น่าน ลำปาง พะเยา อุดรธานี  ร้อยเอ็ด สกลนคร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สระบุรี ลพบุรี ระยอง สระแก้ว สตูล ตรัง  ปัตตานี และนครศรีธรรมราช

ในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2557-2559) สช. ได้ลงนามความร่วมมือร่วมกับสถาบันบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ในการพัฒนาโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโปรแกรมจากกลไกฝ่ายเลขานุการกิจและคณะทำงานบริหารสมัชชาสุขภาพจังหวัด จาก 14 จังหวัด คือ จังหวัดขอนแก่น หนองบัวลำภูสุรินทร์  ยโสธร ลำพูน เชียงใหม่ สุโขทัย เชียงราย กระบี่  ชุมพร ภูเก็ต ราชบุรี ชัยนาท กาญจนบุรี และผู้แทนจากเครือข่ายอื่นอีกจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมโปรมแกรมนักสานพลัง

2.    สนับสนุนการพัฒนาธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่

image010ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ได้ให้ผลสะท้อนถึงเจตนารมณ์และเป็นพันธะร่วมกันของสังคม ให้สังคมสามารถนำไปใช้เป็นฐานอ้างอิงในการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของระบบสุขภาพในอนาคต จากการสนับสนุนให้มีการใช้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพเป็นเครื่องมือในการสร้างภาพอนาคตด้านสุขภาพของคนในพื้นที่ร่วมกันนับตั้งแต่ปี 2552-2557 เป็นต้นมา มีภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่สามารถจัดทำธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่และมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้วจำนวน 52 พื้นที่ จำแนกเป็นรายภาคได้ดังนี้

  •  ภาคเหนือ จำนวน 13 พื้นที่ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่(1 พื้นที่) ลำพูน (1 พื้นที่)  เชียงราย(5 พื้นที่) ลำปาง(1 พื้นที่) แพร่(2 พื้นที่) เพชรบูรณ์ (1 พื้นที่) พิษณุโลก(1 พื้นที่) และน่าน (1 พื้นที่)
  • ภาคอีสาน จำนวน 21 พื้นที่  ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์(10 พื้นที่) อำนาจเจริญ(2 พื้นที่) และร้อยเอ็ด (9 พื้นที่)
  • ภาคกลาง จำนวน 11 พื้นที่ ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา(9 พื้นที่) และสระแก้ว(2 พื้นที่)
  • ภาคใต้ จำนวน 7 พื้นที่ ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา(5 พื้นที่) ปัตตานี(1 พื้นที่) และตรัง (1 พื้นที่)

ในปีงบประมาณ 2557  สช. ได้ให้การสนับสนุนกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่ร่วมกับองค์กรภาคี ดังนี้

1) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง สนับสนุนกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่ จำนวน 120 ตำบล

2) ร่วมกับ สปสช. เขต 8 อุดรธานี สนับสนุนกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่  จำนวน 109 ตำบล

3) ร่วมกับสำนักงานเขตการศึกษาขั้นพื้นฐานเขต 2 ราชบุรี สนับสนุนการพัฒนาธรรมนูญสุขภาพโรงเรียน จำนวน 60 โรงเรียน

4) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานีและสมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานีสนับสนุนการพัฒนาธรรมนูญสุขภาพตำบล จำนวน 4  ตำบล

3. สนับสนุนการพัฒนากระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในระดับชุมชนหรือเอชไอเอชุมชน (Community Heath Impact Assessment, CHIA)

การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมโดยการใช้เอชไอเอชุมชนเป็นเครื่องมือ  นั้น สช. ได้ดำเนินงานพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจาก สช. อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีภาควิชาการและหน่วยงาน/องค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเอชไอเอ ในรูปแบบของการเวทีเพื่อสร้างพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ พัฒนาแนวทางการการทำเอชไอเอ ตลอดจนลงพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อให้ความช่วยเหลือจริง นอกจากนี้ ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือร่วมกันระหว่าง สช. กับสถาบันและหน่วยงานต่างๆ ได้แก่

1)  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ในการพัฒนาหลักสูตรปริญญาโท การจัดการระบบสุขภาพและการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ

2) คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาหลักสูตรระบาดวิทยาภาคประชาชน โดยใช้แผนที่เดินดิน

3) มหาวิทยาลัยนเรศวรและกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในด้านวิชาการและการวิจัย

4) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาบุคลากร บุคลากรระดับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ

นอกจากนี้  การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากนโยบายสาธารณะ โครงการหรือกิจกรรมที่ควรประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ โดยการขอใช้สิทธิตามมาตรา 11 ของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติฯ นับแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน มีการเสนอเรื่องเพื่อขอใช้สิทธิฯ ทั้งหมด 18 เรื่อง ซึ่ง สช. ได้ประสานกับผู้ร้องขอใช้สิทธิฯ  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล และประเมินสถานการณ์ร่วมกันภายใต้การกำกับดูแลของกับคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่มี นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ เป็นประธาน โดยได้ดำเนินการสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานการทำเอชไอเอชุมชน ไปด้วย

เอชไอเอชุมชนในฐานะการเรียนรู้ร่วมกันของสังคมหรือท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจ

ที่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการทั้งส่วนที่ต่อเนื่องจากการร้องขอใช้สิทธิตามมาตรา 11  และการขยายผลไปยังชุมชนที่พบว่ามีความต้องการ ความพร้อมหรือปัญหาจากโครงการฯ ในลักษณะเดียวกัน โดยสนับสนุนการทำเอชไอเอชุมชนเป็นผลสำเร็จแล้วใน 5 พื้นที่ ได้แก่

1)    กรณีท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

2)    กรณีการสร้างท่าเรือน้ำลึกและการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อำเภอสิชล-ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

3)    กรณีการทำเหมืองแร่ทองคำ อำเภอวังสะพุง , เหมืองแร่เหล็กที่บ้านอุมง อำเภอเชียงคาน , และการขอสัมปทานทำเหมืองแร่ทองแดง ตำนาดินดำ จังหวัดเลย

4)    กรณีการขอสัมปทานทำเหมืองแร่เหล็ก บ้านแม่ถอด ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง

5)    กรณีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 เมกะวัตต์ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

image012

ทั้งนี้  ยังมีการยื่นขอให้ สช. พิจารณาสนับสนุนการทำเอชไอเอชุมชนอีกในหลายกรณี เช่น กรณีการปนเปื้อนขยะอุตสาหกรรมที่หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา  กรณีการปนเปื้อนแคดเมี่ยมจากการทำเหมืองที่ แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว การสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ ได้เน้นการยกระดับและต่อยอด การทำงานในระดับพื้นที่มากขึ้น  ตามคำแนะนำของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คสช.) และคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คบ.) โดยบูรณาการการสนับสนุนการใช้เครื่องมือตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 คือ สมัชชาสุขภาพ  ธรรมนูญสุขภาพ และการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) ร่วมกับงานขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพระดับตำบล(จำนวน 500 ตำบล) และการพัฒนาโปรแกรมนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม(HPP Program) ทั้งนี้ได้บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรภาคียุทธศาสตร์ในการสนับสนุนพื้นที่  อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในพื้นที่ สถาบันการศึกษาต่างๆ ฯลฯ

ระยะต่อไป จะมีการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร ภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งเฉพาะงานและความร่วมมือในรูปแบบอื่นๆ ควบคู่กันไปในวงกว้างให้มากขึ้นโดยลำดับด้วย  อาทิ การพัฒนาธรรมนูญสุขภาพพื้นที่และการพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ผ่าน/ร่วม กับกลไก กองทุนสุขภาพพื้นที่ กับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ สปสช. ซึ่งขณะนี้ก็ร่วมกับ สปสช.เขต 6 ระยอง และเขต 8 อุดรธานี การพัฒนาสุขภาวะระดับพื้นที่อำเภอ (District Health System:DHS) ที่เชื่อมกลไกต่างๆ ในพื้นที่ ทั้งตำบล และหมู่บ้าน พัฒนาสมัชชาสุขภาพจังหวัด (Provincial Health Assembly:PHA) พัฒนาโปรแกรมนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะฯ (HPP Program) ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข  เป็นต้น

“ไม่ว่าเราจะขับเคลื่อนงานใดๆ  เราต้องคิดประโยชน์ร่วมกัน 3 ส่วน หรือ win-win-win  คือส่วนแรกคือ ประชาชนและสังคมได้ประโยชน์  สองหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่ายในพื้นที่/ระดับต่างๆ  ก็ได้ประโยชน์ และ สามหน่วยงานองค์กรสนับสนุนต่างๆ ก็ได้ประโยชน์ร่วมกันด้วย” ฉบับหน้าติดตามการเริ่มต้นขบวนการเรียนรู้และพัฒนานักสานพลังขับเคลื่อนฯ ปี 2557 นะครับ

Check Also

ทักทายรายเดือนมีนาคม-เมษายน 2559

ทักทายรายเดือน พบกับ คุณสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่ สช. ได้ทุกเดือนครับ ทาง www.areahpp.net ได้ปรับวิธีการนำเสนอทักทายรายเดือนในรูปแบบคลิปวีดีโอ เป็นคลิปที่ถ่ายทำง่ายๆด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถสื่อสารได้ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว เราจะได้พบปะกันบ่อยครั้งมากขึ้น

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook