BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

งานวิจัยพบ ปลาดิบ วัฒนธรรม ความเชื่อ เป็นต้นเหตุมะเร็งตับ ท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ในตับ เครือข่ายสุขภาพภาคอีสานเตรียมวางข้อเสนอขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ

นโยบายสาธารณะประเด็นมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดีที่ผ่านมา ประเด็น มะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ เป็นเรื่องที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนอีสาน รวมถึงคนที่อยู่ในภาคเหนือ เนื่องจากมีวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน เครือข่ายผู้ที่ทำงานในประเด็นดังกล่าว เครือข่ายสมัชชาสุขภาพ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้ร่วมกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ประเด็น มะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 3 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ณ โรงแรมเดอะฌาร์ม บูติก รีสอร์ท อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นนี้
การดำเนินงานเริ่มต้นตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 มีการประชุมเพื่อพัฒนาประเด็น  ออกแบบการขับเคลื่อนนโยบาย  โดยสรุปว่า ประเด็นดังกล่าวต้องมีการขับเคลื่อนเป็นประเด็นจังหวัด  ต้องเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อขยายวง  และประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนในจังหวัด พ.ย. 2556  ข้อสรุปจากที่ประชุม คือ  1. ทำให้เป็นประเด็นสมัชชาสุขภาพจังหวัด  2. ทำให้เป็นประเด็นระดับภาค  3. มีกลไกในการขับเคลื่อนประเด็น  ผลจากการดำเนินงาน  หลายจังหวัดนำไปขับเคลื่อนระดับจังหวัด ม.ค. 57 มีการพัฒนากรอบการสนับสนุนด้านวิชาการ  พัฒนากรอบการนำเสนอประเด็นกลาง และในวันนี้ 28 ก.พ. 57 เป็นเติมเต็มข้อเสนอเชิงนโยบายที่พัฒนามาร่วมกัน

ผลจากการประชุมมีการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วย การป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ โดยเชิญผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) ในประเด็นนี้ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นในการพัฒนาปรับปรุงร่างเอกสารวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และร่วมระดมความคิดและหารือการพัฒนากลไกกระบวนการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับภูมิภาค/จังหวัดและอื่นๆ

จากการนำเสนอร่างเอกสารวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายประเด็นมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ  โดยคณะทำงานพัฒนาเอกสารวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายฯ ผศ.ดร.วิบูลย์  วัฒนนามกุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์ด้านสังคม วัฒนธรรมว่า มะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ  ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการกิน  วิถีทางวัฒนธรรม  ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงยาก

จากการทบทวนเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับที่ผ่านมา ได้ข้อค้นพบและข้อเสนอที่สำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ควรพิจารณารวมไปถึงกระบวนการต่างๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการกิน ตลอดจนบริบทต่างๆ ที่ห้อมล้อมการกิน ต้องพิจารณาทั้งการผลิต การเตรียม  การปรุงและแบบแผนการบริโภค เช่น การใช้ความเชื่อผิดๆ เช่น น้ำมะนาว เหล้าขาว จะทำให้อาหารสุกได้ หรือ การบริโภคปลาดิบ การแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ  ความกล้า  ในการบริโภคอาหารชนิดนั้นๆ   หรือการเสริมสมรรถภาพทางเพศ หรือแม้แต่ ข้อมูลบางชนิด เช่น การโฆษณาว่ามียารักษา ทำให้คนมีพฤติกรรมไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเอง

โดยข้อเสนอต่อแนวทางการวิจัยด้านสังคมคือ ควรมีงานวิจัยที่ศึกษาด้านพฤติกรรม สังคมอย่างเป็นระบบ  เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการรณรงค์ นอกจากนี้ได้สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คนในพื้นที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มีปัจจัยดังนี้  1) ขาดการตระหนักรู้  2) ปัญหาทางนโยบาย  3) ขาดการบูรณาการการวางแผนงาน  4) ระบบบริการสุขภาพ  5) การบริหารจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ  ยังกระจัดกระจาย  และ 6) ขาดการจำเพาะและใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ด้านรศ.ดร.สมชาย  ปิ่นละออ อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เสนอความเห็นต่อข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในประเทศไทยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า มะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี  สัมพันธ์กัน  แต่ในต่างประเทศไม่สัมพันธ์  ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ ควรจะต้องมีการค้นคว้า หรือศึกษาวงจรของพยาธิ  การแพร่ระบาด  วิจัยศึกษาเพิ่มเติมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ   เชื่อว่า แบคทีเรีย ที่ทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารอาจจะมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ

ควรมีการศึกษาเพื่อลดความเสี่ยง ทบทวนการแก้ไขปัญหาของประเทศไทยที่ผ่านมา วิเคราะห์จุดอ่อนการแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนาแนวทางลดปริมาณผู้ป่วย ศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาแนวทางการตรวจวินิจฉัยใหม่ๆ ที่มีความไวสูงหรือชาวบ้านตรวจได้เอง สังเกตอาการได้เบื้องต้น อาจศึกษาวิจัยหารอยโรค หรือมีความเสี่ยงไม่ให้เป็น  ค้นหาตัวยาที่รักษา หรือแม้แต่การศึกษาแนวทางการปรุงอาหารที่ปลอดภัย  การควบคุมพื้นที่ในการเลี้ยงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดมาสู่คน

คุณลักษณา  หลายทวีวัฒน์ จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในกระบวนการทำปลาส้มผู้ประกอบการจะใช้เกลือล้างปลาหลายๆ รอบจนขาว  ในกรณีปลาน้ำจืด  พยาธิจะอยู่มากในบริเวณน้ำนิ่งมากกว่าน้ำไหล  ชนิดของปลาจะแตกต่างกันตามลุ่มน้ำ  จากการสำรวจปลาร้าที่หมักตามธรรมชาติไม่มีสารปนเปื้อนของพยาธิใบไม้ตับ  ที่มีพยาธิปนเปื้อนคือ ปลาส้ม  จะต้องหมักเกินกว่า 3 วันจึงจะสามารถฆ่าเชื้อได้  ความเชื่อด้านการใช้มะนาวหรือเหล้าขาวล้างปลา พบว่า  เป็นการกระตุ้นให้พยาธิแตกตัวออกจากเนื้อ แต่พยาธิไม่ได้ตาย  การหมักตามธรรมชาติ ระยะเวลาเกิน 5 วันจะทำให้พยาธิตายได้หมด นอกจากนี้จากการสำรวจข้อมูลในเด็กนักเรียน พบว่า  เด็กที่มาจากครอบครัวต้องหาเช้ากินค่ำ  ฐานะค่อนข้างยากจน  ทำให้เด็กมีพฤติกรรมการกินแบบผู้ใหญ่  กินกับพ่อ-แม่  ควรจะต้องมีการศึกษาความรู้ในโรงเรียนเกี่ยวกับการบริโภคปลาที่ถูกต้อง  ปลอดภัย

นพ.อนุวัฒน์ (นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.))  ให้ข้อมูลว่า “ปลา” ถูกมองว่าเป็นจำเลยที่ทำให้เกิดมะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ ดังนั้นควรมีข้อมูลงานวิจัยจำนวนผู้ป่วยที่เกิดมาจากการบริโภคปลาดิบ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น  เชื้อแบคทีเรียต่างๆ จึงควรจะต้องนำข้อมูลส่วนนี้มาอ้างถึง นอกจากนี้นี้เพื่อให้นำไปสู่การปรับปรุงระบบบริการ  ควรมีการศึกษาเอกสารงานวิจัยย้อนหลัง 10-20 ปี เพื่อให้เห็นพัฒนาการการแก้ไขปัญหาโรค  และควรมีงานวิจัยเพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของคนในพื้นที่ นพ.อนุวัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า ในประเด็นเรื่องบริการ พบว่า การตรวจอุจจาระในโรงพยาบาลค่อนข้างมีน้อย  ควรมีการพัฒนาศักยภาพด้านการคัดกรองผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว จากภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ว่า  จากการศึกษาในประเทศไทยที่มีการดำเนินงานด้านมะเร็งตับมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ  บ่งชี้ไปที่สาเหตุจากพยาธิจากปลาดิบ ผู้ป่วยทุกคนมีการอักเสบของทางเดินน้ำดีมากว่า 20 ปี  ในส่วนปัจจัยอื่นๆ ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ชัด  ขณะนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทำการศึกษาในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มไม่เสี่ยง  โดยสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์  การบริโภคด้านอื่นๆ ยาฆ่าแมลง  สิ่งแวดล้อม ฯลฯ  คาดว่าในอีก 3-5 ปี จะมีงานวิจัยที่สามารถเชื่อมโยงสาเหตุอื่นๆ ได้  ประเด็นการรักษาพยาบาล  ความเชื่อของคนไข้หรือหมอว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้  ทำให้ไม่เข้าสู่ระบบการรักษา  และกระทรวงไม่เชื่อมั่นจึงทำให้นโยบายต่างๆ และไม่พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ตั้งรับกับปัญหา จึงทำให้ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

    จากการแลกเปลี่ยนในเวที มีการให้ความเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยการแก้ไขปัญหามะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดยมีข้อเสนอดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ขอเสนอให้ สภาองค์กรชุมชนร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการหมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ร่วมกันสร้างกลไกส่งเสริมให้ ประชาชนในชุมชนทุกคนร่วมกันสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกในการรับผิดชอบ รู้จักสิทธิ หน้าที่ ในการเข้าถึงบริการด้านการคัดกรอง เฝ้าระวัง การวินิจฉัยและการรักษา โรคมะเร็งท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ตับ

ข้อ 2 ขอเสนอให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขตบริการสุขภาพในพื้นที่ ฯลฯ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น และดำเนินการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความตระหนักทั้งในระบบและนอกระบบ

ข้อ 3 ขอเสนอให้ เครือข่ายสื่อสารท้องถิ่นและชุมชน ประชาสัมพันธ์เขต ประชาสัมพันธ์จังหวัด เครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อท้องถิ่น สื่อชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการพัฒนาการสื่อสารและสร้างกลไกเพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักเพื่อการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และพฤติกรรม

ข้อ 4 ขอเสนอให้ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ในพื้นที่ กำหนดให้โรคมะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่ต้องรายงานและสอบสวนทางระบาดวิทยา และดำเนินการควบคุมโรค โดยชุมชนมีส่วนร่วม

ข้อ 5 ขอเสนอให้สถาบันการศึกษา กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบโดยการศึกษาและวิจัยควบคู่กันไป แล้วให้รายงานต่อสาธารณะเป็นประจำทุกปี

ข้อ 6 ขอเสนอให้สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลมะเร็ง รวมถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลเอกชน โดยใช้ฐานข้อมูลหรือระบบข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ โดย สปสช.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ให้บริการคัดกรอง เฝ้าระวัง วินิจฉัย และให้การรักษา รวมทั้งพัฒนาระบบส่งต่อและเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการรักษา เพื่อให้เกิดการวินิจฉัยโรคในระยะแรกให้ได้ครบถ้วน  ตลอดจนการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยได้อย่างเท่าเทียม ทันเวลา และทั่วถึง

และ ข้อ 7 ขอเสนอให้เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันผลักดันไปสู่กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่และนำสู่การปฏิบัติของหน่วยงานทุกระดับให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและร่วมกันเสนอเพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

หลังจากการประชุมมีการมอบหมายให้นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละประเด็นปรับปรุงเนื้อหาและข้อมูลสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว พร้อมนัดหมายให้มีการหารือเพื่อพัฒนาเป็นข้อเสนอกลางและร่วมจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะฯในประเด็นมะเร็งท่อน้ำดี และพยาธิใบไม้ตับ ในวันที่ 12 พ.ค. 57 ที่ จ.ขอนแก่นต่อไป

Check Also

ท้องไม่พร้อม ปัญหาวัยรุ่นใครดูแล

ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งท้องไม่พร้อม ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ จะช่วยเด็กอย่างไร? “ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมแต่ตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เกิดจากหลายเหตุผล บางคนกลัวบาป บางคนไม่มีความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ กว่าจะรู้อายุครรภ์ก็เกินกำหนด บางคนรู้ตอนอายุครรภ์ยังน้อย พอตอนใกล้จะคลอด ปรากฏว่าผู้ชายขอแยกตัว เลยต้องยอมเก็บเด็กไว้ จำนวนไม่น้อยตัดสินใจเอาออกทั้งที่อาจเกิดอันตราย บางคนต้องตัดมดลูกทิ้ง และบางคนต้องเสียชีวิต เมื่อผู้หญิงเข้ามาหา “ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook