BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

เครือข่ายสมัชชาสุขภาพพื้นที่จัดเวที 4 ภาค ผุดแผนพัฒนา นนส. หวังเกิดเครือข่ายสานสุขภาวะชุมชนทั่วประเทศ

เครือข่ายสมัชชาสุขภาพพื้นที่ 4 ภาค รวมพลังระดมสมอง ออกแบบโปรแกรมเรียนรู้ วางแนวทางการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (นนส.) หลัง สช.เน้นการกระจายการจัดการพัฒนางาน และศักยภาพคนจากพื้นที่ หรือจากฐานล่าง โดยให้แต่ละภูมิภาควางกรอบการพัฒนา รวมถึงคัดสรรคน เครือข่ายกันได้เอง ตามบริบท และข้อตกลงร่วมกันของพื้นที่ ทั้งนี้ตัวแทนจาก 4 ภาค เห็นตรงกันว่า การคัดเลือก นนส. ต้องมาจากผู้ที่ทำงานอยู่ในขบวนของนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพฯ สามารถเข้าร่วมได้ทุกครั้ง โดยภายในโปรแกรมเรียนรู้ เสนอตรงกันว่า ต้องเรียนรู้กระบวนการนโยบายสาธารณะฯ เครื่องมือตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ 2550 รวมทั้งต้องมีการจัดให้ดูงานในพื้นที่กรณีศึกษา และต้องมีการลงมือปฏิบัติจริง โดยหลังจากจบโปรแกรมจะต้องติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงการทำงานกันเป็นเครือข่าย

เมื่อวันที่ 23 – 24 เมษายน 2557 ที่โรงแรมริชมอนด์ สำนักงานคณะกรรมสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพนักสานพลังนโยบายสาธารณะฯ และการพัฒนาวิชชาการ นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (PHPP) ระดับภูมิภาค” โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมจาก 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ 5 คน จาก เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ภาคอีสาน 8 คน จาก อุดรธานี ร้อยเอ็ด เลย สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ภาคใต้ 5 คน จากชุมพร สตูล และปัตตานี และภาคกลาง 9 คน จากระยอง สระบุรี สระแก้ว สุพรรณบุรี ลพบุรี ชลบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 27 คน ร่วมระดมสมอง แลกเปลี่ยนความคิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อเชื่อมโยงแนวคิดและทิศทาง (Turning) การพัฒนาศักยภาพนักสานพลัง และการพัฒนาวิชชาการ นโยบายสาธารณะฯ (PHPP) ในระดับภูมิภาค

ภายในเวทีดำเนินการประชุมในรูปแบบการแบ่งกลุ่มรายภูมิภาค และระดมสมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ รวมทั้งออกแบบการพัฒนาทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวข้างต้น เพื่อเป็นการวางกรอบพัฒนาศักยภาพนักสานพลังให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละภูมิภาค รวมทั้งวางกรอบการพัฒนาวิชชาการของแต่ละภูมิภาค จากนั้นมีการแลกเปลี่ยนแนวทางของแต่ละภูมิภาคร่วมกันเพื่อเชื่อมโยงความคิด และการทำงานของแต่ละพื้นที่

โดยรูปแบบการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (นนส.) ของเครือข่ายภาคเหนือ นำเสนอแนวคิดโดย นายนฤเทพ พรหมเทพ จากจังหวัดลำพูน ระบุว่าการสร้างนักสานพลังนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อขยาย หนุนเสริม จัดตั้ง และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบมีส่วนร่วม (PHPP) โดยมีแผนการจัดโปรแกรมเป็น 4 โมดูล ประกอบไปด้วย โมดูลที่ 1 เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (HPP) จากนั้นโมดูลที่ 2 จะนำนักสานพลังศึกษาดูงานจากพื้นที่ที่มีการพัฒนางานอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากได้ทำความเข้าใจกระบวนการสร้างนโยบายสาธารณะฯ และลงพื้นที่ศึกษางานแล้ว โมดูลที่ 3 จะเข้าสู่การลงมือกระทำการพัฒนางาน (ลองทำให้เกิด) สุดท้ายโมดูลที่ 4 จะเป็นการเปิดหูเปิดตา ให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานของนักสานพลังในแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน โดยการคัดเลือกนักสานพลังของภาคเหนือนั้น จะมีกลไกการขับเคลื่อนจากเครือข่ายล้านนา เครือข่าย UPER SIAM และคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ทำการคัดเลือกตัวแทนจังหวัดจาก 3 ภาคส่วน คือผู้ที่ทำงานอยู่ในส่วนภาครัฐ/การเมือง ผู้ที่ทำงานในภาควิชาการ และผู้ที่ทำงานในภาคประชาสังคม จังหวัดละ  5 คน โดยภาคเหนือมีภาคีเครือข่ายรวม 8 จังหวัด ดังนั้นในแต่ละรุ่น จะพัฒนาศักยภาพนักสานพลังได้รุ่นละ 40 คน

hpp25570513 copy

ในส่วนของภาคกลาง นายสุทธิธรรม เลขาวิวัฒน์ ภาคประชาสัมคมจากจังหวัดระยอง เป็นตัวแทนนำเสนอแนวคิดว่า ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมนักสานพลัง จากนั้นร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ โครงสร้างการพัฒนานักสานพลัง ตั้งแต่ระดับล่าง ถึงระดับชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการทำงานตามเครื่องมือที่มีอยู่ใน พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 พร้อมทั้งติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนาให้ยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ได้วางกรอบโครงสร้างนักสานพลังเบื้องต้นไว้ว่า นักสานพลังรุ่นพี่ควรมีบทบาทในการอบรมนักสานพลัง นอกจากนี้วางเป้าหมายให้โปรแกรมอบรมพัฒนาศักยภาพจะต้องนำไปสู่การเกิด 5 ตัวจี๊ด เกิดแกนประสานงาน ในโปรแกรมมีการเรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้ (KM: Knowledge Management) ของ นนส. และเรียนรู้เครื่องมือการสร้างนโยบายสาธารณะฯ ของ สช. รวมทั้งต้องมีการเพิ่มหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับเทคนิกการอบรม การเป็นวิทยากรกระบวนการ การจัดการองค์ความรู้ การทำงานวิจัยกับชุมชน และทุกครั้งที่จะมีการอบรม สิ่งที่นักสานพลังรุ่นก่อนทำอะไรบ้าง ต้องมาทบทวนให้รุ่นใหม่ ที่สำคัญต้องมีการสื่อสารเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายนักสานพลังอย่างเป็นพลวัตร

ทั้งนี้เครือข่ายภาคกลาง มีความเห็นว่า นักสานพลังจำเป็นต้องมีจำนวนมาก โดย สช.ได้ตั้งเป้าระดับประเทศไว้ที่ 5,000 คน ดังนั้นสำหรับ 26 จังหวัดภาคกลาง การสร้างเครือข่าย ต้องพิจารณาการใช้คนที่ปัจจุบันยังเป็นเครือข่ายในลักษณะการทำงานแบบบนลงล่าง แต่ทำอย่างไรเกิดการทำงานจากฐานล่างขึ้นข้างบน หรือขึ้นไปสู่ภาคนโยบาย นอกจากนี้ต้องพิจารณาการสร้าง นนส. ในระดับตำบลขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีแนวคิดในการเชื่อมโยงงานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งปัจจุบันก็ได้เป็นเครือข่ายร่วมกันทำงานในระดับตำบล

ด้านภาคใต้มี นายนิรพงษ์ สุขเมือง จากจังหวัดปัตตานีเป็นตัวแทน นำเสนอว่า การพัฒนาศักยภาพนักสานพลังฯ ต้องกำหนดคนที่จะเข้ามาเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ โดยต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงานสมัชชาสุขภาพในพื้นที่อย่างน้อย 3 ปี เพราะเรียนรู้แล้วว่า หลายคนไม่รู้จักกระบวนการนโยบายสาธารณะฯ นอกจากนี้ต้องมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมในการขับเคลื่อนอยู่แล้ว และผู้ที่จะเข้ามาประกอบไปด้วยภาครัฐ ประชาชน ท้องถิ่นการเมือง เพื่อให้มีคู่คิด นอกจากนี้ให้คำนึงถึงสัดส่วนคนที่เหมาะสม ทั้งนี้วางเป้าหมายให้เกิดการอบรมนักสานพลังฯ รุ่นละ 30 คน จัดโปรแกรม 4 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน โดยให้มีกลไกจากนักสานพลังเดิมมาเป็นผู้ประสาน และขับเคลื่อน

นอกจากนี้ให้มีตัวแทนของกลุ่มสมัชชาเป็นกลุ่มจังหวัด และมีที่ปรึกษาเข้ามาช่วยเป็นคณะทำงานพัฒนาหลักสูตร โดยให้มีส่วนผสมของ 3 บริบท ประกอบไปด้วย หลักสูตรจาก สช. หลักสูตรจากบริบทของพื้นที่ โดยดึงสถาบันการจัดระบบสุขภาพภาคใต้ (สจรส.) มาช่วยทำหลักสูตร และหลักสูตรจาก สปสช. ทั้งนี้เน้นความรู้ด้านจิต ปัญญา สังคม รวมทั้งศึกษาดูงานในพื้นที่ที่มีการปฏิบัติมาแล้ว โดยจะมีการประเมินผลการเรียนรู้ และการดำเนินงาน ทั้งจากประเมินภายใน โดยคณะกรรมการสุขภาพภาคใต้ และการประเมินภายนอก ซึ่งอาจมาจาก สช. ด้านการสนับสนุน มีแนวคิดในการขอสนับสุนนวิทยากรจาก สช.ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการเสนอประเด็นการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งกลไกกลางขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนรู้ข้ามภาค โดยเป็นการเรียนรู้ในบริบทที่แตกต่างกันไป

สุดท้าย ภาคอีสานมีตัวแทนนำเสนอโดย นายพีธากร ศรีบุตรวงศ์ จากจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ภาคอีสานจะพัฒนาให้เกิด Core team (ทีมหลัก) ในการพัฒนาโปรแกรมพัฒนานักสานพลังฯ เพื่อทำให้เกิดการขับเคลื่อนในการสร้างคน และให้คนไปสร้างงาน ไม่มีใครมาให้ความรู้กัน แต่เรียนรู้ร่วมกัน นอกจากนี้สร้างกระบวนการจัดการความรู้ โดยผู้เป็นนักสานพลังจะต้องมีคุณสมบัติ ที่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมได้ทุกครั้ง มีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับสมัชชาสุขภาพ โดยจังหวัดที่ยังไม่มีนักสานพลังสามารถให้คัดเลือกเข้ามาได้ 2 คนต่อจังหวัด ส่วนจังหวัดที่มีแล้วให้คัดเลือกได้ 1 คน

สำหรับโปรแกรมการพัฒนาจะประกอบด้วย 3 โมดูล โมดูลแรกเป็นเรื่องของการปรับฐานความรู้เรื่องการทำนโยบายสาธารณะฯ เรียนรู้ภาพรวมสถานการณ์ภาคอีสาน และการใช้เครื่องมือพัฒนานโยบายสาธารณะฯ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมจะต้องมีเป่้าหมายในการทำงานของตนเอง และต้องมีการละลายพฤติกรรม โมดูลที่ 2 เป็นการลงพื้นที่ดูงานในพื้นที่ที่เป็นกรณีศึกษา และโมดูลสุดท้าย เป็นการถอดบทเรียนตัวเอง จากสิ่งที่เห็น หรือตั้งโจทย์ไว้ให้ช่วยกันคิด ซึ่งแต่ละโมดูลจะเป็นการจัดกิจกรรมให้ นนส. ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง และทุกครั้งจะมีการติดตามประเมินผล โดยดำเนินการแต่ละรุ่นให้จบภายในเดือนตุลาคม เพื่อให้เชื่อมกับบีงบประมาณด้วย

หลังการนำเสนอการออกแบบการพัฒนาศักยภาพนักสานพลัง นายสุทธิพงษ์…ได้กล่าวในช่วงท้ายของเวทีว่า การนำเสนอของแต่ละพื้นที่เป็นแนวคิดที่ชัดเจน หลากหลายมาก ได้กลไกทั้งกลไกภาค กลไกพื้นที่ ได้แผนการดำเนินงาน แต่ในส่วนที่เป็นส่วนกลาง ที่ยังต้องถกเถียงกัน และรายละเอียดในแต่ละภาคยังลึกกว้างไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงขอวางกรอบหลักการ ขอวางหลักเบื้องต้นไว้ว่า เงื่อนไขแรกให้เป็นสิ่งที่มีต้นทุนอยู่ในมือ เงื่อนไขที่สองคือจะต้องอยู่ในระหว่างการขับเคลื่อนในประเด็นนั้นๆ จะทำให้ดึงคนเข้าร่วมที่เกี่ยวข้องได้

เงื่อนไขที่สาม เรื่องการจัดกระบวนการความรู้ และพัฒนา “คนที่จะมาจัดการที่ว่านี้ ต้องถามต่อไปว่าเราอยากให้นักสานพลังเก่งในเรื่องไหน ความจริงแล้วให้เขาเป็นตัวของเขาเอง แต่เป็นการเสริมให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ โปรแกรมนี้จะช่วยทำให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาอยากเป็น” นายสุทธิพงษ์กล่าวและว่า การตั้งโปรแกรมควรจะ 3 ครั้งกำลังดี น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การทำงานขัดเจนขึ้น

ประเด็นที่สี่ เรื่องกลไกการขับเคลื่อน เห็นด้วยว่าเอาคนทุกจังหวัดมาร่วมจนครบถ้วนได้หมด แต่ต้องหาคนกลางมาออกแบบเครื่องมือที่จะใช้ได้สำหรับทุกวง ประเด็นที่ 5 เรื่องการประเมิน เมื่อทำแล้วควรมีการติดตาม จะช่วยทำให้เขาได้แลกเปลี่ยน และมีโอกาสเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่น ประเด็นสุดท้ายเรื่องการสนับสนุนมีสองส่วน ส่วนแรกเราได้หนุนผ่านโครงการสมัชชาสุขภาพจังหวัด และได้ใส่ในส่วนของการพัฒนาศักยภาพลงไปด้วย นอกจากนี้คนของกลไกจังหวัดที่เข้ามาร่วมได้การสนับสนุน ซึ่งถือเป็นการมอบหมาย (Commitment) ให้ไปรายงานในพื้นที่ ส่วนที่สอง หากส่วนใดในพื้นที่ขาด ก็จะมีเติมการสนับสนุนให้ด้วย ส่วนที่สาม หากมีการรระบุมาในแผนงานโครงการว่าามีจากส่วนอื่นๆ สนับสนุนตามมาด้วย ส่วนนี้จะทำให้ไปถึงเป้าหมายของเราได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้สนใจว่าสุดท้ายแล้วเราจะมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้คนเข้ามาใหม่รู้สึกว่าเรามีจิตวิญญาณร่วม มีเป้าหมายร่วม ผ่านโปรแกรมพัฒนาฯแล้ว มีพลังหรือมีเป้าหมายร่วมในการไปทำอะไรร่วมกันหรือไม่ เราเป็นเพื่อน เป็นพวกกันหรือไม่ ดังนั้นการสร้างจิตวิญญาณร่วม เป้าหมายร่วมจะต้องเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook