BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

สปสช.เขต 6 ขยายเวลาจัดทำธรรมนูญสุขภาพ 120 ตำบล จาก 8 จว.ภาคกลาง/ตอ. คณะทำงานเร่งเครื่องเต็มสูบ คาดประกาศใช้ภายใน มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ที่ห้องประชุมสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง จัดประชุมรายงานความก้าวหน้า โครงการพัฒนาระบบการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคด้วยมาตรการทางสังคม นำโดย นพ.วิบูลย์ สุพุทธิธาดา ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 6 ระยอง นางสถาพร จิรัฐติกาลกิจ ที่ปรึกษา สปสช. เขต 6 ระยอง คุณศิริศักดิ์ เผือกวัฒนา จาก สปสช. คุณเจษฎา มิ่งสมร คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) คุณนิลวรรณ ทุนคุ้มทอง จากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) พร้อมด้วยตัวแทนคณะทำงานจาก 8 จังหวัดภาคกลาง/ภาคตะวันออกประกอบไปด้วย จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ. ตราด จ.สมุทรปราการ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี และจ.สระแก้ว รวมกว่า 30 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความก้าวหน้าโครงการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าววางเป้าหมายให้แต่ละพื้นที่จัดทำกระบวนการภายในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่ระดับคิด จนถึงการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างธรรมนูญสุขภาพชุมชนรายตำบล จังหวัดละ 15 ตำบล รวมทั้งสิ้น 120 ตำบล อันจะนำไปสู่การเกิดมาตรการทางสังคม เพื่อสร้างสุขภาพวะชุมชนจากฐานล่าง
ภายในงานเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุมกับคณะทำงาน โดยนางสถาพร จิรัฐติกาลกิจ ที่ปรึกษา สปสช. เขต 6 ระยอง จากนั้นจึงเป็นการรายงานความก้าวหน้าโครงการของแต่ละพื้นที่

โดยคุณทิพาภรณ์ สังขพันธ์ เครือข่ายภาคประชาสังคมสุขภาพ จ.สมุทรปราการกล่าวรายงานความคืบหน้าว่า จ.สมุทรปราการมีการ วางจังหวะกระบวนการขับเคลื่อนจังหวัด 3 ระยะ โดยในระยะแรก เป็นช่วงของการสร้างคนทำงาน และหาเพื่อนมาร่วมเครือข่ายในชุมชน ทบทวนสถานการณ์ งานและต้นทุนทางสังคม ระยะที่สองเป็นการ ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน วางแผนการทำงาน เพื่อจัดเวทีสร้างแรงบันดาลใจ และความเข้าใจในการจัดทำธรรมนูญตำบล จากนั้นจัดตั้งกลไก เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนธรรมนูญฯ และระยะที่สาม มีการจัดเวทีประชาพิจารณ์  และจัดตลาดนัดธรรมนูญสุขภาพตำบล

ผลความก้าวหน้านั้น ได้มีการดำเนินกิจกรรมจัดทำข้อมูล ทำบัญชีข้อมูล พัฒนากลไก จัดเวทีกลางทวนสถานการณ์จังหวัด หนุนเสริมพื้นที่ โดยมีร่างธรรมนูญแล้วเสร็จสรุปยอดรวม 6 ตำบล และอยู่ในระหว่างดำเนินการ 9 ตำบล

ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี มี รตต.ปัญญวัฒน์ กระทุ่มเขต ในฐานะตัวแทนกล่าวรายงานความก้าวหน้า โดยสรุปว่า จ.จันทบุรีมีการจัดทำธรรมนูญสุขภาพชุมชน เน้นประเด็นเรื่องชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเอง อาหารปลอดภัย แพทย์แผนไทย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้มีชุมชนเข้าร่วมดำเนินการรวม 22 ตำบล ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 5 ตำบลอยู่ระหว่างยกร่าง ส่วนอีก 9 ตำบลยกร่างเสร็จแล้ว อยู่ในช่วงของการรอรับฟังความเห็น และอีก 8 ตำบลรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้ว อยู่ในระหว่างรอประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพชุมชนภายใน 30 วัน นอกจากนี้กระบวนการจัดทำธรรมนูญชุมชนในพื้นที่ ส่งผลให้คนในชุมชนตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยในจังหวัดจันทบุรี ยังได้มีการดำเนินงานด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์ภายในจังหวัดอีกด้วย

ที่น่าสนใจเพิ่มเติมของจังหวัดจันทบุรี คือมีพื้นที่ตำบลเกาะขวาง ได้ประกาศใช้ธรรมนุญสุขภาพชุมชนแล้ว เรียกว่าร่างธรรมนูญเกาะขวางฉบับที่ 1 โดยเป็นการจัดทำขึ้นมาภายใต้โจทย์ว่า ทำอย่างไรประชาชนในตำบลจะมีสุขภาพดี โดยทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการจัดทำขึ้นมาในช่วงที่พื้นที่กำลังประสบกับปัญหามีผู้ป่วยเรื้อรังจำนวนมาก และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากพฤติกรรมการกิน และออกกำลังกายน้อย ซึ่งภายหลังการจัดทำธรรมนูญสุขภาพชุมชนโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ดีขึ้น

ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่ของคณะทำงาน ดำเนินงานใกล้แล้วเสร็จ แต่ยังมีขั้นตอนในช่วงท้าย เช่น การจัดงานประกาศใช้ธรรมนูญร่วมกัน ยังไม่ได้ดำเนินการ หรือบางพื้นที่ อยู่ในระหว่างร่างธรรมนูญร่วมกัน แต่ผ่านการพูดคุยวางกรอบภายในชุมชนเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติร่างร่วมกัน พร้อมเรียบเรียงให้เป็นรายลักษณ์อักษร เป็นต้น ซึ่งในกำหนดการปิดโครงการแล้วเสร็จนั้น ระบุให้ภายในเดือนมีนาคม แต่ในการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพของการทำธรรมนูญสุขภาพชุมชน ซึ่งมีรายละเอียด และกระบวนการจัดทำที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม และเป็นฉันทามติที่ทุกฝ่ายเห็นพร้องต้องกัน โดยไม่เป็นการรวบรัดจะเกินไป ซึ่งอาจเกิดผลกระทบให้ร่างธรรมนูญสุขภาพแต่ละตำบลออกมาตรการโดยคณะทำงานเป็นแกนหลัก และจะขาดการยอมรับจากทุกภาคส่วน จึงเสนอให้พิจารณาขยายกรอบเวลาออกไปอีกสักระยะหนึ่ง

ดังนั้นสรุปช่วงท้ายของการประชุม นพ.วิบูลย์ สุพุทธิธาดา ผอ.สปสช.เขต 6 จึงขอความเห็นในที่ประชุม สำหรับการขยายเวลาปิดโครงการออกไปอีก 3 เดือน คือจากปิดในเดือนมีนาคม ขยายเวลาไปปิดโครงการในเดือนมิถุนายนแทน ซึ่งในที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนออกไปตามกรอบเวลาที่คุณหมอเสนอ

“โดยภาพรวม สปสช.ให้งบประมาณ และเห็นความสำเร็จของการทำงานในพื้นที่ของทุกท่าน ทั้งนี้ประเด็นสุขภาพที่ทำเป็นสมัชชาสุขภาพจังหวัดต้องชัดเจน รวมถึงธรรมนูญสุขภาพจะต้องมีความชัดเจน รวมถึงให้ชาวบ้านได้เห็นว่ามันจะไปต่อยอด หรือได้ประโยชน์กับทุกคนอย่างไร ต้องให้เห็นภาพ ดังนั้นหากจะปิดงานภายในมีนาคม อาจจะไม่ได้งานตามต้องการในข้างต้น จึงจะเสนอให้ปิดงานทั้งหมดภายใน 30 มิถุนายน เพื่อให้งานมีคุณภาพ แต่ให้ส่งรายงานความคืบหน้างานภายใน 2 สัปดาห์ ทุกท่านเห็นด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ประเด็น HIA (การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ) น่าสนใจมาก จังหวัดที่เกี่ยวข้องควรนำไปใช้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่เป็นเขตอุตสาหกรรมหนาแน่นที่สุด เพราะอยู่ในเขตอุตสาหกรรม ผมทำงานเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2530 ตอนนั้นมีแต่ EIA (การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม) ซึ่งเป็นการประเมินคุณภาพแบบฉาบฉวย ประเมินผ่าน หรือไม่ผ่านก็สามารถดำเนินการได้ ดังนั้น HIA จึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องช่วยกันดูว่ากระบวนการไหนจะทำให้สุขภาพของพวกเรา สวัสดิภาพของพวกเราดีที่สุด การทำงานตรงนี้เหนื่อยหน่อย การทำงานปิดทองหลังพระต้องสู้ ก็ขอให้กำลังใจในการทำงานทุกคน”

ทั้งนี้การจัดทำธรรมนูญสุขภาพชุมชน ระดับตำบล นับเป็นการดำเนินงานที่จะเป็นภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพให้ประชาชนในระดับพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม และเป็นการดูแลสุขภาพกันและกันในกรอบความร่วมมือที่เป็นฉันทามติเห็นชอบของคนในชุมชนเอง ดังนั้นการบังคับใช้ก็จะเป็นไปด้วยความกระตือรือร้นของชุมชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ควรขยายผลในวงกว้าง โดย สปสช.เปิดกว้างในการสนับสนุน หากปิดโครงการนี้แล้วเสร็จ และแต่ละพื้นที่จะขยายงานจัดทำธรรมนูญชุมชนในตำบลอื่นต่อไป

Check Also

เครือข่ายกลุ่มเฝ้าระวังผิวน้ำดิน 3 อำเภอ ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ดึงทุกภาคส่วนฟื้นฟูแหล่งน้ำผิวดิน ทั้ง”ภาคครัวเรือนเกษตรและอุตสาหกรรม”

การประชุมเชิงปฏิบัติการ “นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม บนพื้นฐานทางปัญญา” คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพ จังหวัดระยอง” วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 ผู้เข้าร่วม จากภาคส่วนต่างๆ ชุมชน ประชาสังคม ท้องถิ่น ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook