BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

โครงการ นนส.รุกหน้า จัดพิธี MOU ระหว่างสช. หมออนามัย และสบช. เล็งพัฒนานักสานพลัง สร้างสังคมสุขภาวะทั่วประเทศ

MOU ระบุโครงการ นนส. บริหารจัดการโดยมูลนิธิหมออนามัย โดยมี สบช.ให้การสนับสนุนสถานที่ การดำเนินโครงการ วิทยากร รวมถึงสถานศึกษาในสังกัด และบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ด้าน สช. ปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณโครงการ พร้อมประสานความร่วมมือ และถอดบทเรียน โดยมุ่งหวังให้การร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้โครงการ นนส.มีเครือข่ายความร่วมมือขยายวงกว้างขึ้น นำมาซึ่งการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังในพื้นที่ได้ทั่วถึง และครอบคลุมทั่วประเทศ


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม และการพัฒนาสังคมสุขภาวะ (นนส.) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย และสถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) โดยทั้ง 3 องค์กรมีวัตถุประสงค์ร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายคนทำงานนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม และพัฒนาแนวทางการร่วมมือระหว่าง สช. และองค์กรภาคีในการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ และการพัฒนาสังคมสุขภาวะในอนาคต

ภายในงานมีตัวแทนจากทั้ง 3 องค์กรลงนามร่วมกัน ประกอบไปด้วย นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นายธาดา วรรธนปิยกุล ประธานมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย และนายแพทย์อภิชาต รอดสม ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก โดยนายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล และนายสุทธิสิทธิ์ ไมตรีจิตร์ ลงนามเป็นสักขีพยาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นที่ส่วนใหญ่คุ้นเคยจากการทำงานร่วม บนอุดมการณ์เดียวกัน

ทั้งนี้ในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม และการพัฒนาสังคมสุขภาวะ (นนส.) ระบุบทบาทความร่วมมือระหว่าง 3 องค์กรว่า สช. จะทำหน้าที่ในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว พร้อมรับหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการถอดบทเรียน รวมถึงการประเมินโครงการเพื่อปรับปรุงและพัฒนา

ส่วนมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัยมีบทบาทในการบริหารจัดการโครงการ นนส. พร้อมทั้งดำเนินการพัฒนาโครงการฯ จัดทำแผนปฏิบัติการ บริหารจัดการโครงการ รายงานความก้าวหน้า และร่วมถอดบทเรียนสำหรับพัฒนาโครงการกับ สช. ด้าน สบช. มีบทบาทในการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่การดำเนินโครงการ การร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงาน ในลักษณะของการเป็นวิทยากร การสนับสนุนสถานศึกษาในสังกัด และบุคลากรในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ

โดยนายธาดา วรรธนปิยกุล ประธานมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัยกล่าวว่า โครงการนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากในการขับเคลื่อน ยิ่งหากสามารถสร้าง นนส. สัก 5,000 คน ช่วยกันเปลี่ยนแปลงสังคมในเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก และสำคัญที่สุดคือการทำงานในระดับนโยบาย ถ้านโยบายมีคุณภาพก็จะส่งผลต่อการทำงานในด้านอื่น ซึ่งการลงนามนี้มีวัตถุประสงค์ 3 อย่าง หนึ่งคือสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร ทำให้เห็นความงดงามหลากหลายไม่ใช่แต่เฉพาะสาธารณสุข แต่มีคนเข้าร่วมที่หลากหลาย สุขภาวะเกี่ยวข้องกับคนทุกกลุ่มทุกวัย เรื่องที่สองคือการทำองค์ความรู้ และการขยายเครือข่ายในครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่ดี และข้อสามการมีคนคุณภาพไปขับเคลื่อนนโยบายคุณภาพ ผมได้คุยกันในทีมงานก่อนหน้านี้ ทุกคนก็ล้วนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มามีส่วนร่วมในการร่วมมือในครั้งนี้

นพ.อภิชาติ รอดสม ผอ.สถาบันพระบรมราชชนก กล่าวต่อว่า ทางสถาบันกำลังคิดเรื่องทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กๆ รู้จักคิดโดยใช้ปัญญา มากกว่าเน้นเรื่องปริญญา ประจวบเหมาะกับวันนี้ได้มาร่วมมือในโครงการ นนส. ดังนั้นจะพยายามบรรจุเรื่องนี้ลงไปในหลักสูตร ประเทศไทยในกระแสโลกาภิวัตน์เรากำลังเดินมาถึงจุดจบ การทำงานนโยบายสาธารณะคงไม่ได้สำเร็จในช่วงอายุขัยเรา เพราะเราไม่ได้ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ คิดว่าในอนาคตความรู้ที่จะส่งต่อเหล่านี้จะต้องสามารถนำมาใช้ได้ การสาธารณสุข และกฎหมายที่สร้างความเข้าใจ จะทำให้เกิดสังคมสุขภาวะอย่างแท้จริง วันนี้เป็นประโยชน์ และยินดีมาก จะช่วยกันร่วมมือทำภารกิจนี้ให้ได้เต็มที่

ด้านนพ.อำพลจินดาวัฒนะ กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกันเป็นภาคีเครือข่ายในภารกิจนี้ การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ทั้งสองหน่วยงานเข้ามาร่วมจะทำให้โครงการ นนส.สามารถขยายพื้นที่การทำงาน เสริมสร้างศักยภาพนักสานพลังในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีพลัง และครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้เครือข่ายหมออนามัยที่นับเป็นแกนหลักกระจายกำลังอยู่ในทุกพื้นที่ ทุกชุมชนอยู่แล้วด้วย ซึ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ ก็เป็นการพยายามเปิดโลกไปอาเซียนไปด้วย เพราะก่อนหน้านี้เราไม่ได้เรียนรู้เขาเลย เมื่อมีโอกาสในการเรียนรู้แบบนี้ การร่วมมือของสถาบันพระบรมราชชนก ก็จะทำให้ลดต้นทุน และงบประมาณที่ลดไปใช้ในส่วนอื่นได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ทำให้ทำงานได้เชิงจำนวนมากขึ้น เกิดการพัฒนานโยบายได้อย่างมากขึ้น ในอนาคตถ้าโครงการดำเนินไปอย่างแข็งแรง มีคนเห็นด้วยมากขึ้น ถึงจุดหนึ่งก็ขยายความร่วมมือขึ้นเรื่อยๆ โดยในการร่วมมือนี้จะมีคณะกรรมการกำกับทิศทางร่วมกัน คงไม่ได้ทำโดยลำพัง แต่เราจะทำงานไปด้วยกัน

สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม และพัฒนาสังคมสุขภาวะ (นนส.) (PHPP) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ โดยหลักการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะมีอยู่ 3 ภาคส่วนคือภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ซึ่งโครงการดังกล่าวเน้นพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่ทั้ง 3 ภาคส่วนนี้ โดยเป็นโครงการที่สร้างโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ และเปิดห้องเรียน หรือพื้นที่การเรียนรู้สำหรับผู้ประสานงาน/คนทำงานที่เป็นแกนหลักในแต่ละพื้นที่มาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้แต่ละพื้นที่ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจากกันและกัน ในขณะเดียวกับก็เชื่อมโยงการทำงานเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้แก่กัน รวมถึงเป็นพื้นที่ในการเติมเต็มการเรียนรู้ที่สำคัญ สอดรับกับสถานการณ์ของสังคมปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้น  มีเป้าหมาย เพื่อมุ่งเสริมพลัง และพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายในจังหวัด ให้สามารถกลับไปทำหน้าที่เป็นทีมงานหลักในกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะฯ และการสร้างสุขภาวะในจังหวัดของตน รวมถึงชุมชนของตน นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ของตนได้

โดยวีราภรณ์ ประสพรัตนสุข

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook