BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

กระเทาะแนวคิด ทิศทาง และความท้าทายใหม่ ของ PHPP โดย หมออำพล

นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ
กระเทาะแนวคิด ทิศทาง และความท้าทายใหม่ ของ PHPP
“เน้นสร้างประชาธิปไตยทางตรง ขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะด้วยการอภิบาลโดยเครือข่าย

หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) แสดงทัศนะในหัวข้อ “แนวคิด ทิศทาง และความท้าทายใหม่ในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมโดยมีพื้นที่เป็นฐาน” ภายในงานประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (PHPP) โดยเครื่องมือภายใต้ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 จัดโดยภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดภาคกลาง 26 จังหวัด ร่วมกับ สช.

กระบวนการสมัชชาสุขภาพ ตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติก็ดี กระบวนการเอชไอเอ ก็ดี หรือการทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพก็ดี รวมถึงเครื่องมือพัฒนานโยบายต่างๆ ฯลฯ ล้วนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ ตามหลักการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ซึ่ง นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ได้แสดงทัศนะถึงทิศทางการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมี่ส่วนร่วมโดยมีพื้นที่เป็นฐานว่าจะเปลี่ยนทิศทางจากการอภิบาลโดยรัฐ มาสู่การอภิบาลโดยเครือข่าย ในลักษณะของประชาธิปไตยทางตรง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการเป็นพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen)

“สุขภาพมีผลกระทบจากปัจจัยหลายด้าน สมัยก่อนครูก็สอนผมแบบนี้ แต่มันไม่เข้าหัว แต่แท้ที่จริงแล้วสุขภาพอยู่ในทุกมิติของสังคม การกินอยู่ การเดินทาง แม้แต่วัฒนธรรม ก็เกี่ยวข้องกับสุขภาพ” คุณหมออำพลเปิดการบรรยายด้วยการเชื่องโยงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว เรื่องทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกัน เพียงแต่ว่าเราเกาะเกาะเรื่องใดมาเป็นจุดเริ่มต้น เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพ ที่ท้ายที่สุดยึดโยงกันเป็นกระสร้างระบบประชาธิปไตยทางตรง ผ่านการใช้งานภายใต้ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 โดยการสร้างนโยบายสาธารณะ ซึ่งมีเครื่องมือในการขับเคลื่อนหลากหลาย

สำหรับงานของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินั้น ก็มีหลายเครื่องมือ และมีหลายงาน ทั้งธรรมนูญ สมัชชาสุขภาพ, HIA, การพัฒนานโยบายสาธารณสุขภาพรูปแบบอื่น, การส่งเสริมหน้าที่และสิทธิด้านสุขภาพ/การขับเคลื่อนเมืองไทยหัวใจมนุษย์ และสนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานแค่ภาคส่วนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เครื่องมือเรามีหลายชนิดต้องใช้ให้ถูกต้อง

“ถ้ามองอีกแบบเครื่องมือที่เรามีส่วนหนึ่งมันเป็นกระบวนการสร้างนโยบายสาธารณะในระบอบประชาธิปไตย แต่เดิมมีการวางนโยบายโดยรัฐ รัฐก็คิดนโยบายแล้วก็เอามาปฏิบัติ ตรงนี้เป็นประชาธิปไตยตัวแทน แต่ปัจจุบันเราเริ่มมองเรื่องประชาธิปไตยทางตรง”

อะไรคือตัวอย่างของสถานการณ์ที่ว่าประชาธิปไตยทางตรงกำลังเกิดขึ้น??

หมออำพลให้ทัศนะว่า เรากำลังมีพลเมืองตื่นรู้ ที่มีเจตจำนงพลเมือง ซึ่งใครก็ตามที่มีการตื่นตัว เช่น การเกิดการเตรียมการจังหวัดจัดการตัวเอง พื้นที่จัดการตัวเองนี่เป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อนที่ไม่รอจากภาครัฐแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของประชาธิปไตยทางตรงที่มองประชาชนเป็นพลเมืองที่ช่วยกันขับเคลื่อน!!

“ทีนี้เครื่องมือ พรบ.สุขภาพอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม เราเน้นทุกภาคส่วน ไม่ได้เน้นส่วนเดียว มาช่วยกันพัฒนานโยบายแบบมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ การคิดแบบมีส่วนร่วมนี้ จะคิดเองเออเองไม่ได้ แต่จะต้องตกลงกันก่อน แล้วประเมินสิ่งที่จะเกิดขึ้นร่วมกัน ก่อรูปพร้อมกัน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้เราได้ทดลองทำมาแล้ว กระบวนการที่เราทำงานเราเคารพ และใช้เครื่องมือร่วมกัน ไม่ได้เป็นของใครส่วนใดส่วนหนึ่งมา จากหลายภาคส่วน”

คุณหมอเปรียบเปรยสมัชชาว่าเหมือนกับเครื่องบินที่มาประกอบกันจนบินได้ ดังนั้นกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดีต้องมีกลไก มีระบบที่ดี

25570306_aumpol-2เช่นเดียวกับการบริหารบ้านเมือง ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า มีรูปแบบของการอภิบาล 3 แบบคือการอภิบาลโดยรัฐเป็นตัวตั้ง บริหารจัดการให้ประชาชน เป็นการทำงานแบบสั่งการ ซึ่งการอภิบาลแบบนี้มีคนวิจารณ์ว่า เหมือนการส่งไอติมให้ กว่าจะถึงประชาชนเหลือแต่ไม้ และระบบนี้กำลังถูกตรวจสอบมากทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วในยุโรป ปรากฏว่าเริ่มเกิดการต่อต้าน ฟังประชาชนน้อยมาก แล้วทำงานกันเอง มีตัวชี้วัดเยอะมาก KPI ฯลฯ

การอภิบาลแบบที่สอง คือรูปแบบการอภิบาลโดยผู้ประกอบการ หรือธุรกิจ ในระบบนี้เราไม่ค่อยรู้จัก แต่มีความน่าสนใจ คือการมีบริหารจัดการโดยให้เกิดผู้ผลิต และผู้บริโภค ถามว่าหากจะกำหนดนโยบาย ต้องรออนุมัติจากไหนหรือไม่นั้น คำตอบคือเป็นการประเมินตามกลไกตลาด ธุรกิจใหญ่ๆ จะฟังประชาชนเสมอ มีเป้าหมายเพื่อกำไร มีการชี้วัดผลอย่างชัดเจน การทำงานแบบนี้น่าสนใจ แต่ภาคประชาชนไม่ค่อยให้ความสนใจ ภาครัฐก็เช่นกัน

และแบบที่สาม เป็นระบบที่เราทำกันอยู่คือการอภิบาลโดยเครือข่าย การบริหารจัดการเป็นไปในลักษณะแนวนอน เป็นภาคประชาสังคม อภิบาลกันเอง กินเงินเดือนตัวเอง เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานเครือข่ายไม่ใช่สังกัดเดียวกัน ไม่ได้เป็นทีมเดียวกัน มันเป็นเครือข่ายจากหลายส่วนมาร่วมกัน ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราจะมีความสุขมาก เราจะไม่บังคับกัน เพราะเราไม่ได้มีลักษณะบังคับบัญชา แต่เป็นการทำงานแบบแนวราบ ที่ประสานพลังร่วมกัน มีเป้าหมายร่วมกัน แล้วถ้าทำแบบนี้ได้ มันจะเกิดผลที่มีพลังมากๆ

เปรียบเทียบการอภิบาลแบบเครือข่าย กับการอภิบาลโดยรัฐ

ประเด็นแรก การทำงานแบบเครือข่าย เรามีผู้เกี่ยวข้อง (Actor) มีตัวเล่นหลายภาคส่วนมาก “อย่างในห้องนี้เรามีพี่วิจิตต์ มาจากภาครัฐ มีพี่อ้วนภาคประชาสังคม มีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันทำ แต่ถ้าเป็นการอภิบาลโดยรัฐ ก็จะมีเฉพาะ “รัฐ”

ประเด็นที่สอง การทำงานเครือข่ายจะมีความสนใจที่กว้างมาก (Board Spectrum of interest) ซึ่งข้อดีอยู่ที่ความหลากหลาย เราไม่จำเป็นต้องทำงานเหมือนกัน ไม่มีแผนก หน้างานจะกว้างขวาง แต่รัฐจะเป็นไปแบบของใครของมัน มีกำแพง

ประเด็นที่สามเป็นการมาเข้าร่วมกันเป็นเครือข่าย (Common) เรามี  5 หลักการร่วม คือมีค่านิยมร่วมกัน (Value) มีการเคารพในศักดิ์ศรีของเพื่อน ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีก่อน หรือแปลอีกอย่างว่าคุณค่าศักดิ์ศรีของมนุษย์เท่ากัน, มีหลักการร่วมกัน (Principle), มีเป้าหมายร่วมกัน (Goal), กติการ่วมกัน (Rule), ไม่คิดแบบตัวเองเป็นใหญ่ และมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resources) เช่น ใช้เวลา การทุ่มเท การตั้งใจร่วมกัน เรามี 5 ร่วมนี้ จะเกิดการทำงานแบบเครือข่าย รัฐจะสั่งการ

ประเด็นที่สี่ การถกแถลง (Deliberate) เราต้องมีส่วนร่วมในการถกแถลง มีการคุยด้วยกันเยอะจนกลายเป็นมติ แต่ไม่ขึ้นตรงต่อกัน นับถือกันเป็นพี่น้อง เคารพการทำงานของกันและกัน แต่ถ้าเป็นรัฐจะเป็นคำสั่ง เน้นบังคับบัญชา

ประเด็นที่ห้า ความสัมพันธ์ (Engagement) การอภิบาลโดยเครือข่ายจะมีความสัมพันธ์เป็นแนวนอน ส่วนการอภิบาลแบบรัฐจะเป็นแนวตั้ง

นพ.อำพลทิ้งทายไว้ว่าหากเราอภิบาลในลักษณะของเครือข่ายเช่นนี้ เราจะสามารถขับเคลื่อนสังคมกันไปทีละเล็กน้อย ร่วมกันอย่างมีพลังด้วยกัน จะเห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน โดยการเป็นพี่เป็นน้องกัน สังคมจะเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ไปแบบช้าๆ แต่มีพลัง “หวังว่าเราจะได้พบกัน ทำงานร่วมกัน”

โดยวีราภรณ์ ประสพรัตนสุข

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook