BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

บอกเล่าประสบการณ์จัดทำธรรมนูญสุขภาพ จากหมู่บ้านคลองอาราง ถึงตำบลบ้านแก้ง โดยหมอวิจิตต์ สีมา รองนพ.สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว

“ธรรมนูญสุขภาพ คือข้อตกลง (ความฝัน) ร่วมกันของคนในตำบล ที่อยากเห็น อยากเป็น อยากมี (ภาพที่พึงประสงค์) เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพ (สุขภาวะ) ที่ดีทั้งทางกาย ทางใจ ทางปัญญา และทางสังคม และคุณค่าของธรรมนูญสุขภาพตำบลนั้นคือ เป็นภาพอนาคตที่คนในตำบลมาร่วมกันคิด โดยที่คนนอกไม่เกี่ยว เป็นสิ่งที่กำหนดการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้เป็นสิ่งยึดโยงคน หมู่บ้าน หน่วยงาน องค์กร เป็นที่รวมสรรพกำลังคน เงิน (กองทุน) และอื่น ๆ รวมถึงว่าธรรมนูญสุขภาพนี้บ่งบอกว่าคนในตำบลมีความรักความสามัคคีกัน” (คัดจาก Power Point นำเสนอในเวทีธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่ 15 ม.ค. 2557 โดยนพ.วิจิตต์ สีมา)

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2557 ตำบลบ้านแก้ง จังหวัดสระแก้วได้มีการประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพที่ก่อร่างสร้างข้อตกลงกันโดยคนในพื้นที่อย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการธรรมนูญสุขภาพตำบลบ้านแก้ง น่าอยู่ด้วยการจัดการตนเอง ฉบับที่ 1 และบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อสร้างความร่วมมือ ภายในงานคึกคักไปด้วยชาวบ้านจากทั้ง 16 หมู่บ้าน นำโดยนายไพโรจน์ เที่ยงธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง และ นายแพทย์สมยศ ศรีจารนัย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว รวมถึงผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน วัด โรงเรียน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) พอช.  แพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ฯลฯ

ธรรมนูญสุขภาพของคนบ้านแก้งเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น หนึ่งในผู้ริเริ่ม และเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดการจัดทำธรรมนูญสุขภาพในระดับตำบลในครั้งนี้คือคุณหมอวิจิตต์ สีมา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ที่ผ่านประสบการณ์การจัดทำธรรมนูญสุขภาพระดับหมู่บ้าน ขึ้นที่หมู่บ้านคลองอาราง และส่งผลให้คนในหมู่บ้าน อยู่ดีกินดี สุขภาวะดีขึ้นตามลำดับ และปัจจุบันที่นี่กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดกระบวนการการทำงานด้านสุขภาพ และเกษตรพอเพียงให้คนภายนอกได้เข้ามาศึกษา ต่อมาจึงชักชวนกันขยายพื้นที่ระดับหมู่บ้าน สู่การจัดทำธรรมนูญสุขภาพระดับตำบล โดยแกนนำในพื้นที่รวมถึงคุณหมอวิจิตต์ปักธงจัดทำธรรมนูญสุขภาพประจำตำบลให้ได้ 9 ตำบล และตำบลบ้านแก้งถือเป็นจุดเริ่มต้น หมุดหมายที่หนึ่ง ทีมงาน areahpp.net มีโอกาสดีได้พูดคุยกับคุณหมอถึงแนวคิดการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ จึงเก็บถ้อยสัมภาษณ์เอามาฝากกัน

ที่มาที่ไปของการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ
“สมัยเริ่มต้นทำงาน ผมถามยายคนนึงระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อเก็บข้อมูลทำงานพัฒนาสุขภาพที่หมู่บ้านคลองอารางว่า อยากเห็นบ้านเราเป็นยังไง มีความทุกข์เรื่องอะไร ยายก็ตอบมาว่า “ยายกังวลที่ลูกหลาน บ่อยู่น่ำกัน” หลังจากได้รับคำสะท้อนของคุณยายในหมู่บ้านในวันนั้น โจทย์การทำงานที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะเก็บข้อมูลมาทำงานเรื่องสุขภาพเปลี่ยนไป “ชาวบ้านเขาไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ คือไม่ได้เป็นปัญหาที่เดือดร้อนมากๆ แต่ที่เขาเห็นเป็นปัญหาคือ เรื่องปากท้อง เศรษฐกิจไม่ดี คนก็ออกไปทำงานนอกบ้าน ครอบครัวก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน คนพอมีแรงก็ออกไปทำงานนอกหมู่บ้านกันหมด เหลือเด็ก กับคนแก่อยู่บ้าน สายใยทางครอบครัวมันหายไป สายใยทางสังคมก็หายตามไปด้วย เด็กเยาวชนก็เริ่มมีปัญหา แล้วยาเสพติด อาชญากรรมก็เข้ามา ตอนนั้นก็เลยคิดว่าควรบูรณาการ การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพ กับเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าด้วยกัน”

จากแนวคิดนำไปสู่การทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
หลายภาคส่วนในหมู่บ้านคลองอารางเริ่มประชุมหารือ ร่วมกันคิด ร่วมกันจัดวางถ้อยคำที่แต่ละคนเสนอเข้ามาจนกลายเป็นธรรมนูญสุขภาพ “เราให้ชาวบ้านเขาคิดเอง สิ่งสำคัญคือพยายามเก็บเอาคำของแต่ละคนมาอยู่ในธรรมนูญ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของ พอทุกคนเป็นเจ้าของ เขาก็จะละอายถ้าไม่ทำตามกฎของตัวเอง” นอกจากนี้ที่หมู่บ้านยังมีเครื่องมือทรงประสิทธิภาพอีกชนิด นั่นคือสื่อสาธารณะที่อยู่ภายในชุมชน เช่น กิจกรรมที่ให้เด็กมาอ่านข่าวในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านมาบอกเล่าถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ในชุมชน มีเสียงตามสายด้วย

ผลที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านคลองอาราง
เมื่อธรรมนูญสุขภาพ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้น ชาวบ้านก็เริ่มพออยู่พอกิน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคมก็กลับมา ในกติกาของหมู่บ้านมีการแบ่งหน้าที่กันภายในชุมชนให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่อง และมีการบสร้างความเข้มแข็งในชุมชน เช่น ทำให้เกิดกองทุนข้าว เกิดการรวมกลุ่มปลูกพืชผักสวนครัวเกิดการแลกเปลี่ยนอาหารการกินผลผลิตการเกษตรกันภายในหมู่บ้าน เรื่องสุขภาพก็เกิดการดูแลตนเอง ดูแลเพื่อนบ้านร่วมกัน การดูแลกันภายในก็เหมือนกับเป็นการเติมพลังให้ซึ่งกันและกัน คนที่มีมากกว่าก็ไปช่วยบ้านที่มีน้อยกว่า จากแต่เดิมชุมชนต่างคนต่างอยู่ ความอบอุ่นก็เกิดขึ้น คนที่เคยออกไปทำงานนอกบ้านก็เริ่มกลับเข้ามาทำงานในพื้นที่ตนเอง ครอบครัวเริ่มอยู่พร้อมหน้า ปัญหาเด็ก เยาวชน อาชญากรรม ยาเสพติดก็ลดลง ชุมชนก็เข้มแข็งขึ้น

เมื่อขยายพื้นที่ของธรรมนูญจากหมู่บ้าน สู่ตำบล
“เริ่มต้นในพื้นที่ ก็คุยกันว่าถ้าอยากทำ ก็ต้องเอาตัวจริงเสียงจริงจากทั้ง 16 หมู่บ้านที่อยู่ในตำบลบ้านแก้งมาคุยกันเสียก่อน ให้ทุกคนตกลงร่วมกันว่าจะเอาธรรมนูญสุขภาพแน่ๆ” นี่เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นก่อนอย่างอื่น เพราะการพัฒนาต้องมาจากความต้องการของคนในพื้นที่จริงๆ ธรรมนูญสุขภาพก็เช่นกัน จากนั้นเริ่มทำแผนที่ชุมชน เพื่อวางแผนผังทั้งตำบลใครอยู่ตรงไหน มีบทบาทอย่างไร รวมถึงสถานที่สำคัญ โดยให้แต่ละหมู่บ้านกลับไปทำแผนที่ชุมชนของตนเองแล้วนำมารวมกัน ต่อมาก็เริ่มยกร่างธรรมนูญสุขภาพขึ้น โดยต้องมีทีมทำงานสักชุด ที่ยอมเหนื่อยเพื่อชุมชน และเป็นแกนคนทำงานที่สำคัญ ช่วยกันยกร่างธรรมนูญโดยกระบวนการมีส่วนร่วม แล้วขอความคิดเห็นจากแต่ละหมู่บ้าน และจัดเวทีรับฟังภาพรวมทั้งตำบล ก่อนมาประกาศธรรมนูญร่วมกัน โดยวันประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพตำบลบ้านแก้ง มีเครือข่ายเข้าร่วมประกอบไปด้วย ชาวบ้าน 16 หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล วัด โรงเรียน (ในพื้นที่นี้คุณครูมีบทบาทในการขับเคลื่อนสูง) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) พอช.  แพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ฯลฯ ทั้งนี้การประกาศใช้ไม่ได้หมายถึงว่าเราทำงานเสร็จสิ้นแล้ว แต่หมายถึงเป็นการเริ่มต้นของการใช้ธรรมนูญสุขภาพร่วมกันดังนั้นจึงต้องมีการประสานงานเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน พร้อมทั้งมีกลไกหนุนเสริม ติดตาม รายงานผล และกระบวนการทบทวนในทุกๆ ปี

ข้อค้นพบ เรียนรู้จากการทำธรรมนูญสุขภาพ
“ต้องระเบิดจากภายใน” หมายความว่าการขับเคลื่อนต้องเป็นแรงผลักดันจากภายในพื้นที่เอง โดยที่การทำงานชุมชนเป็นกระบวนการที่ต้องสร้างการมีส่วนร่วม ต้องชวนกันพูด ชวนคิด ชวนทำ ธรรมนูญบ้านแก้งมีกระบวนการที่ใช้เวลาเป็นปี ไม่ใช่ได้ทันทีที่ต้องการแบบสั่งการจากบนลงล่าง (Top Down) เพราะเราต้องรอเวลาให้ทุกฝ่ายพร้อมก่อน และต้องเข้าไปเรียนรู้เพื่อเข้าใจบริบทแต่ละชุมชน แล้วเอาเครื่องมือเข้าไปช่วย ไม่ยัดเยียด แต่ไปชวนคุยให้ฉุกคิด เพราะทุกที่มีวัฒนธรรม มีทุนทางสังคมไม่เท่ากัน ซึ่งกระบวนการจำเป็นต้องให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันด้วยการผลัดกันดูงานระหว่างหมู่บ้าน เป็นการบูรณาการความรู้ เครือข่ายชาวบ้าน และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาปรับเข้ากับบริบทของเขา

เครือข่ายท่านใดสนใจอ่านรายละเอียดธรรมนูญบ้านแก้งโปรดคลิกที่นี่ หรือท่านใดมีประสบการณ์การทำธรรมนูญสุขภาพในพื้นที่อื่นๆ ขอเชิญชวนมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ พื้นที่แห่งนี้ร่วมกัน การเรียนรู้ก็เหมือนหน้าต่าง ยิ่งเปิดออก ยิ่งเห็นโลกกว้าง ทุกท่านว่าจริงไหม?? ส่งบทความ เรื่องเล่า ข้อความ งานเขียนฯลฯ ของท่านมาได้ที่ areahpp@gmail.com ด้วยจิตคารวะ

Check Also

เครือข่ายกลุ่มเฝ้าระวังผิวน้ำดิน 3 อำเภอ ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ดึงทุกภาคส่วนฟื้นฟูแหล่งน้ำผิวดิน ทั้ง”ภาคครัวเรือนเกษตรและอุตสาหกรรม”

การประชุมเชิงปฏิบัติการ “นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม บนพื้นฐานทางปัญญา” คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพ จังหวัดระยอง” วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 ผู้เข้าร่วม จากภาคส่วนต่างๆ ชุมชน ประชาสังคม ท้องถิ่น ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook