BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

“จากบทเรียน สู่…จินตนาการใหม่”17 จว.นักสานพลังสะท้อนก้าวต่อไป PHPP ควรก้าวต่อในทิศทางใด เพื่อการขับเคลื่อนยั่งยืน

นักสานพลัง จาก 17 จังหวัดระดมความคิดก้าวต่อไปของกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม (Participatory Healthy Public Policy: PHPP) จากบทเรียน 1 ปีที่ผ่านมา ระบุตัวแทนที่แท้จริงต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนงานด้วยเห็นความรู้เป็นสำคัญ และเกาะติดประเด็นต่อเนื่อง ด้านการมีส่วนร่วมแบบคุณภาพ ต้องเริ่มหล่อหลอมจากสถาบันครอบครัว และการได้มาซึ่งฉันทามติต้องเคารพเสียงส่วนน้อย และจัดระดับความสำคัญของนโยบายสาธารณะร่วมกัน โดยยึดตามแผนของจังหวัด

เมื่อวันที่ 17 – 19 มกราคม 2557 นักสานพลังสมัชชาสุขภาพจาก 17 จังหวัด 4 ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ เข้ารับอบรมกระบวนการเรียนรู้ตามโปรแกรม Core Module 3 ในโครงการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ปี 2556 ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ โดยภายในงานยังประกอบไปด้วย นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, คุณสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่ (สปพ.) แห่งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และคุณสุนีย์ สุขสว่าง ผู้ชำนาญการสำนักพัฒนาวิชาการและการจัดการความรู้ สช. และเหล่าทีมงานอีกกว่า 10 ชีวิต

IMG_4180การอบรมครั้งนี้มีรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละพื้นที่ซึ่งกันและกันภายใต้แนวความคิดว่านักสานพลังแต่ละคนล้วนเป็นคนทำงานตัวจริงในพื้นที่ ดังนั้นจึงมีความรู้ที่สั่งสมจากประสบการณ์ซึ่งล้วนมีคุณค่า ซึ่งหากมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างพื้นที่ จะยิ่งทำให้ศักยภาพที่มีอยู่เดิมของแต่ละคนเพิ่มพูนขึ้นอย่างทวีคูณ

โดยหัวข้อหนึ่งของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่น่าสนใจ และถือเป็นโจทย์หลักของการอบรมครั้งนี้คือการระดมสมองในหัวข้อ “จากบทเรียน…สู่จิตนาการใหม่” เจาะลึกความท้าทายใหม่ๆ ภายใต้คำถามว่าทำอย่างไรกระบวนการ PHPP (การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบบมีส่วนร่วม) จะไปถึง 3 ประเด็นคือความเป็นตัวแทนของประเด็นนโยบายที่นำเสนอภายในจังหวัดที่แท้จริง และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย, คุณภาพกระบวนการมีส่วนร่วมตามอุดมคติประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และกระบวนการหาฉันทามติและคุณภาพของมติ

ในประเด็นความเป็นตัวแทนที่แท้จริงของจังหวัดในแต่ละประเด็นนั้น ได้มีการอภิปรายจัดกลุ่มเพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดว่าควรเป็นอย่างไร คนที่จะมาเป็นตัวแทนสมัชชาจังหวัด จะเลือกอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคนที่มาจากองค์กรรัฐ บางครั้งมาตามหน้าที่ มาแล้วก็ไป และบางครั้งก็ไม่มีหน้าที่ตัดสินใจ รับเอกสาร แล้วไปปรึกษานาย กับอย่างที่สองคือเป็นตัวแทนที่มีอำนาจเต็มที่ สามารถตัดสินใจได้เลย แล้วยังมีประเด็นความเป็นตัวแทน ว่าเป็นตัวแทนที่แท้จริงหรือไม่ ประเด็นนี้ต้องหาทางออกใหม่เพื่อทำงานต่อไป โดยให้ความสำคัญไปที่คนที่เป็นตัวแทนควรจะมาจากคนที่มีความรู้ เกาะติดอยู่ในสถานการณ์ หรือประเด็นนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ถกเถียงกันในประเด็นการจะได้รับการยอมรับในฐานะตัวแทน ว่าการเป็นตัวแทน ไม่ใช่การเป็นผู้แทน หมายถึงว่าไม่จำเป็นต้องมาจากการถูกคัดเลือก แต่มาจากการเป็นตัวจริงที่ มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เกาะติดประเด็น ซึ่งในแต่ละพื้นที่สามารถรู้ได้อยู่แล้วว่าใครทำงานในประเด็นนั้นจริง

สำหรับประเด็นการยอมรับ และคุณภาพกระบวนการในแบบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมนั้น มีการนำเสนอถึงการมีส่วนร่วมแบบมีคุณภาพ โดยมองว่าคำว่า “มีส่วนร่วม” มี 2 ส่วนก็คือ การมี “ส่วน” ได้ส่วนเสีย กับการ “ร่วม” มีบทบาทหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการที่มีคุณภาพ ว่าหากมีสองส่วนนี้ และมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่เต็มกำลังก็จะมีคุณภาพ

นอกจากนี้ได้สะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่าลักษณะการมีส่วนร่วมในเวลานี้อยู่ในรูปแบบของการร่วมมือ แต่ไม่ใช่การมีส่วนร่วมแบบตัดสินใจ หมายถึงมีส่วนร่วมด้วยการไปนั่งฟัง และจดบันทึก แต่ไม่ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น ณ วันนี้คนเป็นตัวแทน แต่ไม่ได้ใช้เวทีทำหน้าที่ตัวแทน ไม่ได้เก็บเกี่ยวประเด็นกลับไปทำงาน ทั้งนี้การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงมีการตั้งคำถามขึ้นมาว่าพื้นที่ ที่ทำกันอยู่เป็นพื้นที่ของเราจริงหรือไม่ หรือเป็นสิ่งที่เราเห็นว่ามีปัญหา แล้วเราก็มาแก้ แต่เราไม่ใช่คนที่อยู่ในปัญหา

สำหรับข้อเสนอในการได้มาซึ่งคุณภาพในกระบวนการสมัชชานั้น มองว่าหากจะสร้างตั้งแต่ระดับพื้นที่ ก็จะกลายเป็นกระบวนการหล่อหลอมคน เพราะฉะนั้น การมีฉันทามติต้องเริ่มตั้งแต่ครอบครัว ซึ่งการทำให้เกิดฉันทามติหลักจะต้องเป็นพื้นที่เปิด ที่ทำให้คนสามารถเข้ามาใช้ มานำเสนอร่วมกัน ในอนาคตให้มีการเปิดเวทีเพื่อการมีส่วนร่วมเป็นเวทีกลาง ที่ไม่ปิดกั้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนอื่นในแสดงความคิดเห็น ตามหลักเหตุและผล นอกจากนี้ต้องมองถึงคุณภาพของคนที่จะเข้ามาต้องมีองค์ประกอบของความบริสุทธิ์ใจ คือจะต้องเป็นคนที่มีจิตใหญ่ ใจสาธารณะ เปิดรับฟัง และมองเห็นคนอื่นด้วย

ส่วนประเด็นการหาฉันทามติ และคุณภาพของมติหรือข้อเสนอ มีข้อสรุปว่าการเป็นฉันทามติที่มีคุณภาพนั้น ต้องเกิดจากการนำเสนอมติได้อย่างละเอียดรอบคอบ รวมถึงมีความเป็นผู้แทนของแต่ละเรื่อง และมีผู้สนับสนุนตินั้นมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของการเป็นร่วมกระบวนการฉันทามติ กระบวนการหาฉันทามติ และมีการกำหนดกระบวนการที่นำไปสู่ฉันทามติไว้ชัดเจนหรือไม่ ถ้าทุกประเด็นนี้ชัดเจน การทำฉันทามติก็จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ในกระบวนการการหาฉันทามติ และคุณภาพของฉันทามติ รวมถึงการนำเสนอนั้นต้องพิจารณา 4 อย่างคือขนาดของปัญหา ความสำคัญ และความรุนแรงของปัญหา, การหาเจ้าภาพ, ความเป็นไปได้ และการนำไปสู่การปฏิบัติจริง

นอกจากนี้มีการนิยามคำว่า “ฉันทามติ” ว่าหมายถึงการเห็นพ้องต้องกัน นั่นคือการมีเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่เสียส่วนน้อยอาจจะไม่เห็นด้วย ในที่นี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะกระบวนการนี้ต้องเคารพคนเสียงน้อย ทั้งนี้การทำงานต้องมีการเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างงาน และหลังงาน ต้องกำหนดว่าแต่ละคนเมื่อมีการหามติ จะต้องปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่ และรับฟังเสียงส่วนน้อย สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายได้ คือวิชาการต้องเข็มแข็ง

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือนโยบายควรตรงกับแผนของจังหวัด และควรรู้ว่าสมัชชาเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ดังนั้นต้องมีการจัดระดับความสำคัญของนโยบายสาธารณะร่วมกัน ต้องดูว่าเรื่องใดสามารถทำได้ก่อน ยกตัวอย่างระหว่างเรื่องยาเสพติด กับท้องไม่พร้อม เรื่องแรกเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอิทธิพล ขยับได้ยาก ดังนั้นให้ไปทำเรื่องหลังก่อน แต่ไม่ได้หมายถึงว่าทิ้งประเด็นแรกไปเลย ต้องสร้างการมีส่วนร่วมที่ไม่ทำให้เพื่อนที่ยึดประเด็นรองเป็นประเด็นหลักในการทำงานน้อยใจ คือคำนึงถึงการหาพื้นที่ และแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเพื่อนกลุ่มส่วนน้อย หรือประเด็นที่ขยับยากกว่าไว้ด้วย

โดยในช่วงท้ายของเวที คุณสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่ (สปพ.) ได้กล่าวตั้งคำถาม พร้อมสะท้อนความเห็นว่า เราเห็นอะไรในจิตนาการใหม่หรือไม่ สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ เราไม่สามารถเอาคนทั้งจังหวัดมาเข้าฉันทามติได้ ดังนั้นต้องมีผู้แทนที่แท้จริง แล้วก็มีคนถามว่าผู้แทนที่แท้จริงต้องเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นผู้แทนที่รู้เรื่องนั้นๆ ให้ความสำคัญกับความรู้ มากกว่าจะมาเป็นตัวแทน นอกจากนี้กระบวนการก็ต้องเป็นกระบวนการที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวันของพื้นที่นั้น เมื่อมาถึงเรื่องการสร้างฉันทามติ ความน่าสนใจอยู่ที่ว่าคนส่วนหนึ่งเห็นพ้อง ส่วนคนอีกส่วนหนึ่งไม่เห็นพ้อง ก็มีการนำเรื่องดังกล่าวไปทำในพื้นที่ของคนที่เห็นพ้อง มันเป็นความหลากหลาย นอกจากนี้กระบวนการฉันทามติไม่ได้เป็นกระบวนการครั้งเดียว แต่เป็นการคุยกันหลายครั้งจนตกผลึก และกลายเป็นการเห็นพ้องด้วยกัน และกลายเป็นฉันทามติร่วมกัน

ปล.เครือข่ายการเรียนรู้คงเหมือนการเปิดหน้าต่าง ยิ่งเปิดเพื่อเชื่อมเข้าหากันเท่าไหร่ เรายิ่งมองเห็นกันและกันได้กว้างขึ้นเท่านั้น เห็นมากยิ่งรู้มาก รู้มากยิ่งขับเคลื่อนได้มาก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ areahpp.net ด้วยการส่งบทความ งานเขียน รายละเอียด ความคืบหน้างาน หรือสิ่งใดๆ ที่ต้องการส่งมาให้เราได้ที่ areahpp@gmail.com ทีมงานยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดรับทุกข้อมูลด้วยความเต็มใจ

เรื่องโดย: วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook