BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

ส่องการพัฒนา PHPP ในพื้นที่ โดยนักสานพลัง 17 จว. พบ!! คนทำงานสมัชชาต้องต่อเนื่อง สื่อสารเครือข่ายสำคัญ เครือข่ายมาก จัดการมาก แต่พลังยิ่งมากหากร่วมมือกัน

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุ กำนันสุเทพประกาศเดินขบวนทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ภายใต้วาทะกรรมที่เป็นที่รู้จักจากนานาประเทศว่า “Shutdown Bangkok” “นักสานพลัง” สมัชชาสุขภาพเดินทางจาก 17 จังหวัด รวม 44 คน เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เพื่อร่วมขบวนปิดกรุง แต่เริ่มกระบวนการเรียนรู้ตามโปรแกรม Core Module 3 ในโครงการพัฒนาศักยภาพนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ปี 2556 ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์

 areahpp01การอบรมครั้งนี้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 – 19 มกราคม 2557 รวม 3 วัน ทั้งกลางวันและกลางคืน และเริ่มเปิดห้องเรียนกันตั้งแต่วางกระเป๋าเดินทางเลยทีเดียว คุณสุนีย์ สุขสว่าง ผู้ชำนาญการสำนักพัฒนาวิชาการและการจัดการความรู้ แม่งานครั้งนี้ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ไว้ว่ากระบวนการจะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันภายในเครือข่าย เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างทักษะสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบท นอกจากนี้จะเป็นการพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคลเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม โดยภายในงานยังประกอบไปด้วย นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คุณสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนปฏิบัติการพื้นที่ (สปพ.) แห่งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และเหล่าทีมงานกว่า 10 ชีวิต

เมนูการเรียนรู้ได้แบ่งเป็นช่วงของการรู้จักเพื่อน รู้จักตัวเองผ่านกิจกรรมเช็คอินต่างๆ แต่หลักใหญ่ใจความของกิจกรรมครั้งนี้ คือการเรียนรู้กระบวนการสมัชชาเฉพาะพื้นที่ ผ่านการสะท้อนประสบการณ์การทำงานในพื้นที่จริงของนักสานพลังแต่ละท่านที่มาเรียนรู้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ปี พ.ศ. 2557 ที่ สปพ. ได้วางไว้ในยุทธศาสตร์ด้านนักสานพลังว่า ต้องการให้เกิดการพัฒนากระบวนการโปรแกรมนักสานพลัง โดยนำแกนประสาน มาพัฒนาทักษะด้านต่างๆ และเปิดวงคุยสำหรับเป็นพื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ โดยให้เครือข่ายทั้งจากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคกลาง มาเจอกัน ซึ่งคาดหวังให้นักสานพลังเหล่านี้ได้กลับไปเชื่อมร้อยในพื้นที่ ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงสานพลังนอกจังหวัดกันเป็นเครือข่ายเพื่อนทำงานร่วมกัน

สำหรับโจทย์ในการเรียนรู้ครั้งนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ “ส่องการพัฒนา PHPP ในพื้นที่ 1 ปีที่ผ่านมา” เพื่อหาข้อค้นพบ และสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละพื้นที่ และการระดมสมองในหัวข้อ “จากบทเรียน…สู่จิตนาการใหม่” เจาะลึกความท้าทายใหม่ๆ ภายใต้คำถามว่าทำอย่างไรกระบวนการ PHPP จะไปถึง 3 ประเด็นคือความเป็นตัวแทนของประเด็นนโยบายที่นำเสนอภายในจังหวัดที่แท้จริง และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย คุณภาพกระบวนการมีส่วนร่วมตามอุดมคติประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และกระบวนการหาฉันทามติและคุณภาพของมติ หรือข้อเสนอ

กิจกรรม “ส่องการพัฒนา PHPP ในพื้นที่ 1 ปีที่ผ่านมา” เปิดวงย่อยคุยกัน พร้อมกับ “นำเสนอข้อค้นพบและบทเรียนสำคัญ”  ในวงใหญ่ โดยสรุปนักสานพลังพบบทเรียนสำคัญ ด้านกระบวนการทำสมัชชานั้นต้องทำต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจ และเพื่อให้เห็นเส้นทางปลายทาง ให้เห็นกระบวนฉันทามติ แล้วร่วมกันคิดว่าวางแผนว่าแล้วจะเดินต่ออย่างไร ตามมติที่วางไว้ ทั้งนี้ต้องเน้นว่าสมัชชาเป็นเรื่องของกระบวนการ ไม่ใช่การที่มีแหล่งทุนเข้ามาสนับสนุน การประชุมแม้จะเสียเวลาบ้าง แต่ก็ยังต้องทำเพื่อสร้างความเข้าใจ

ด้านการสร้างเครือข่ายพบว่าหากสมาชิกการทำงานถ้าเป็นกลุ่มเดิมตั้งแต่ต้นทาง จะทำให้การทำงานขยับได้เร็วมากขึ้น แต่ถ้าไม่มีคนใหม่เข้ามาเลย ก็อาจจะเป็นการทำงานในกรอบความคิดเดิม นอกจากนี้ในเรื่องการหาเจ้าภาพการทำงาน หากเจ้าภาพเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ตัวแทนที่เข้าร่วมมีผลต่อการขับเคลื่อนการทำงาน เพราะหากองค์กรส่งตัวแทนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ก็จะไม่สามารถตอบ หรือดำเนินการได้ในทันที ต่างจากองค์กรที่เป็นภาคประชาสังคม ตัวแทนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่จะสามารถตัดสินใจได้เลย ประเด็นนี้เป็นเรื่องของวัฒนธรรมในองค์กรที่ต่างกัน

ด้านการสื่อสารพบว่าบางจังหวัดยังขาดระบบการสื่อสาร การรับรู้ของประชาชนในจังหวัด การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับมติ ส่งผลต่อการมีส่วนร่วม นอกจากนี้พบปัญหาความเทอะทะของกลไกการทำงาน เช่น บางจังหวัดมีคณะกรรมการมากถึง 154 คน ทำให้กว่าจะประชุมลงมติดำเนินงานแต่ละเรื่องต้องใช้การจัดการค่อนข้างมาก ที่สำคัญองค์กรส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรที่สำคัญมากต่อการสำเร็จของการทำงานแต่ละประเด็น ดังนั้นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่นถึงกระบวนการสมัชชา ส่วนด้านงบประมาณในการขับเคลื่อน มีทั้งมาจากภาครัฐ องค์กรของตนเอง หากเป็นภาครัฐการทำเอกสารก็ต้องใช้เวลา ส่วนภาคประชาสังคมก็จะมีระเบียบไม่มาก

นอกจากนี้มีการมองถึงความยั่งยืน ที่มีการอบรมการเรียนรู้งานสมัชชากันเป็นรุ่นๆ เพราะเราพูดกันเสมอว่าสมัชชาต้องเป็นการทำงานต่อเนื่องด้วยความเข้าใจในกระบวนการ จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างการทำงานในพื้นที่ตั้งแต่จากด้านล่าง และถ้ากลไกเข้มแข็ง ประเด็นจะออกมาเอง โดยมีกรณีศึกษาที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งตอบโจทย์การมีส่วนร่วมของสังคมในแต่ละระดับ โดยภายในจังหวัดมีการสร้างกลไกสมัชชาระดับตำบล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด

ทั้งนี้ในวงพูดคุยได้มีการเสนอให้เกิดวัฒนธรรมการสรุปบทเรียนการทำงานทุกครั้ง เพื่อส่งต่อความรู้สู่คนทำงานรุ่นต่อไป และใช้สื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Social Media เป็นเครื่องมือในการสื่อสารการทำงานทั้งภายในเครือข่าย และสื่อสาธารณะ

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ กล่าวให้ข้อคิดในช่วงท้ายของเวทีว่า ถ้าใครมีโอกาสอยู่ตรงนี้ต่อเนื่อง จะเห็นความงามเยอะมากขึ้น เพราะขณะนี้เรากำลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันจากคนหลายภาคส่วน หลายคนในที่นี้อยู่ในภาคประชาสังคม บางคนเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข บางคนเป็นอาจารย์ เป็นนายก อบต. เป็นผู้ใหญ่บ้าน คือมาจากสามส่วนของสังคมทั้งภาคประชาสังคม ภาคปกครอง และภาควิชาการ ตามแนวคิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งครบสามองค์ประกอบนี้ เราจะสามารถขับเคลื่อนสังคมได้สำเร็จ สมัชชาสุขภาพไม่มีประเด็นของตัวเอง เป็นแค่กระบวนการที่ให้แต่ละจังหวัดเอาไปจัดให้เหมาะกับพื้นที่ และต้นทุนของตนเอง หาคนมาทำงานร่วมกัน  คนหนึ่งทำความรู้วิชาการ อีกคนทำข้อเสนอเชิงนโยบาย หาฉันทมติ แล้วเอาไปผลักดัน ไปขับเคลื่อน ในขณะเดียวกันก็ทำการสื่อสารสังคม แล้วถอดบทเรียน ประเมินผล จากนั้นเอาของดีมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพื้นที่อื่นอย่างที่เราทำกันในวันนี้ เท่านั้นยังไม่จบยังหมุนกลับไปที่จุดเริ่มต้น แล้วทำต่อไป ส่วน สช.ก็สนับสนุนกลไกให้พื้นที่เดินไป หลังจากนี้ถ้ามีประเด็นเข้ามา เรื่องอะไรก็ได้ ก็ใช้กระบวนการสมัชชาแบบนี้ขับเคลื่อนไปเรื่อยๆ

“เราเคยทำงานแบบการสั่งการลงมา แล้วทำตามสั่ง แต่สมัชชาไม่ได้ทำแบบนี้เราทำแบบเป็นเครือข่าย เป็นแบบประชาธิปไตยที่มีส่วนร่วม การทำแบบนี้ยาก แต่การทำงานที่มาร่วมกันจะเป็นการทำแบบมีใจ ถ้าเราคิดแบบแรก มันเป็นการคิดแบบเชิงอำนาจ งานแบบนี้จะไม่มีใจ ผลออกมาจะไม่ได้เท่าแบบเครือข่าย เพราะเป็นการทำงานที่เห็นภาพ เห็นวิสัยทัศน์ร่วมกัน เห็นสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งการทำงานเป็นเครือข่ายจำเป็นต้องบริหารจัดการโดยเครือข่าย ถ้าเราเข้าใจวิธีคิดนี้ เราจะทำงานได้โดยไม่เห็นว่าคนเยอะเรื่องเยอะ แน่นอนว่างานนี้ทั้งเหนื่อย และยากในการใช้เวลาสร้างความเข้าใจ ดึงคน ดึงทุนชุมชนเข้ามาเยอะ แต่ถ้าทำให้ดี จะเกิดขุมพลังขับเคลื่อนคนทำงานเยอะมาก” นพ.อำพลกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับรายละเอียดหัวข้อการระดมสมองในหัวข้อ “จากบทเรียน…สู่จิตนาการใหม่” ผลสรุปเป็นเช่นไร โปรดติดตาม

เรื่องโดย: วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข

Check Also

“นักสื่อสารสุขภาวะภูมิภาค” ผนึกกำลัง เปิดพื้นที่สื่อสาร การขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ

  เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสุชน 3 ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เกิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายคนทำงานสื่อสารขับเคลื่อนโยบายสาธาณะเพื่อสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคณะทำงานสื่อสารในระดับภาคเหนือ ภาคอีสาน ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook