BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

เคลื่อนขบวนกว่า 8,000 คนร่วมงานสมัชชาอุบล 12 ซุ้ม ปลุกลานสมัชชาคึกคัก เตรียมเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษา และการจัดการขยะ

เมื่อวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2556 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด มีการจัดเวทีประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2556 โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมงานทั้งจากภาครัฐ ฝ่ายปกครอง สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล คนทำงานสาธารณสุข ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน รวม 8,364 คน

โดยในเวทีสมัชชาสุขภาพฯ ดังกล่าว ได้มีการจัดเวทีประชุมพิจารณาเอกสารร่างมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 1 โดยมี 4 ประเด็น คือ ประเด็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยชุมชนร่วมคิดร่วมจัดการการศึกษา ประเด็นเด็กเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี “ชุมชนเข้มแข็ง ครอบครัวเข้มแข็ง” ประเด็นอุบลราชธานี เกษตรอินทรีย์ และประเด็นการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

ซึ่งประเด็นการจัดการขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล ได้มีมติ ให้ชาวอุบลราชธานีทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลของจังหวัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นนโยบายสาธารณะของจังหวัดและติดตามการดำเนินงาน เรื่อง การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ให้ทุกภาคส่วนร่วมดำเนินงานจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล โดยหลัก 3Rs (Reduce ใช้น้อย Reuse ใช้ซ้ำ และ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่) และคัดแยกขยะ ๔ ประเภท (ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ ขยะอันตราย/ติดเชื้อ และขยะรีไซเคิล) ในหน่วยงาน หรือสถานที่ของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม จริงจัง และต่อเนื่อง

และให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมดำเนินการ ออกข้อกำหนดท้องถิ่นหรือเทศบัญญัติ เรื่องการจัดการขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล นำมาบังคับใช้ในพื้นที่รับผิดชอบ, สร้างระบบจัดการและการบำบัดสิ่งปฏิกูลด้วยเทคโนโลยีหรือวิธีการที่เหมาะสมและถูกหลักวิชาการ เช่น ระบบบ่ออบสิ่งปฏิกูลแบบบ่อทรายกรอง แก๊สชีวภาพ (Bio-gas) เป็นต้น, ให้มีระบบการจัดการขยะติดเชื้อตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 สนับสนุนส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้การคัดแยกขยะด้วยหลัก 3Rs แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกช่องทางการสื่อสาร, สนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกขยะทั้ง 4 ประเภท อย่างเป็นรูปธรรม จริงจัง และต่อเนื่อง, ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดตั้งจุดรวบรวมขยะอันตรายจากท้องถิ่นอื่นๆ และนำส่งกำจัดอย่างถูกหลักวิชาการ โดยให้ท้องถิ่นหรือแหล่งกำเนิดขยะอันตรายรับผิดชอบค่าบริการที่เกิดขึ้น, สนับสนุนการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์, สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารขยะ หรือกองทุนขยะรีไซเคิล อย่างน้อยหน่วยงานละ 1 แห่ง/ชุมชน, จัดงบประมาณดำเนินการในแต่ละพื้นที่, เปิดช่องทางให้ประชาชนมีการสะท้อนข้อมูลเรื่องการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล เช่นศูนย์ดำรงธรรม, จัดกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล โดยให้ภาคประชาชน และภาคชุมชน หมู่บ้านมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามข้อกำหนดเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และเป็นเครือข่าย ทั้งการจัดการขยะ ร่วมกิจกรรม ค่าใช่จ่าย

นอกจากนี้ให้สถานประกอบการ ปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามการขออนุญาตประกอบกิจการนั้นๆ และให้ศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 12 อุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมดำเนินการ สนับสนุนองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจ และให้คำแนะนำ ติดตามและประเมินผลหน่วยงาน ชุมชน  และสถานประกอบการ ที่ดำเนินการเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วม

พร้อมกันนั้นให้หน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐและเอกชนทุกแห่ง ร่วมดำเนินการ ปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างทัศนคติในการจัดการขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกิจกรรมการจัดการขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมในการจัดการ ให้สถานบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชนทุกแห่ง ดำเนินการจัดการขยะด้วยหลัก 3Rs และคัดแยกขยะ 4 ประเภท ให้มีระบบการจัดการขยะติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน และมีการควบคุม กำกับ ติดตามระบบการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างเป็นรูปธรรม จริงจัง และต่อเนื่อง ด้านการสื่อสาร ให้เกิดประชาสัมพันธ์จังหวัดและสื่อมวลชนทุกแขนง สร้างการรณรงค์ พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนได้สะท้อนข้อมูลด้วย โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 10 อุบลราชธานี กำหนดระเบียบข้อบังคับ การใช้เงินของกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ให้เอื้อต่อการทำงานด้านการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล และท้ายที่สุดให้หน่วยงานสังกัดกรมอนามัยเสนอแก้กฎหมายเพิ่มค่าเก็บขยะให้เหมาะสมกับสภาพสถานการณ์ในปัจจุบัน

สำหรับประเด็นการศึกษา ได้มีมติให้ชาวอุบลราชธานีทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ให้บรรลุตามเป้าหมายร่วม โดยจะร่วมกันเรียนรู้ และขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษารวม 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาโดยกระบวนการสมัชชา, ยุทธศาสตร์การปฏิบัติการทางกฎหมาย, ยุทธศาสตร์การสร้างและพัฒนานักการศึกษาชุมชน, ยุทธศาสตร์การระดมสรรพกำลังของท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การส่งเสริมบุคลากรทางการศึกษาผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และจะเริ่มตั้งแต่การลงทุนกับการศึกษาปฐมวัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดีขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาเพื่อการมีงานทำ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส พร้อมทั้งสนับสนุน แนวคิดการคืนการศึกษาให้ชุมชนได้ร่วมคิดร่วมจัดการการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย

นอกจากนี้ยังมีเวทีประชุมพิจารณาเอกสารร่างมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2556 รวม 7 ประเด็น คือ แผนยุทธศาสตร์ร่วมแห่งชาติว่าด้วยระบบสุขภาวะชุมชน, นโยบายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน, การสร้างความร่วมมือระหว่างสาขาในการดูแลสุขภาพ คนสัตว์และสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพที่ดียั่งยืน, แผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต, ระบบการจัดการอาหารในโรงเรียน, การกำกับดูแลสื่อในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและยาสูบ และกรอบการดำเนินงานติดตามประเมินผลการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ

โดยภายในงานยังมีลานสมัชชา จัดเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการจัดแสดงนิทรรศการ จากเครือข่ายรวม 12 พื้นที่ ประกอบไปด้วย นิทรรศการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยชุมชนร่วมคิดร่วมจัดการการศึกษา กับการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง จากโรงเรียนเทศบาลพิบูลมังสาหาร, โรงเรียนคูเมืองอ่อนอนุเคราะห์ และมหาวิทยาลัยชีวิต นิทรรศการการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล จากโรงเรียนเทศบาลพิบูลมังสาหาร ชุมชนเทศบาลเมืองวารินชำราบ นิทรรศการ “ชุมชนเข้มแข็ง ครอบครัวเข้มแข็ง” เด็ก เยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี จากดอนจิกโมเดล ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ ๗๔ อุบลฯ นิทรรศการอุบลราชธานี เกษตรอินทรีย์ ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ จากโครงการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรด้านเกษตรอินทรีย์มหาวิทยาลัยอุบลฯ, วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์โนนกลาง และสำนักงานเกษตรจังหวัด

และมีลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 สมัชชาสุขภาพ ธรรมนูญสุขภาพ การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ( HIA) จากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกองทุนสุขภาพตำบล จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10 อุบลราชธานี ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเป็นจิตอาสาดูแลผู้ป่วยมะเร็งจากชมรมมิตรภาพบำบัด จากโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี ลานทดสอบสมรรถภาพร่างกาย/การจัดการขยะ จากศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมาขับเคลื่อนในพื้นที่ ประเด็นน้ำมันทอดซ้ำและผลิตภัณท์ยา การจัดการภัยพิบัติโดยมีชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลฯชุมชนบ้านช่างหม้อ, ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต๑๓ อุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมูลนิธิประชาสังคมจังหวัดอุบลราชธานี ลาน DHS.(เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอ) อำเภอวารินชำราบ และอำเภอเขื่องใน นอกจากนี้ยังมีการถอดบทเรียน วิจัยตำบลจัดการสุขภาพ และมีจัดแสดงผลงานหมู่บ้าน/ตำบล/ชุมชนจัดการสุขภาพ ชนะเลิศระดับโซนอีกด้วย

เรื่องโดย: วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข

DSC_7659_resize DSC_7526_resize DSC_7233_resize IMG_8067_resize IMG_8055_resize DSC_7642_resize DSC_7637_resize DSC_7609_resize DSC_7527_resize DSC_7265_resize

Check Also

ท้องไม่พร้อม ปัญหาวัยรุ่นใครดูแล

ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งท้องไม่พร้อม ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ จะช่วยเด็กอย่างไร? “ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมแต่ตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เกิดจากหลายเหตุผล บางคนกลัวบาป บางคนไม่มีความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ กว่าจะรู้อายุครรภ์ก็เกินกำหนด บางคนรู้ตอนอายุครรภ์ยังน้อย พอตอนใกล้จะคลอด ปรากฏว่าผู้ชายขอแยกตัว เลยต้องยอมเก็บเด็กไว้ จำนวนไม่น้อยตัดสินใจเอาออกทั้งที่อาจเกิดอันตราย บางคนต้องตัดมดลูกทิ้ง และบางคนต้องเสียชีวิต เมื่อผู้หญิงเข้ามาหา “ศูนย์ประสานงานเพราะรักพักใจ ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook