BIGtheme.net http://bigtheme.net/ecommerce/opencart OpenCart Templates

เครือข่ายชาวลำพูนพร้อมหน้า จัดทัพสู้ปัญหาสุขภาวะ สช.ขานรับ พร้อมเป็นแรงหนุนจัดเวทีเชิงนโยบาย

     เครือข่ายด้านสาธารณสุขกว่าครึ่งร้อยร่วมหาแนวทางการทำงานพัฒนา นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ผ่านเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูน โดยเสนอประเด็นเด็ก และเยาวชน การสืบสานวัฒนธรรม ทั้งนี้มีแรงหนุนทั้งจาก สสจ.จังหวัด และสช. บรรยากาศชื่นมื่นเรียกกำลังใจคนทำงาน

lampoon

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2556 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน (สสจ.) สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ (สช.) นำโดยนพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และนพ.อุกฤษฎ์ มิลินทางกูร รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุขทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนจังหวัดเชียงราย นำโดยนพ.ปัจจุบัน เหมหงษา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน จัดเวทีต่อยอดการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม เพื่อวางแผนแนวทางการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูน โดยระดมความเห็นจากเครือข่ายทุกภาคส่วน ซึ่งในเวทีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คนประกอบไปด้วยสาธารณสุขจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด องค์กรด้านการปกครองทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาลตำบล รวมทั้งสถาบันการศึกษา เครือข่ายเด็ก และเยาวชน ภาคประชาสังคม พร้อมด้วยสื่อวิทยุชุมชน FM 94.5

 

ในเวทีช่วงเช้าได้มีการสะท้อนสถานการณ์ด้านสุขภาวะของจังหวัดลำพูน โดย นพ.สุนทร สุริยพงศกร รองนายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สสจ.ลำพูน ได้สะท้อนข้อมูลโดยเชื่อมโยงสถานการณ์ปัญหาด้านสุขภาพว่ายึดโยงกับทุกภาค ส่วนของสังคมอย่างเป็นระบบ “เรื่องปัญหาเด็กท้องก่อนวัยอันควร หลายกระทรวงบอกว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จะต้องเข้ามาดูแลเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชน แต่สุดท้ายเมื่อเด็กทำแท้ง ก็เป็นเรื่องของสาธารณสุขอยู่ดี ซึ่งพอวิเคราะห์ก็เกี่ยวข้องเชื่อมโยงโยงเป็นวงจรทั้งหมด”

หลังจากนั้นนายจรูญ คำปันนา รองคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนได้ให้ภาพรวมการดำเนินงานด้านสุขภาพ ของจังหวัดลำพูนที่ทำงานต่อเนื่องมาแล้ว 12 ปี ตั้งแต่ปี 2544 – 2555 โดยสรุปได้ว่าจังหวัดลำพูนเริ่มต้นดำเนินงานช่วงแรกด้วยการสานเครือข่ายการ ทำงานโดยใช้ประเด็นเริ่มต้นด้วยการเกษตรปลอดภัย ป่าชุมชน ควบคู่ไปกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ หลังจากนั้นมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี มีการเปิดเวทีร่วมระดมความคิดเห็นในร่าง พรบ. นอกจากนี้เริ่มจัดสมัชชาสุขภาพเชิงประเด็นตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ทั้งนี้จังหวัดลำพูนมีการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพโดยสอดแทรกไปในวิถีชีวิต และวัฒนธรรม และเมื่อถึงปี 2555 เครือข่ายสุขภาพของจังหวัดจึงมีหลายภาคส่วนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นสภาเด็ก เยาวชน เครือข่ายวัฒนธรรม เครือข่ายทางวัฒนธรรม เครือข่ายการปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในระดับพื้นที่ตามประเด็นปัญหา
สำหรับในระดับตำบลได้มีการฉายภาพการทำงานโดยนายธวัชชัย กันทะวันนา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข เทศบาลริมปิง นำเสนอ “ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพตำบลริมปิง” โดยให้ความหมายว่า “ธรรมนูญฯ เป็นสัญญาใจร่วมกันของคนในชุมชนที่ร่วมกันสร้างกระแสการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการปลุกจิตสำนึกของคนในชุมชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพของตนเอง เป็นสิ่งเตือนใจเมื่อเกิดมีพฤติกรรมที่เสี่ยง ต่อสุขภาพ และเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานด้านสุขภาพของพื้นที่” โดยมีการดำเนินการจัดพิมพ์รายละเอียดของธรรมนูญฯ ออกเป็นหนังสือเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะอีกด้วย

พร้อมกันนี้ยังได้แลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้อีกว่า ชุมชนได้เรียนรู้ถึงศักยภาพที่มี ไม่ว่าจะเป็น การมีองค์ความรู้ มีชุดข้อมูล มีการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายแบบบูรณาการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการวางแผน การบริหารจัดการแบบองค์รวม พร้อมทั้งติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยนายธวัชชัย ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยท่าทีที่อ่อนน้อมว่า “เราไม่ต้องการให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ แต่เราต้องการให้พื้นที่อื่นเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปปรับใช้ และมีโอกาสกลับมา เล่าสู่กันฟัง”

ด้านนพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้กล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ แบบมีส่วนร่วมผ่านเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดว่า สช. พร้อมจะเอื้อให้จังหวัด จัดเวทีกลางเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ ผ่าน สมัชชาสุขภาพจังหวัด ซึ่งทาง สช. เองก็มีแนวทางการจัดเช่นกัน แต่ไม่ได้เป็ฯการร่างเองทั้งหมด ทั้งนี้เราประมวลข้อดีของสมัชชาสุขภาพทั้งประเทศไทย มาย่อยสังเคราะห์ เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น โดยหากเปรียบกระบวนการสมัชชาเป็นการประกอบรถ หรือเครื่องบิน สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ก็อาจจะเป็นรถสปอร์ตหรู มีรูปแบบมีฟอร์ม ชัดเจน มีความเป็นสากล แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ก็มี แต่ถ้าสมัชชาสุขภาพจังหวัด ก็ควรประกอบให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ มีความยืดหยุ่น มีอัตลักษณ์เฉพาะ จะเป็นรถกระบะ รถอีแต๋น รถแทร็คเตอร์ ก็ได้ ซึ่งคนในจังหวัดต้องชวนกันขับเคลื่อนช่วยกันประกอบ โดยใช้เวทีกลางเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสิ่งดีๆให้กับบ้านเราต่อไป ดังนั้น สิ่งที่ สช. จะหนุน ก็คือ วงจรการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมของคนลำพูนอย่างต่อ เนื่องทุกปี

พร้อมกันนี้ได้เสริมต่อถึงกระบวนการสร้างเวทีกลางพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมว่า ควรร่วมกันวิเคราะห์ทุนทางสังคม คนทำงาน ประเด็นร่วม ประเด็นปัญหา แนวทางการขับเคลื่อนให้ชัด ซึ่งขณะนี้เครือข่ายสมัชชาจังหวัดลำพูนได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพ จังหวัดแล้ว 1 คณะแต่ยังขาดคณะกรรมการอีก 2 คณะซึ่งควรจะเพิ่มสัดส่วนเครือข่ายนักวิชาการ และภาคประชาสังคมให้มากขึ้นตามยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เนื่องจากเครือข่ายจังหวัดลำพูนส่วนใหญ่เป็นองค์กรจากภาครัฐ

ส่วนเวทีช่วงบ่ายได้มีการระดมความเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีเกี่ยวกับประเด็นการจัดสมัชชา กลไก องค์ประกอบการเข้าร่วมงาน แผนการดำเนินงาน วิธีการจัดการ และการสนับสนุนของ สช. โดยสรุปว่าเวทีกลางที่จะจัดขึ้นในสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูนนั้น ต้องมีทุกภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง เปิดทั้งประเด็นเด็กและเยาวชน ประเด็นวิทยุชุมชน ประเด็นสุขภาพ ประเด็นการสืบสานวัฒนธรรม ทั้งนี้มีการเสนอให้ตั้งคณะทำงานที่ทำเรื่องของการพัฒนาศักยภาพแกนนำแถวสอง เพื่อสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไปด้วย ส่วนเรื่องกลไกที่ นพ.อำพลเสนอว่ายังขาดบางภาคส่วนนั้น จะมีการปรับใหม่อีกครั้ง เพื่อให้องค์ประกอบมีสมดุลทั้ง 3 ภาคส่วนคือ รัฐ วิชาการ และสังคม สำหรับวิธีดำเนินงาน ทางทีมเลขานุการจะไปยกร่าง โดยเอาโครงร่างแผนการทำงานเดิมไปปรับ ให้เข้ากับตัวอย่างการวางแผนงานตามแนวทาง ในคู่มือที่ สช. ให้ไว้

สำหรับบรรยากาศในเวทีเป็นไปอย่างชื่นมื่น จากเสียงตอบรับที่พร้อมมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นจากการเข้า ร่วมประชุมอย่างครบทีมของคณะผู้บริหาร สสจ. ประกอบไปด้วย นายแพทย์ สสจ. รองนายแพทย์ สสจ. หัวหน้ากลุ่มงานทุกส่วนภายใน สสจ. โดยทั้งหมดกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ายินดีเป็นหน่วยเลขานุการกิจให้กับคณะทำ งาน และจัดสมัชชาสุขภาพต่อไป นอกจากนี้ในเวทียังมี ศ.สุริชัย หวันแก้ว คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ที่มาเข้าร่วมในฐานะเป็นคนพื้นเพเดิมที่ป่าซ่าง ตั้งใจจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด พร้อมอาสาใช้ความรู้ที่มีในการเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อน และเชื่อมโยงการจัดกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด รวมถึงฟากฝั่งการสนับสนุนการดำเนินงานอย่าง สช. นพ.อุกฤษฎ์ มิลินทางกูร รองเลขาธิการ สช. ยังเน้นย้ำว่ายินดีให้การสนับสนุนการพัฒนานโยบายเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม อีกด้วย

Check Also

กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมระดับจังหวัดเชื่อมโยงสู่ระดับเขต

เวทีสานพลัง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เครือข่าย ทุกช่วงวัย อาหารปลอดภัยบนฐานทรัพยากรที่มั่งคั่ง จ.พิษณุโลก ณ โรงแรมนนทรี เรสซิเดนท์ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 2 ร่วมกับ คณะกรรมการและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ...

แสดงความคิดเห็น/แลกเปลี่ยนเรียนรู้
AreaHpp Facebook