nakliyat evden eve

มติ 7 บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการสุขภาพและทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ผลักดันร่างประกาศตำรับยาและตำราการแพทย์แผนไทย

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ผลักดันร่างประกาศตำรับยาและตำราการแพทย์แผนไทย โดยในร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะมีตำราการแพทย์แผนไทยและตำรับยาแพทย์แผนไทยจำนวน 3 เล่ม คือ 1) คัมภีร์ธาตุพระนารายณ์ (ฉบับใบลาน) ซึ่งเป็นตำรับยาที่เก่าแก่ที่สุดของไทย โดยบันทึกสูตรยาไว้ในใบลานมากถึง 81ตำรับ มีรูปแบบการปรุงยาหลายหลากรูปแบบ 2) ตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ 5 เล่มที่ 1 มีตำรับบา 713 ตำรับ และ 3) ตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวงรัชกาลที่ 5 เล่มที่ 2 มีตำรับยา 1,066 ตำรับ ทั้งนี้เมื่อมีการประกาศใช้แล้วจะส่งผลให้ผู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในทางการค้า ทั้งการนำไปขอขึ้นทะเบียนตำรับยา ขออนุญาตผลิตยา หรือนำไปทำการศึกษาวิจัยหรือพัฒนาเป็นตำรับยาใหม่ ต้องยื่นคำขอรับอนุญาตใช้ประโยชน์และชำระค่าธรรมเนียมรวมทั้งค่าตอบแทนสำหรับการใช้ประโยชน์ให้กับชาติ แต่สำหรับประชาชนทั่วไปไม่ต้องขออนุญาต

สมัชชาปฏิรูประดับชาติครั้งที่ 2 พ.ศ.2555 รับรองเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจสู่การปรับดุลอำนาจที่เหมาะสมระหว่างรัฐกับชุมชนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ในงานสมัชชาปฏิรูประดับชาติครั้งที่ 2 พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศได้รับรองมติการประชุมสมัชชาปฏิรูประดับชาติครั้งที่ 2 พ.ศ.2555 ที่ประชุมรับรองเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจสู่การปรับดุลอำนาจที่เหมาะสมระหว่างรัฐกับชุมชนท้องถิ่น โดยมีสาระสำคัญคือ ให้มีการออกกฎระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการโครงการนำร่องเรื่องการพัฒนาระบบลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เสนอคณะรัฐมนตรีจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อจัดทำร่างกฎหมายระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และผลักดันมติสมัชชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี

สธ.ร่วมกับ ทส.จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2555-2559

   กันยายน ๒๕๕๔ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ ระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า "กฎบัตรความร่วมมือด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก" รวมทั้งมีการประกาศ "ปฎิญญาว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ" ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกมีแผนระดับชาติที่บูรณาการงานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยและประชาคมโลก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน

   ทั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือ ความเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมลดลง ๗ ด้าน ได้แก่ ๑) คุณภาพอากาศ ๒) น้ำ สุชาภิบาลและสุขอนามัย ๓) ขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ๔) สารเคมีเป็นพิษและสารอันตราย ๕) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๖) การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย และ ๗) การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ

   หลังจากเวทีระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้ว กรมอนามัยจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการอนามัยสิ่งแวดล้อมและคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

วันที่ 31 สิงหาคม 2552

คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (คกถ.) มีการประชุม และมีมติรับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑ มติ ๑.๗

ไฟล์แนบ: กกถ.ขอให้ สธ.เร่งรัดให้เกิดการถ่ายโอนสถานีอนามัยให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการฯ

กำลังตรวจสอบวันที่

การดำเนินงานที่สำคัญและเป็นไปตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมตินี้ พอสรุปได้เช่น สช. ได้สนับสนุนกลไกสมัชชาสุขภาพจังหวัด รวม ๓๐ จังหวัด เพื่อพัฒนากระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมและกระบวนการสมัชชาสุขภาพในพื้นที่ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และ สปสช. ได้รายงานว่า ขณะนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดตั้งกองทุนสุขภาพชุมชน โดยใช้งบประมาณร่วมกันระหว่างงบประมาณจาก สปสช. และ อปท. ไปแล้ว ๓,๑๙๐ แห่ง และมีแผนจะขยายให้ครอบคลุม อปท. ทุกแห่งแล้ว เป็นต้น

กำลังตรวจสอบวันที่

สช. ได้ประสานงานกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นองค์กรประสานการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามมตินี้

วันที่ 9 มีนาคม 2552

สช. ได้จัดการประชุมเครือข่ายหน่วยงานที่ทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความเห็นร่วมกันว่ามติในเรื่องนี้มีเนื้อหาที่กว้างและเป็นนามธรรมไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงเสนอว่าควรกำหนดเป้าหมายในมติแต่ละข้อให้ชัดเจน และมีการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยควรมุ่งเน้นไปที่งานการจัดการสุขภาพก่อน ให้รวมทั้งควรมีเวทีพูดคุยกับเครือข่ายเป็นประจำ และขยายวงให้กว้างขึ้น มีการหาพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับมติแต่ละข้อ เพื่อนำมาเป็นต้นแบบและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป และควรพัฒนามติบางข้อที่ต้องการรายละเอียดเพื่อนำเสนอขอความเห็นชอบต่อสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งต่อไป

ไฟล์แนบ: เวที “เราจะร่วมกันทำให้มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็นจริงได้อย่างไร ?”
วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมริชมอนด์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

Best view on IE8+, Firefox 3.6+, Safari 4+, and Google Chrome
Syndicate content
Evden Eve NakliyatEvden Eve Nakliyat