nakliyat evden eve

มติ 11 การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ได้เสนอรายงานการศึกษาทบทวนกฎหมายและกลไกที่พัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในการจัดสวัสดิการและความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ

มีนาคม 2555 มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ได้เสนอรายงานการศึกษาทบทวนกฎหมายและกลไกที่พัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในการจัดสวัสดิการและความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ จากการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุมีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้อย่างกระจัดกระจาย ซึ่งปรากฏในกฎหมายหลายฉบับโดยแยกตามประเภทเนื้อหาของกฎหมายออกเป็น 7 ข้อใหญ่ได้แก่ (1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (2) นโยบายของรัฐบาล (พ.ศ.2554) (3) กฎหมายที่เกี่ยวกับรายได้ของผู้สูงอายุ (4) กฎหมายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ (5) กฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ (6) กฎหมายที่กำหนดรับรองอายุเกินหกสิบปีให้ยังสามารถประกอบอาชีพได้ และ (7) การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ) ซึ่งแม้ว่าจะมีกฎหมายที่กำหนดเรื่องต่างๆ เหล่านั้นไว้ก็ตาม การจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุตามกฎหมายของประเทศไทยก็ยังไม่เอื้ออำนวยรัฐเข้าไปดำเนินการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เนื่องจากประสบปัญหาทั้งด้านกฎหมายซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในเนื้อหา และปัญหาข้อเท็จจริงที่ประเทศไทยประสบปัญหาของอัตราการเพิ่มจำนวนประชากรผู้สูงอายุสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาจำนวนผู้สูงอายุประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้น และอัตราส่วนการเกิดของประชากรรุ่นใหม่ลดลง ย่อมทำให้อัตราการพึ่งพาสูงขึ้นตามไปด้วย สภาพเช่นนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศไทยจะต้องประสบกับปัญหาผู้สูงอายุมีจำนวนมากเกิดกว่าที่ประชากรวัยทำงานจะสามารถดูแลได้และสภาพสังคมที่เปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว จึงควรดำเนินการดังนี้ (1) กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุขึ้นใหม่ไว้เป็นการเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อกำหนดให้ผู้สูงอายุได้รับการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐโดยทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐให้มีอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน (2) กำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ในกฎหมายดังกล่าว โดยกำหนดอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเด็ดขาดในด้านการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุในท้องถิ่นและชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ อันเป็นการสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนด และเพื่อแก้ไขปัญหาด้านข้อเท็จจริงและเพื่อเป็นการลดภาระในการพึ่งพาจากรัฐได้ในระยะยาวต่อไป จึงควรดำเนินการดังนี้ (1) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐติดตามและทำสถิติจำนวนผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องเพื่อแจ้งให้หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการเพื่อส่งเสริมงานด้านการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อที่หน่วยงานเหล่านั้นจะได้กำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับให้ผู้สูงอายุได้รับการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง (2) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคเอกชน ส่งเสริมให้มีการช่วยเหลือกันทางสังคมมากขึ้นโดยเฉพาะต้องรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามไว้ไม่ควรให้เลือนหายไปจากสังคมไทย (3) สร้างและกระจายงานออกไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อให้คนในวัยทำงานในท้องถิ่นมีงานทำโดยไม่ต้องอพยพมาทำงานในภาคกลาง ซึ่งส่งผลให้บุตรหลานในวัยทำงานมีงานทำอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ และมีเวลาดูแลบุพการีและผู้สูงอายุในครอบครัวนั้นด้วย

สปสช. เขต 4 สระบุรี และ อบจ.อ่างทองลงนามข้อตกลงการดำเนินงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพ

มีนาคม 2555 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทองได้ลงนามข้อตกลงการดำเนินงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพ โดยมี นพ.ชลอ ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ท้องถิ่นอ่างทองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทองร่วมลงนามในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันสุขภาพให้แก่บุคคลในพื้นที่ได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นให้คนพิการ ผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในระยะที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในเขตพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เป็นการลงนามในข้อตกลงร่วมกันเพื่อดำเนินการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพ โดยจัดสรรงบประมาณ 5 บาทต่อรายหัวประชากรในจังหวัด จำนวน 975,535 บาท และ อบจ.อ่างทองสมทบงบประมาณอีก 975,535 บาท รวมเป็นเงินในการจัดตั้งกองทุนฯ 1,951,170 บาท ซึ่งประชาชนสิทธิบัตรทองจะได้รับการดูแลฟื้นฟูจากกองทุนฯ ส่งผลให่ได้รับบริการฟื้นฟูอย่างทั่วถึงและลดอัตราการพิการลง

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมติกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการ กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพระดับจังหวัด

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553 กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพระดับจังหวัด โดยให้องค์กรปกครองส่วนจังหวัดร่วมกับ สปสช. จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพขึ้นในแต่ละจังหวัดเพื่อดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงด้วย

ครม.เห็นชอบการกำหนดอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 กระทรวงมหาดไทยได้เสนอเรื่อง การกำหนดอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อขอมติจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้

1) การกำหนดอัตราเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุ 60-69 ปีจะได้รับ 600 บาท อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 เป็นต้นไป

2) การกำหนดใช้วงเงินประมาณการงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 งบเงินอุดหนุน แผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 52,228,143,600 บาท (เพิ่มขึ้นจากงบประมาณรายจ่าบบประจำปี พ.ศ.2555 จำนวน 16,219,821,600 บาท)

กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลงนามข้อตกลงร่วมกับไจก้า

กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JIGA) ดำเนินโครงการพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคมเชิงบูรณาการโดยชุมชนสำหรับผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพและสวัสดิการเชิงบูรณาการโดยชุมชนสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย และได้มีการจัดทำโครงการย่อยเรื่อง "การจัดทำระบบฐานข้อมูลพื้นฐานสถานการณ์ด้านสุขภาพและสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในพื้นที่ 4 ตำบลคือ 1) ต.บางสีทอง จ.นนทบุรี 2) ต.ยางฮอม จ.เชียงราย 3) ต.สะอาด จ.ขอนแก่น และ 4) ต.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี

กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดตัวชี้วัดที่ 0308 การดำเนินงานตามกระบวนการตำบลต้นแบบด้านการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดสำนักตรวจราชการ ตัวชี้วัดที่ 0308 ให้ดำเนินงานตามกระบวนการตำบลต้นแบบด้านการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ทั้งนี้ในปี 2554 มีจำนวน 118 ตำบลและมีเป้าหมายที่จะขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัดในปี 2555 และในปี 2558 จะต้องมีตำบลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวร้อยละ 30 จากอำเภอทั้งหมด (เป็นจำนวน 265 แห่ง) ทั้งนีองค์ประกอบการดำเนินงานตำบลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว ประกอบด้วย

1) มีข้อมูลผู้สูงอายุตามกลุ่มศักยภาพตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันโดยใช้ดัชนียาร์เธลเอดีแอล (Barthel ADL Index) ซึ่งประยุกต์โดยกรมอนามัย

2) มีชมรมผู้สูงอายุที่บ้านที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ

3) มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน

4) มีบริการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านที่มีคุณภาพโดยบุคลากรสาธารณสุข

5) มีบริการส่งเสริมป้องกันทันตสาธารณสุขในระดับตำบล 

6) มีระบบการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มที่ 2 (ติดบ้าน) และกลุ่มที่ 3 (ติดเตียง)

มีตำบลต้นแบบที่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งมีการดำเนินงานโดยท้องถิ่นและได้รับโล่เกียรติคุณจากกรมอนามัยจำนวน 14 ตำบล ได้แก่ (1) อบต.บางสีทอง: ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี (2)  เทศบาลนครรังสิต: ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี (3) อบต.ประศุก: ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี (4) อบต.เนินพระ: ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง (5) อบต.สมอพลือ: ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี (6) อบต.ธงชัยเหนือ: ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา (7) อบต.นาแสง: ต.นาแสง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ (8) อบต.สะอาด: ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น (9) เทศบาลตำบลปทุมราชวงศา: ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ (10) อบต.สุขสำราญ: ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ (11) อบต.นางั่ว: ต.นางั่ว อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ (12) เทศบาลตำบลทาปลาดุก: ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน (13) เทศบาลตำบลทะเลทรัพย์; ต.ทะเลทรัพย์ อ.ปะทิว จ.ชุมพร (14) อบต.แว้ง: ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส

กรมอนามัย ดำเนินงานเรื่องการส่งเสริมตำบลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  ได้ดำเนินงานเรื่องการส่งเสริมตำบลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อปรับใช้สำหรับพัฒนาสถาบันครอบครัว วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยผู้สูงอายุ ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ รวมตัวเป็นชมรมผู้สูงอายุที่ช่วยสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ และโรคไม่ติดต่อ ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 118 ตำบล ซึ่งจะขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัดในปี 2555 ทั้งนี้ในปี 2558 จะต้องมีตำบลต้นแบบ 30%

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แต่งตั้งคณะทำงานตามแผนปฏิบัติการผลักดันและขับเคลื่อนประเด็นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกคำสั่งที่ 45/2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตามแผนปฏิบัติการผลักดันและขับเคลื่อนประเด็นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว โดยมีผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ เป็นประธานคณะทำงานฯ มีตัวแทนกองทุนผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักกิจการสตรีและครอบครัว สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมเป็นคณะทำงานฯ โดยมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ติดตามความก้าวหน้าและรายงานผลโครงการที่แต่ละหน่วยงานจะดำเนินการ ทั้งนี้เสนอใช้งบกองทุนผู้สูงอายุ

กระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตามแผนปฏิบัติการผลักดันและขับเคลื่อนประเด็นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

กระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 96/2554 ลงวันที่ 21 มกราคม 2554 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานตามแผนปฏิบัติการผลักดันและขับเคลื่อนประเด็นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุและผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเลขานุการร่วม ทั้งนี้ได้แบ่งคณะทำงานย่อย 10 ชุด ตามภารกิจประเด็นงานย่อย

ครม.รับทราบมติของ คสช. เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 คณะรัฐมนตรีรับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร 0506/4872 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2553

Best view on IE8+, Firefox 3.6+, Safari 4+, and Google Chrome
Syndicate content
Evden Eve NakliyatEvden Eve Nakliyat